ขนนก
ปากนก
เท้านก
วิธีทำรังและลักษณะรังนก
ไข่นก
อาหารของนก
ประโยชน์ของนก
การจำแนกชนิดนกในประเทศไทย
หนังสือค้นคว้าเรื่องนกในประเทศไทย
การระวังรักษาอนามัยของลูกนก







[ขยายดูภาพใหญ่ ]

ขนนก

นกแตกต่างจากสัตว์อื่น ๆ เนื่องจากมีขนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "ขนนก" ปกคลุมทั่วตัว ขนนกนี้แตกต่างจาก สัตว์อื่น ๆ ในโลกทุกชนิด ขนนกสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ ขนอุย ขนคลุมตัว และ ขนเส้น โดยเฉพาะขนคลุมตัวมักจะม ี สีสันที่สวยงามยิ่ง และถือว่าเป็นความงามตามธรรมชาติจริง ๆ
    • ขนอุย เป็นขนอ่อน ๆ และละเอียดเป็นฝอย มักเป็นขนที่เกิดกับลูกนก
    • ขนคลุมตัว เป็นขนที่มีทั่วไปทั้งตัว เป็นขนที่มีแกนกลางแล้วมีขนละเอียดติดกันเป็นพืด แยกออกไปทั้ง สองข้าง มักจะใหญ่กว่าขนที่อื่น ๆ เพื่อใช้ในการบิน และพยุงตัว
    • ขนเส้น เป็นขนขนาดเล็ก เป็นเส้นแข็ง ๆ หรือนุ่ม ๆ ใช้รับความรู้สึก แทนประสาทได้
แม้ว่าขนนกจะมีสีสันงดงาม แต่หน้าที่แท้จริงของมันก็คือ ปกคลุมห่อหุ้มร่างกาย ป้องกันความร้อนหนาว จากอากาศ เนื่องจากนกเป็นสัตว์เลือดอุ่น คือ มีอุณหภูมิในร่างกายคงที่ตลอดเวลา ไม่ว่าอุณหภูมิภายนอกจะเปลี่ยนเป็นร้อน หรือหนาวเย็นสักปานใดก็ตาม ดังนั้น ขนนกจึงมีความสำคัญมากในการรักษาอุณหภูมิภายในร่างกาย






[ขยายดูภาพใหญ่ ]

ปากนก

เนื่องจากมือหรือรยางค์ส่วนหน้าของนกเปลี่ยนไปเป็นปีกสำหรับบิน ดังนั้น การจับหาอาหารจึงกลายเป็นหน้าที่ของ ปากไป ปากนกจึงมีลักษณะผิดแปลกกันมาก ตามลักษณะอาหารที่นกกิน และมีหลายรูปหลายแบบ ดังนี้
[ ดูภาพและคำอธิบายเพิ่มเติม ]






[ขยายดูภาพใหญ่ ]

เท้านก

ส่วนเท้านกนั้น มักจะมีนิ้วเท้าเพียง 4 นิ้วเท่านั้น และมีลักษณะแปลก ๆ แตกต่างออกไปตามลักษณะการใช้งาน นกบางชนิดอาจมีนิ้วเท้าลดลงเหลือ 3 นิ้ว และ 2 นิ้วได้ เช่น นกกระจอกเทศ มีนิ้วเท้าเพียง 2 นิ้ว นกหัวขวานบางชนิด และนก กินปลาบางชนิดมีนิ้วเท้าเพียง 3 นิ้วเท่านั้น ลักษณะนิ้วเท้าของนกมีแปลก ๆ ไปตามลักษณะการใช้งาน
[ ดูภาพและคำอธิบายเพิ่มเติม ]






[ขยายดูภาพใหญ่ ]

