ทำไมปัญหามลพิษจึงมีมาก เมื่อบ้านเมืองใหญ่ขึ้น
อาหารที่รับประทานอย่างเอร็ดอร่อย...ทำไมจึงมีสิ่งแปลกปลอม
สารปรุงแต่งสีสันและรสชาดของอาหาร เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างไร
คุณจะได้รับสารพิษจากผลิตภัณฑ์รอบตัวใดบ้าง

ทำไมปัญหามลพิษจึงมีมาก เมื่อบ้านเมืองใหญ่ขึ้น


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การที่เมืองขยายออกไป ผืนดินที่ใช้ทางการเกษตรที่ดีก็ถูกเปลี่ยนแปลงเป็นที่อยู่อาศัย ที่ซึ่งเป็นที่ลุ่มกลับกลายเป ็นแหล่งชุมชน คลองเพื่อการระบายน้ำ ถูกเปลี่ยนแปลงเป็นถนนเพื่อการคมนาคม แอ่งที่จะเป็นที่ขังน้ำถูกขจัดให้หมดไปด้วยสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เมื่อถึง หน้าน้ำหรือเมื่อฝนตกใหญ่ กรุงเทพมหานครจะประสบปัญหาน้ำท่วมทุกครั้ง น้ำท่วมก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพมากมาย เริ่มต้นด ้วยโรคน้ำกัดเท้า และ ต่อไปก็อาจเกิดโรคระบาดได้ ปัญหาขยะก็เป็นแมลงพิษที่สำคัญอีกประการหนึ่งหากเมืองใหญ่ขึ้น ผู้คนมากขึ้น ของทิ้งก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นธรรมดา การ< WBR>เก็บขยะให้หมดจึงเป็นปัญหาสำคัญของเมืองใหญ่ ๆ ต่าง ๆ หากเก็บขยะไปไม่หมด ขยะก็จะสะสมหมักหมมอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นที่เพาะเชื้อโร ค และแพร่เชื้อโรค ทำให้เกิดลักษณะเสื่อมโทรมสกปรก นอกจากนี้ ขยะยังทำให้เกิดมลพิษทางน้ำ เมื่อมีผู้ทิ้งขยะลงไปในน้ำ การเน่าเสียก็จะเกิดขึ้นในแหล่งนั้นๆ การจราจรที่แออัดนอกจากจะก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศแล้ว ยังมีปัญหาในเรื่องเสียงติดตามมาด้วย เพราะยวดยานที่ผ่านไปมาทำให้เกิดเสียงดังและความสะเทือน เสียงที่ดังเกินไปจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ปัญหาสารมลพิษที่แปลกปลอมมาในสิ่งที่เราจะต้องใช้บริโภค อาหารที่เราบริโภคกันอยู่ในทุกวันนี้อาจมีสิ่งเป็นพิษปลอมปนเข้ามาได้ โดยความบังเอิญหรือโดยความจงใจ

