คุณมีส่วนสนับสนุนการศึกษาของเด็กอย่างไร
ทำอย่างไรจึงป้องกันความผิดปกติทางจิตเวช
คุณเป็นคนที่มีสุขภาพจิตดีหรือยัง
ทำไมคุณจึงมีบุคลิกภาพที่แปรปรวน
บุคลิกภาพแบบใดที่จัดเป็นบุคลิกภาพแปรปรวน

คุณมีส่วนสนับสนุนการศึกษาของเด็กอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

วิธีการช่วยเหลือและสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาของเด็ก
1. จัดหาอุปกรณ์และเครื่องอำนวยความสะดวกในการศึกษาตามควรแก่ฐานะของพ่อแม่
2. พาไปทัศนาจรสถานที่ต่าง ๆ ร่วมงานสังคมตามโอกาสและวัยอันสมควรเพื่อเพิ่มความรู้ประสบการณ์ เพื่อฝึกการปรับตัวเข้ากับสั งคมได้
3. ให้กำลังใจในการเรียน ด้วยการแสดงความสนใจ เมื่อเรียนดีก็ยกย่องชมเชย หรือให้รางวัลเมื่อพลาดควรปรึกษากับครูหาสาเหตุและทางแก้ไข ไม่แสดงความกังวลใจจนเกินไป
4. ไม่เคี่ยวเข็ญเรื่องการเรียนมากไป หรือเมื่อลูกเรียนไม่ดีดังที่ตั้งความหวัง ก็ไม่ควรดุเกรี้ยวกราด หรือตำหนิ และไม่ควรผลักดันที่จะให้เก่งหลายด้าน
5. การเลือกโรงเรียนให้เด็ก ควรคำนึงถึงฐานะทางการเงินและทางสังคมของพ่อแม่ด้วย เพราะเด็กอาจมีปมด้อย ถ้ามีเครื่องใช้< WBR>เสื้อผ้าไม่เทียมหน้าเพื่อนฝูง จะทำให้เขาขาดความเชื่อมั่นในตนเอง เกิดความไม่สบายใจ และขาดสมาธิในการเรียน

ทำอย่างไรจึงป้องกันความผิดปกติทางจิตเวช


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ข้อแนะนำเพื่อป้องกันความผิดปกติทางจิตเวช
1. มารดาที่กำลังตั้งครรภ์ ไม่ควรสูบบุหรี่ เสพสุรา และยาเสพติดเพื่อป้องกันมิให้เด็กที่เกิดมาเกิดความผิดปกติทางจิตเวช เช่น ปัญญาอ่อน
2. ความผิดปกติบางอย่างป้องกันล่วงหน้าไม่ได้ แต่สามารถรักษาให้ทุเลาได้ สำรหับโรคจิตเภทควรรับยาระยะยาว ส่วนโรคจิตทางอ ารมณ์สามารถควบคุมได้โดยลิเทียม
3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอเป็นประจำ กินอาหารมีคุณค่าต่อร่างกายพักผ่อนเพียงพอ
4. มีอาชีพที่พอใจ และอยู่ในขอบเขตความสามารถที่เป็นจริงของตน
5. เป้าหมายชีวิตภายในขอบเขตที่เป็นจริงได้
6. แก้ไขส่วนบกพร่องของตนเองที่แก้ไขได้และยอมรับสภาพส่วนที่แก้ไขไม่ได้
7. รู้จักใช้เวลาว่าง และมีงานอดิเรกทำ
8. รู้จักทำประโยชน์แก่ผู้อื่น โดยที่ตนเองไม่ต้องลำบากหรือทุกข์ทรมานเกินขอบเขต
สุขภาพจิตเป็นภาวะที่ผู้อื่นหยิบยื่นให้โดยตรงไม่ได้ แต่ละคนต้องใฝ่ใจช่วยตนเอง และช่วยผู้อื่นเท่ารที่จะสา มารถทำได้