วิธีทำรังและลักษณะรังนก

ต่างก็มีลักษณะแปลก ๆ กันไปมาก เป็นศิลปะตามธรรมชาติอีกแบบหนึ่ง รังที่นกทำได้ง่ายที่สุดคือ รังที่ทำ อยู่กับพื้นดิน พื้นทราย โดยนกจะทำเป็นแอ่งเล็ก ๆ แล้วเอาใบไม้ใบหญ้ามารองทำให้นุ่ม บางครั้งพ่อนกแม่นกก็ จะถอนขนอุยหรือขนคลุมตัวมารองทำให้นุ่มขึ้น พวกนกทะเลบางชนิด เช่น นกนางนวลแกลบ มักวางไข่ตามแอ่งหินตื้น ๆ ตามเกาะแก่งกลางทะเล นกบางชนิดทำรังบนต้นไม้ โดยวางตามกิ่งไม้ วิธีทำรังของมันก็คือ พ่อนกแม่นกจะคาบเอา กิ่งไม้แห้ง ๆ มาวางซ้อน ๆ กันบนกิ่ง แล้วเอาใบไม้รองรัง เช่นพวกนกปากห่าง นกกระยาง นกกาน้ำ พวกนี้มักทำรังติด ๆ กันอยู่บนต้นไม้ใหญ่เดียวกันที่น่าประหลาดใจก็คือ พ่อนก แม่นก สามารถจะจำรังของมันได้อย่างแม่นยำมาก นกบาง ชนิดก็มีวิธีการทำรังอย่างวิจิตรพิสดารเหลือเชื่อ เช่น เอาดอกไม้สวย ๆ เปลือกหอย หรือหินสวย ๆ และใยแมงมุมมาประดับรัง ของมัน นกบางชนิดจะคาบเอาใบหญ้ามาสานกันทำรังที่สวยงามมาก เช่น นกกระจาบหัวเหลือง บางชนิดเอาใบไม้ 2-3 ใบมา มัดรวมกัน เอาปากเจาะริมใบเหล่านั้น แล้วเอาใยแมงมุมมาเย็บเข้าด้วยกันเป็นรังจนพวกฝรั่งเรียกว่า ช่างเย็บผ้า (tailorbird) เป็นต้น




[ขยายดูภาพใหญ่ ]

ไข่นก

ไข่นกนั้นมีสีสันแตกต่างกันออกไป พวกที่วางไข่ตามโพรงไม้ หรือในโพรงดินมักจะมีสีขาว นกที่วาง ไข่ตามกอหญ้า บนดินทราย หรือตามหิน ก็มักจะมีสีสันคล้ายพื้นที่บริเวณนั้น ๆ เพื่อพรางตาจากศัตรูของมัน

นกแทบทุกชนิด มักจะช่วยกันกกไข่ทั้งตัวผู้และตัวเมียเพื่อให้ไข่ได้รับความอบอุ่นตลอดเวลา แต่ก็มี หลายชนิดซึ่งปล่อยให้ตัวเมียกกไข่แต่เพียงตัวเดียว เช่น ไก่ เป็นต้น และก็มีหลายชนิดที่แม่นกปล่อยให้พ่อนกกกไ ข่ แต่ผู้เดียว เช่น นกซ่อมโป่งวิด นกคุ่ม เป็นต้น ระยะเวลากกไข่นั้นไม่ใคร่แน่นอนแล้วแต่ขนาดของนก ตามปกติก็ราว 7-15 วัน สำหรับไก่และนกที่โตกว่าก็ต้อง 20 วัน หรือกว่าก็ได้






[ขยายดูภาพใหญ่ ]

อาหารของนก

ในฤดูหนาว พออากาศเริ่มหนาวจัด แมลงและวัชพืชอันเป็นอาหารส่วนใหญ่ของนกจะตาย หรือ "จำศีล" หรือหายาก ดังนั้นอาหารแถบขั้วโลกจึงหายากเข้าทุกที แต่พวกนกต่าง ๆ ก็มิได้ย่อท้อต่อความหนาวและเหตุการณ์เช่นนี้ พวกนก จะรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ และบินย้ายลงมาแถบเขตศูนย์สูตรซึ่งมีอุณหภูมิอบอุ่น มีอาหารสมบูรณ์ การเคลื่อนไหวย้ายที่ห า กินของนกจากถิ่นกำเนิดไปหากินถิ่นอื่นตามฤดูกาล แล้วกลับไปสร้างรังวางไข่อีกในถิ่นกำเนิดเดิมอีก ในฤดูอบ อุ่นนี้ เราเรียกกันว่า "การอพยพย้ายถิ่น" ของนก