อาหารที่รับประทานอย่างเอร็ดอร่อย...ทำไมจึงมีสิ่งแปลกปลอม


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การใช้สารมีพิษเพื่อการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชเป็นวิธีการที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ความสนใจในโทษของสารเคมีที่ใช้ในการปราบศัตรูพืชยังมีน้อยมาก ในประเทศไทย วัตถุมีพิษที่ใช้ในกิจการดังกล่าวส่วนใหญ่สั่งซื้อมา จากต่างประเทศ ที่นิยมใช้กันอยู่มีป ระมาณ 100 กว่าชนิด วัตถุมีพิษเหล่านี้ผสมอยู่ในสูตรต่าง ๆ มากกว่า 1,000 สูตร เมื่อมีการใช้วัตถุมีพิษอย่างแพร่หลายมากเช่นนี้ สา รมีพิษตกค้างในสิ่งแวดล้อม และสารมีพิษตกค้างในอาหาร ซึ่งทำให้ทั้งคนและสัตว์ได้รับอันตราย จึงปรากฎมากขึ้น จากการวิเคราะห์ตัวอย ่างต่าง ๆ พบว่า ปริมาณสารมีพิษประเภทยาฆ่าแมลงต่างๆ ที่ตกค้างในน้ำและในสัตว์น้ำมีแนวโน้มของการสะสมเพิ่มมากขึ้น เรื่อยๆ แม้ว่าบางกรณีปริมาณวัตถุมีพิษที่สะสมอยู่ในสัตว์น้ำที่ประชาชนใช้บริโภคอยู่ จะมีค่าต่ำกว่ามาตรฐาน ที่บางประ เทศกำหนดไว้ก็ตาม หากคิดว่าโดย ปกติคนไทยจะนิยมบริโภคสัตว์น้ำเป็นอาหารหลักด้วยแล้ว ปัญหานี้ก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวอันตรายมาก
ในบรรดาพืชผักต่างๆ ที่วางขายตามท้องตลาดก็มีการตรวจพบสารพิษชนิดต่างๆ ตกค้างอยู่เป็นส่วนใหญ่ ผักส่วนใหญ่มีว ัตถุมีพิษปะปนอยู่ต่ำกว่าระดับค่าปลอดภัย แต่ก็พบว่ามีผักบางชนิดที่มีสารมีพิษปะปนอยู่เกินระดับค่าปลอดภ ัยสารพิษบางชนิดมีพิษสูงและมีฤทธิ์ตก ค้างนาน
อาหารสัตว์หรืออาหารผสมที่ใช้เลี้ยงสัตว์ที่เราบริโภคนั้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากผลิตผลทางการเกษตรทั้งสิ้น ดังนั ้นสารพิษที่ปะปนมากับผลิตผลทางการเกษตรก็ย่อมทำให้มีสารพิษปะปนในอาหารสัตว์ด้วย นอกจากนี้ ยังมีการเติมส ารเคมีบางชนิดลงไปในอาหาร สัตว ์เป็นปริมาณมากอีกด้วย สารเคมีเหล่านี้บางชนิด หากคนบริโภคเข้าไปเป็นปริมาณสูงจะเกิดอันตรายจากการตรวจวิเคราะห์พบว่า ไข่แล ะเนื้อสัตว์ต่าง ๆ มีสารพิษต่าง ๆ ปะปนอยู่บางชนิดปริมาณสูงกว่าชนิดอื่น ๆ แต่โดยทั่วไปปริมาณที่พบยังคงอยู่ในระดับต่ำ ยก< WBR>เว้นในพวกไขมันสั ตว์ ซึ่งจะมีการสะสมวัตถุมีพิษนี้สูงมากจนน่ากลัวอันตราย นอกจากปะปนของวัตถุมีพิษ ตามตัวอย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังปรากฎว่าได้มีการนิยมผสมสารเคมีบางชนิดลงไปใน อาหาร เพื่อวัตถุประสงค์ต่างกัน เช่น ทำให้เกิดความสวยงาม กันเสียกันบูด และเสริมรส เป็นต้น สารเคมีที่ใช้ผสมในอาหารเหล่านี้บาง ชนิดจะใช้ไม่ได้ เลยเพราะจะต่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคโดยตรง หรือบางชนิดจะต้องใช้ตามมาตรฐานที่กำหนด มิฉะนั้นก็จะเกิดปัญหาต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้

สารปรุงแต่งสีสันและรสชาดของอาหาร เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ยังมีผู้ใช้สีอย่างอื่นที่ไม่ใช่สีสำหรับบริโภคมาใช้เป็นสีผสมอาหารกันมากมาย สีพวกนี้ ได้แก่ สีย้อมผ้า สีอินทรียส ังเคราะห์เป็นพิษ ซึ่งห้ามไม่ให้ใช้ผสมอาหาร สีต่าง ๆ เหล่านี้มีสารพิษผสมเป็นส่วนประกอบ เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม สารหนู และสารเคมีที่มีพ ิษอื่ นๆ ซึ่งถ้ารับประทานเข้าไปสะสมมากๆ แล้ว อาจก่อให้เกิดการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ชีพจรและการหายใจอ่อนลง มีผลต่อระบ บประสาทและทำให้สมองเป็นอัมพาตสีบางประเภทจะไปจับอยู่ตามเยื่อกระเพาะอาหารและลำไส้ขัดขวางการดูดซึมอาหาร มีอาการ ท้องเดิน น้ำหนักลด อ่อนเพลี ย สีบางชนิดอาจทำให้เกิดเป็นมะเร็งที่ต่อมน้ำเหลือง ถุงน้ำดี กระเพาะปัสสาวะและอวัยวะอื่น ๆ ได้
สารกันเสียหรือกันบูด เป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติสามารถฆ่า หรือยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์ สารกันเสียที่จะใช้ใส่อาหาร ได้นั้น จะต้องเป็นชนิดที่กระทรวงสาธารณสุขอนุญาต และจะต้องใช้ในปริมาณที่วางมาตรฐานกำหนดไว้
พวกไนเตรตและไนไตรตรวมทั้งดินประสิว ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันบูดในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ทำให้เนื้อมีสีแดง ถ้าใช้มากเกิน ไปจะทำให้เม็ดเลือดแดงผิดปกติ ไม่สามารถนำออกซิเจนได้ดี ทำให้เกิดอาการหายใจไม่ออกและชักได้
ใส่สารบอแรกซ์ หรือน้ำประสานทอง ซึ่งมักเรียกกันว่า ผงกรอบ หรือผงเนื้อมัน สารบอแรกซ์นี้ ทำให้อาหารกรุบ กรอบหรือทำให้เหนียว
การปรุงอาหารในปัจจุบันนิยมเติมผงชูรส ซึ่งความจริงเป็นการสังเคราะห์เกลือของกรดกลูทามิก อันเป็นกรดอะมิโนอย่างที่มีอยู่ในโปรตีนทั้งในสัตว์และพิช สารนี้มีคุณสมบัติชูรสอาหารได้ จึงมีผู้นิยมให้กันมาก การใช้ผงชูรสควรใช้แต่น้อย ๆ หา กใช้มากเกินไป อาจเก ิดอันตรายได้