คุณเป็นคนที่มีสุขภาพจิตดีหรือยัง

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
ลักษณะของบุคคลที่มีสุขภาพจิตดี
1. สามารถปรับตัวให้อยู่ในสังคมและวัฒนธรรมได้ด้วยความ สุขสบายตามสมควรตลอดจนสามารถปฎิบัติหน้าที่ด้วยความสามารถเต็มที่ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์ โดยไม่มีความผิดปกติทางจิตใจ
2. อดทนต่อความลำบาก ความคับข้องใจและความตึงเครียดได้ เมื่อพบปัญหาที่จะได้รับผลกระทบกระเทือน
3. ละทิ้งพฤติกรรม หรือเจตคติที่ไม่เหมาะสมเมื่อเติบโตขึ้น
4. รู้จักตามสนองความต้องการที่จำเป็นต่อชีวิตตนเอง ในขณะเดียวกัน ก็มีความห่วงใยผู้อื่นตามสมควร
5. ไม่มองโลกในแง่ร้ายหรือแง่ดีเกินความเป็นจริง จนทำให้ขาดความระวังภัย
6. สามารถผลัดรอ ชะลอความสบาย ความพอใจชั่วครู่ยาม เพื่อให้ได้มาซึ่งความพอใจ และความสุขสบายที่เหนือกว่าในเวลาข้างหน้า
7. สามารถพึ่งตนเองได้ แต่ควรยอมรับว่าบางโอกาสต้องพึ่ง และยอมรับความช่วยเหลือจากผู้อื่น
8. ทำงานอย่างมีระบบและระเบียบพอสมควร แต่ไม่ระเบียบจัดจนทำให้ตัวเองและผู้อื่นลำบาก
9. มีความใฝ่ใคร่รู้ แสวงหา สำรวจทดลอง แต่ก็ไม่มากจนตนเองได้รับอันตราย หรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
10. สามารถร่วมงานกับผู้อื่นได้ รู้จักประนีประนอม ยอมรับการแข่งขันเมื่อจำเป็น รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา
11. กล้าปกป้องสิทธิของตน แต่ก็เคารพสิทธิของผู้อื่น ไม่ดื้อรั้นหรือมีทิฐิ กล้าแสดงความเห็นแย้งโดยไม่ก้าวร้าว ลบหลู่ผู้ อื่น
12. พอใจในเพศของตน มีความพอใจในการปฎิบัติทางเพศอันเหมาะสมแก่ตนและคู่ของตน
13. มีความรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่สามารถตัดสินใจโดยที่รู้ผลที่จะเกิดตามมาได้ถูกต้อง
14. ไม่แสวงหาความสนุกสบายหรือพอใจในทางที่จะทำลายตนเอง เช่น เสพยาเสพติด
15. สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้เมื่อเกิดปัญหาใด ๆ และเมื่อสุดวิสัยที่จะแก้ได้ก็พยายามปรับตัว
16. มีความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้เป็นอย่างดีทั้งในด้านการงาน การเล่นกีฬา และอื่น ๆ มีความผูกพันซึ่งระหว่างเพื่อนสนิท และเ พศตรงข้ามฉันคู่รัก และคู่สมรสได้เป็นอย่างดี

ทำไมคุณจึงมีบุคลิกภาพที่แปรปรวน

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
บุคลิกภาพแปรปรวน
บุคลิกภาพแปรปรวน เป็นความผิดปกติทางจิตเวชที่มีลักษณะของการปรับตัวไม่ถูกต้อง ซึ่งมักแสงออกทางพฤติกรรมที่เริ่มในระยะต้นของพัฒนาการทางบุคลิกภาพตั้งแต่วัยเด็ก แต่จะปรากฎชัดเจนในวัยรุ่น มีสาเหตุมาจากหลายด้านคือ
1. โครงสร้างทางชีวเคมี กรรมพันธุ์ประสาทสรีรวิทยาของบุคคลนั้นๆ เอง มีลักษณะชวนให้เกิดความแปรปรวนทางบุคลิกภาพ
2. เลียนแบบบุคคลใกล้ชิด เช่น พ่อแม่ คนเลี้ยง ทั้งทางพฤติกรรมอารมณ์ และท่าที ฯลฯ มาตั้งแต่วัยเด็ก แล้วรับเป็นแบบฉบับของพัฒนาการทาง บุคลิกภาพของตนเอง เช่น พ่อมีลักษณะก้าวร้าวโมโหร้าย ลูกก็จะมีลักษณะเหมือนพ่อ
3. ประสบการณ์บางอย่างตั้งแต่วัยเด็กที่ทำให้เด็กปรับตัวเข้ากับสภาพนั้น ๆ จนยึดถือลักษณะนั้นเป็นส่วนของบุคลิกภาพของตน เช่น เด็กร้องไห้อยากได้ของเล่นทีไร แม่ก็ซื้อให้ทุกที เด็กก็จะแสดงอารมณ์ทุกครั้งที่เขาต้องการสิ่งใด แม้เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล ้วก็จะมีลักษณะเช่นนั้นติดไป