[ขยายดูภาพใหญ่ ]

ประโยชน์ของนก

นอกจากนกจะมีสีสันงดงามประดับประดาโลกให้มีสีสวยงาม มีเสียงอันไพเราะยิ่งแล้ว นกเหล่านี้ยังมีประโยชน์ อย่างยิ่งในการช่วยกำจัดศัตรูของชาวไร่ ชาวนา และชาวสวน โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เราจะมองเห็นได้ง่าย ๆ ว่า กา ร ใช้ยาเคมีภัณฑ์กำจัดแมลงนั้น นอกจากจะต้องซื้อหามาด้วยราคาแพงแล้ว และถ้าหากใช้ยาชนิดนั้นไปนาน ๆ ก็จะเกิด การ "ดื้อยา" เกิดขึ้น ทำให้ต้องค้นคว้าหายาเคมีภัณฑ์ชนิดใหม่ และมีอำนาจทำลายล้างมากกว่าชนิดเก่ามาใช้แทน ยา เหล่านี้ตามปกติก็มีโทษอย่างมหันต์ สำหรับมนุษย์และสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว พืชผัก ผลไม้ต่าง ๆ ที่ฉีดยาเคมีภัณฑ์เหล่านี้ ห าก กินเข้าไปก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังเป็นข่าวอยู่เนือง ๆ เร็ว ๆ นี้ก็มีข่าวจากประเทศแถบสแกนดิเนเวีย แจ้งว่า ทางประเทศ ของเขาจะงดซื้อใบยาสูบจากประเทศไทยอีกต่อไป เพราะปรากฏว่า ใบยาสูบจากประเทศไทยมียาเคมีภัณฑ์เคลือบตามใบสูงเกิ น ไป จนอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ทำให้ประเทศไทยต้องขาดรายได้จากประเทศเหล่านี้นับจำนวนสิบ ๆ ล้านบาททีเดียว






[ขยายดูภาพใหญ่ ]

การจำแนกชนิดนกในประเทศไทย

ได้เคยกล่าวแล้วว่านกนับได้ว่าเป็นสัตว์โลกชนิดเดียวที่มนุษย์ได้ทำความรู้จักคุ้นเคยมากกว่าสัตว์ป่า ชนิดอื่น ๆ คนเราได้ทำการสังเกต ค้นคว้า เฝ้าดูชีวิตของนกมานับพัน ๆ ปีแล้ว ได้มีผู้ทำการทดลองสำรวจชนิดของนก และประมาณว่ามีประมาณ 8,600 ชนิดด้วยกันบนผิวโลกนี้ นับว่าเป็นจำนวนที่มากมายเกินกว่าที่จะจดจำและรู้จักได้ทั่ว ถึงหมด นกทั้ง 8,600 ชนิดนี้ กระจัดกระจายอยู่ตามทวีปต่าง ๆ บ้างก็อยู่บนยอดเขาสูง ๆ บ้างก็อยู่ในป่าทึบ บางชนิดก็ อาศัยอยู่ริมบ้านคน ในสวน ทุ่งนา ทุ่งหญ้า และบางชนิดก็อาศัยอยู่ในน้ำแข็งทางขั้วโลกใต้ เป็นต้น เนื่องจากนกมีมาก< WBR> มายหลายชนิดนี่เอง จึงเป็นการยากสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาค้นคว้าจะเรียกชื่อได้ถูกต้องได้ เพราะนกชนิดเดียวกัน แต่ ละท้องถิ่น แต่ละภาษา ต่างก็เรียกกันไปคนละอย่าง คนละชื่อ ดังนั้นนักปราชญ์จึงได้พยายามค้นคว้าหาวิธีเรียกชื่อ แล ะ จัดรวบรวมชนิดสัตว์ให้เข้าเป็นหมวดเป็นหมู่ เพื่อให้สะดวกต่อการค้นหาเรียกชื่อ ในปี พ.ศ. 2301 นักปราชญ์ชาวสวีเดน ชื่อ คาโรลัสลิเนียส (Carolus Linneus) ได้คิดวิธีเรียกชื่อสิ่งมีชีวิตขึ้น ซึ่งทั่วโลกได้ยอมรับว่าเป็นวิธีการที่เหมาะสม ง่าย และสะดวกต่อการค้นคว้า และนอกจากวิธีเรียกชื่อแล้ว ลิเนียส ยังได้ค้นคว้าวิธีรวบรวมสิ่งมีชีวิตให้เข้าเป็นหมวด เป็นหมู่ ตามลักษณะกรรมพันธุ์อีกด้วย การรวบรวมหรือจำแนกสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ เหล่านี้ให้เข้าเป็นหมวดเป็นหมู่ เราเรียกว่า " การจำแนกชนิด"