คุณจะได้รับสารพิษจากผลิตภัณฑ์รอบตัวใดบ้าง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ปัญหาสิ่งแวดล้อมต่อสุขภาพยังมีความสัมพันธ์กับสิ่งอื่นๆ อีกมากมาย เช่น เครื่องสำอาง สำหรับทั้งของบุรุษและสตรี ได้แก่ เครื่องสำอางที่ รักษาความสะอาดและเสริมกลิ่น เช่น สบู่ แชมพู ครีมล้างหน้า ยาสีฟัน น้ำหอม ครีมโกนหนวด และแป้งโรยตัว เป็นต้น เครื่องสำอางสำ หรับเสริมแต่งความงาม เช่น ลิปสติก ครีมทาเปลือกตา น้ำยาดัดผม เป็นต้น และเครื่องสำอางที่มีตัวยาผสมอยู่ เช่น สบู่ยา ครีมรักษาฝ้า ครีมล อกสิว ครีมบำรุงผิว น้ำมันใส่ผมรักษารังแค และครีมระงับกลิ่นตัว เป็นต้น
ปัญหาจากเครื่องสำอางอาจมีสาเหตุตั้งแต่กรรมวิธีการผลิต ซึ่งแม้มีการควบคุมแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีการผลิตที่ไม่ถูก< WBR>ต้อง และไม่ได้มาตรฐาน จึงยังมีการใช้สารพิษเจือปนอยู่ ทั้งโดยเจตนาหรือไม่เจตนา สารพิษดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายร้าย แรงถึงชีวิต หรือเกิดความ เสียหายกับอวัยวะบริเวณที่ใช้เครื่องสำอางนั้นก็ได้ การใช้เครื่องสำอางจึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง
ผลิตภัณฑ์ที่เรานิยมใช้ซักล้างอยู่ในปัจจุบัน คือ บรรดาผงซักฟอกต่างๆ ล้วนเป็นสารสังเคราะห์ทั้งสิ้น สารสังเคราะห์ทางเคมีบางตัว ก่อให้เกิดปัญหากับสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ได้แก่ การเสื่อมสลายโดยวิธีธรรมชาติทำให้เกิดความวุ่นวายต่อการย่อยสลาย หรือเสริมส ร้างให้เกิดปัญหาอื่นๆ มากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นอันตรายต่อผู้ใช้โดยตรงด้วย เช่น การแพ้ผงซักฟอก มักเกิดขึ้นในเด็กอ่อน ทำให้ เกิดผื่นคัน เป็นแผลพุพองได้ ดังนั้น การซักผ้าจึงต้องใช้ผงซักฟอกแต่พอเหมาะ และซักน้ำล้างผงซักฟอกออกให้หมดจริงๆ ส่ว นเสื้อผ้าเครื่องใช้ข องเด็กอ่อนนั้น ซักด้วยสบู่จะปลอดภัยกว่า และน่าจะชักชวนให้เราหันกลับมาใช้สบู่กันเหมือนเดิมจะดีกว่าเพราะวัตถุดิบ ที่ใช้ทำสบู่ล้วนมีอยู่ในบ้านเรา



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ ]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.