บุคลิกภาพแบบใดที่จัดเป็นบุคลิกภาพแปรปรวน

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
บุคลิกภาพแปรปรวน แบ่งออกเป็น 9 ลักษณะ คือ
1. บุคลิกภาพแบบระแวง มีลักษณะขี้สงสัย อิจฉาริษยา ขี้หึง รู้สึกว่าตัวมีความสำคัญว่าผู้อื่น มนุษยสัมพันธ์ไม่ดี ปรับตัวเองไม่ได้ ชอบน ินทาและตำหนิผู้อื่น มองผู้อื่นในแง่ร้าย ท่าทีไม่เป็นมิตรต่อผู้อื่น ก้าวร้าว
2. บุคลิกภาพแบบอารมณ์แปรปรวน มีอารมณ์เศร้าและสนุกครึกครื้นง่าย บางเวลาการกระตือรือร้น ทะเยอทะยาน สนุกสนาน บางเวลาหดหู่เศร้าหมอง ซึม เบื่อหน่าย
3. บุคลิกภาพแบบเก็บตัว แยกตัวจากสังคม ชอบคิดเพ้อฝัน หลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ ไม่ชอบการแข่งขัน ผู้ที่มีบุคลิกภาพชนิดนี้อาจประสบควา มสำเร็จสูงส่งได้ ถ้ารู้จักเลือกอาชีพให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพ
4. บุคลิกภาพแบบก้าวร้าว หรือแบบระเบิดโผงผาง อารมณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว รุนแรง แสดงความโกรธ เกลียด ก้าวร้าว ดุดัน โต้เถียงด่าทอ เกรี้ยวกราด ชอบ ใช้อำนาจ มีเรื่องขัดใจเพียงเล็กน้อยก็มักควบคุมอารมณ์ไม่ได้
5. บุคลิกภาพแบบย้ำคิดย้ำทำ มีลักษณะเคร่งเครียด เจ้าระเบียบ มีความรับผิดชอบสูง ทำอะไรต้องสมบูรณ์ บกพร่องไม่ได้ รอบคอบ ถี่ถ้วน กลัวผิด วิ ตกกังวลเสมอ ถ้าเลือกอาชีพให้เหมาะสมกับบุคลิกภาพ อาจได้รับความสำเร็จเป็นผลดี เช่น เป็นนักบัญชี นักวิทยาศาสตร์
6. บุคลิกภาพแบบฮีสทีเรีย มีลักษณะพึ่งพิงผู้อื่น อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย ไม่แน่นอน เรียกร้องความสนใจ ถูกชักจูงได้ง่าย มีท่าที ยั่วยวน ถือตนเป็นจุดศูนย์กลางไม่บรรลุวุฒิภาวะมักแสงท่าทางคล้ายแสดงละครบุคลิกภาพนี้พบในหญิงมากกว่าชาย
7. บุคลิกภาพแบบอ่อนแอ มีลักษณะอ่อนแอ สมยอมเชื่องซึม ท่าทางเหนื่อยหน่าย ขาดความกระตือรือร้น และขาดความสนุกสนาน
8. บุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม หรืออันธพาล มีลักษณะเห็นแก่ตัวขาดความรับผิดชอบเอาแต่ได้ไม่นึกถึงความเดือดร้อนของผู้อื่ น หุนหันพลันแล่นชอบทะเลาะวิวาท ไม่ซื่อสัตย์ ไม่รักหมู่คณะ ไม่รู้จักหลาบจำเมื่อถูกลงโทษ
9. บุคลิกภาพแบบก้าวร้าวอย่างเฉื่อย มีลักษณะผัดผ่อน หน่วงเหนี่ยวถ่วงเวลา ดื้อรั้นเป็นประจำ พบได้มากโดยเฉพาะในคนไทย ซึ่งถูกอบรม ให้กดเก็บความรู้สึก ถ้าไม่รุนแรงก็ดำเนินชีวิตไปได้ตามสมควร



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ ] | ย้อนหลัง ]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.