[ขยายดูภาพใหญ่ ]

หนังสือค้นคว้าเรื่องนกในประเทศไทย

เป็นที่น่าเสียใจว่าเรายังไม่มีหนังสือเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่หรือหนังสือแนะนำชนิดนกเป็นภาษาไทยเลย อย่างไรก็ตาม หนังสือที่เด็ก ๆ ควรได้อ่านได้เห็น ก็คือหนังสือเรื่อง "BIRD GUIDE OF THAILAND" ของนายแพทย์ บุญส่ง เลขะกุล มีรูปสีของ นกทุกชนิดที่รู้จักหรือเคยพบในประเทศไทย พร้อมด้วยคำอธิบายย่อ ๆ เป็นแนวทางสำหรับผู้สนใจต่อไป ทางสถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์ประยุกต์แห่งประเทศไทย ได้ร่วมมือกับชาติอื่น ๆ ทางแถบเอเชียตะวันออก เพื่อศึกษาเส้นทางอพยพย้ายถิ่นของนกเหล่า นี้ โดยได้ร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย โดยประเทศเหล่านี้ ได้ทำการดักนกต่าง ๆ แล้วสวมปลอกกำไลขานก แล้วปล่อยไป ผู้จับนกที่มีปลอกกำไลขาเหล่านี้ได้ ก็จะทราบถึงทิศ ทาง อายุ และเวลาที่ใช้ในการบินของนกชนิดนั้นได้นกที่มีปลอกกำไลนี้อาจจะถูกจับได้ภายในประเทศหรือต่างwbr>wb การศึกษาเรื่องนกอพยพนี้ได้เริ่มทำกันมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2507






[ขยายดูภาพใหญ่ ]

การระวังรักษาอนามัยของลูกนก

เมื่อลูกนกแตกออกมาจากไข่ พ่อนกและแม่นกต่างก็ช่วยกันหาอาหารมาป้อนลูกอ่อนตามกฎของธรรมชาติ เมื่อ ลูกนกกินอาหารเข้าไปก็ย่อมมีการถ่ายของเสียออกมา ของเสียของลูกนกนั้นแปลกและแตกต่างจากพ่อแม่นก คือ มัน ถ่ายออกมาเป็นถุงขาว ๆ แข็งแต่นิ่มเพื่อเป็นการรักษาความสะอาดของรังพ่อนก แม่นกจะคาบถุงนี้ออกมาจากก้นของ ลูกนกเลยทีเดียว แล้วนำออกไปทิ้งให้ห่างจากรัง แต่ก็มีบางครั้งที่พ่อนกและแม่นกจะกินถุงถ่ายเหล่านั้น ลูกนกจะถ่ายมากน้อย ขึ้นกับปริมาณอาหารที่ถูกป้อน ที่น่าสังเกตก็คือ เมื่อลูกนกโตมากขึ้น พ่อแม่ก็จะคาบถุงถ่า ย ไปทิ้งน้อยลงไปตามลำดับ มีนกหลายชนิด เช่น นกการางหัวขวาน (hoopoes) นกหัวขวาน(wood pecker) ต่าง ๆ ซึ่งขุดรูทำรัง เป็นต้น มิ ได้คาบถุงถ่ายของลูกนกไปทิ้งนอกรัง คงปล่อยให้เลอะเทอะส่งกลิ่นเหม็น



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ ]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited.