ข้อบกพร่องของฝายชั่วฤดู ฝายชั่วคราว และฝายค่อนข้างถาวร
ฝายชั่วฤดู ฝายชั่วคราว และฝายค่อนข้างถาวร ทั้ง 3 ประเภทนี้จัดอยู่ในพวก
ฝายไม่ถาวรทั้งสิ้น เพราะสร้างด้วยวัสดุไม่ถาวรและขาดการป้องกันอิทธิพล
ของน้ำ ตามธรรมดาวัสดุไม่ถาวรย่อมเสื่อมคุณภาพผุพังได้ง่าย เมื่อนำมาสร้าง
ฝายจะมีอายุใช้งานสั้น อย่างไรก็ดีถ้าขาดการป้องกันอิทธิพลของน้ำแล้ว ฝายที่
สร้างด้วยวัสดุค่อนข้างถาวรหรือวัสดุถาวรก็อาจมีอายุใช้งานสั้นหรือพังได้ง่าย
เหมือนกัน
ฝายที่สร้างขึ้นบนพื้นหรือฐานรากซึ่งน้ำซึมผ่านได้ ( pervious foundations) เช่น
พื้นซึ่งเป็นดิน ทราย หรือกรวด นั้น เมื่อทดน้ำมีระดับต่างกัน น้ำย่อมพยายามไหล
จากด้านที่มีระดับน้ำสูงทางด้านเหนือน้ำของฝายไปสู่ด้านที่มีระดับน้ำต่ำทางด้าน
ท้ายน้ำตามแนวทางต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. ไหลซึมลอดใต้ตัวฝายและพื้นฝาย
2. ไหลล้นข้ามฝาย
3. ไหลทะลุผ่านตัวฝาย
4. ไหลซึมเข้าตลิ่งผ่านปีกฝายทั้ง 2 ข้าง
ฝายชั่วฤดู ฝายชั่วคราว และฝายค่อนข้างถาวร ไม่มีการป้องกันอิทธิพลของน้ำที่ไหล
ไปตามแนวทางทั้ง 4 นี้ จึงพังได้ง่าย
แนวทางที่ 1 : ถ้าน้ำไหลซึมลอดใต้ตัวฝายและพื้นฝายได้แรง น้ำอาจกัดและพา
เม็ดดินใต้ฝายหลุดออกไปได้ ในที่สุดจะเกิดเป็นโพรงขึ้นใต้ฝาย เมื่อตัวฝาย
และพื้นฝายไม่มีดินรองรับ ฝายจะทรุดแล้วพังทลายไป
แนวทางที่ 2 : น้ำที่ไหลล้นข้ามฝาย เมื่อตกลงสู่พื้นท้องน้ำซึ่งเป็นดินทราย
หรือกรวดที่ไม่มีการป้องกัน น้ำจะกระแทกพื้นท้องน้ำโดยแรงและกัดท้องน้ำ
เป็นหลุมลึกแล้วลุกลามเข้ามาหาตัวฝายอย่างรวดเร็ว ดินหรือทรายใต้ฝายจะ
เคลื่อนที่สู่หลุมนี้ซึ่งมีระดับต่ำกว่า เมื่อตัวฝายและพื้นฝายไม่มีอะไรรองรับก็
จะทรุดแล้วพังทลายไป
แนวทางที่ 3 : ฝายที่ไม่ทึบดันน้ำจะไหลทะลุผ่านตัวฝายได้ตลอด ถ้าวัสดุไส้
ฝายมีน้ำหนักน้อยและเป็นของไม่ถาวรด้วยแล้ว ในไม่ช้าน้ำจะพัดไส้ฝายหลุด
ไปหมด ฝายก็จะเหลือแต่โครงใช้ทดน้ำไม่ได้
แนวทางที่ 4 : น้ำที่ไหลซึมเข้าตลิ่งผ่านปีกฝายทั้ง 2 ข้างแล้วไปทะลุออกที่
ลาดตลิ่งด้านท้ายน้ำของฝายนั้นก็มีอิทธิพลเช่นเดียวกับน้ำที่ไหลซึมลอดใต้
ตัวฝายและพื้นฝายตามแนวทางที่ 1 คือถ้าน้ำไหลได้สะดวกและแรงจะกัดและ
พาเม็ดดินในตลิ่งหลุดออกไปทีละน้อยจนกระทั้งปีกฝายขาดเกิดเป็นทาง
น้ำไหลอ้อมฝายไป ฝายจะทดน้ำไม่ได้หรือพังทลายไป