พื้นฐานของตัวอักษรไทยแตกต่างกับภาษาอังกฤษอย่างไร
มอก. กำหนดขอบข่ายการใช้รหัสภาษาไทยในคอมพิวเตอร์อย่างไร
ตัวอักษรไทยปรากฎบนจอภาพได้อย่างไร
มีรูปแบบการกำเนิดตัวอักษรไทยบนจอภาพ กี่วิธี
เครื่องคอมพิวเตอร์ช่วยเราเรียงลำดับคำได้อย่างไร
ข้อดีของชุดคำสั่งประมวลผลคำคืออะไร

พื้นฐานของตัวอักษรไทยแตกต่างกับภาษาอังกฤษอย่างไร

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
โครงสร้างของภาษาไทยกับการแสดงผลด้วยคอมพิวเตอร์
ในการประมวลผลข้อมูลที่เป็นภาษาไทย หลักพื้นฐานของตัวอักษรไทยแตกต่างกับภาษาอังกฤษเดิมที่ใช้คอมพิวเตอร์ คือ โครงสร้างภาษา< WBR>ไทยมีถึง 4 ระดับ และไม่มีการเว้นวรรคระหว่างคำ
โครงสร้างตัวอักษรภาษาไทย มีการแบ่งตามระดับการจัดเรียงพิมพ์ ดังต่อไปนี้
  • ระดับที่ 1 ได้แก่ ์ ตัวอักษรเหล่านี้จะเลื่อนไปอยู่ในระดับที่สอง ถ้าตำแหน่งนั้นไม่มีตัวอักษรอื่น< WBR>อยู่
  • ระดับที่ 2 ได้แก่ และ ํ (นิคนิต)
  • ระดับที่ 3 ได้แก่ ก ข ............ฮ ำ เ แ โ ใ ไ ะ า ๆ และ ฯ
  • ระดับที่ 4 ได้แก่ ุ ู (พิณทุ)
ตัวอักษรเหล่านี้ เมื่อปรากฏบนจอเครื่องคอมพิวเตอร์ตัวอักษรจะแสดงในลักษณะรูปโมเสกเป็นช่อง ๆ ดังนั้นระดับที่ 1 อาจห่างจากระดับที ่ 2 ทำให้ดูไม่สวยงาม จึงใช้วิธีการสร้างตัวอักษร โดยแสดงด้วยการรวมตัวอักษรระดับที่ 1 และระดับที่ 2 เข้าด้วยกัน ซึ่งจะได้เป็นระ ดับรวม (combine) ซึ่งได้แก่
.................
เมื่อเป็นเช่นนั้น ระดับการแสดงผลจะเหลือเพียงสามบรรทัด ซึ่งในที่นี้จะใช้ได้ดังนี้
  • ระดับบน ได้แก่ สระตัวบนทั้งหมดทั้งที่แยกตัวและรวมกับวรรณยุกต์
  • ระดับปกติ ได้แก่ พยัญชนะและสระที่อยู่บน บรรทัดกลาง
  • ระดับล่าง ได้แก่ บรรทัดล่างซึ่งมีสระ ุ ู และ ฺ (พิณทุ)

มอก. กำหนดขอบข่ายการใช้รหัสภาษาไทยในคอมพิวเตอร์อย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการกำหนดรหัสมาตรฐานภาษาไทยเพื่อใช้กับงานคอมพิวเตอร์ โดยมีขอบข่ ายของการใช้รหัสดังนี้
  1. มาตรฐานนี้กำหนดรหัสภาษาไทยเพื่อใช้กับคอมพิวเตอร์ และแลกเปลี่ยนข้อมูล
  2. มาตรฐานนี้ครอบคลุมรหัสภาษาไทย ซึ่งแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มไอเอสโอ 646-1983 และกลุ่มเอ็บซีดิก
  3. มาตรฐานนี้กำหนดเฉพาะตัวอักษรภาษาไทยโดยยึดหลักการไม่เปลี่ยนแปลงรหัสที่องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐานได้กำ หนดไว้แล้ว ตามไอแอสโอ 646-1983 และเอ็บซีดิก
การกำหนดรหัสในตารางเพิ่มต่อไอเอสโอ 646-1983 จะดูจากตารางที่มีขนาด 16 x 16 ได้ โดยตำแหน่งขออักษรภาษาไทยเริ่มจากตำแหน่ง A1 (ส ดมภ์ A แถว 1)
การพัฒนาคอมพิวเตอร์ให้สามารถทำงาน และรับส่งข้อมูลตัวอักษรไทยได้นั้น จำเป็นต้องมีการกำหนดรหัสที่ใช้แทนอักษรไทย ซึ่งได ้แก่ ตัวอักษรไทย ตัวเลขไทย และเครื่องหมายพิเศษที่ใช้สื่อความหมายภาษาไทย จำแนกเป็นกลุ่มได้ดังนี้
      ตัวอักษรไทย ได้แก่
      • พยัญชนะ ได้แก่ ก ข ฃ ค ค ฆ ง จ ฉ ช ซ .....ร ฤ ล (. ..) ว ศ ษ ส ห ฬ อ ฮ
      • สระ ได้แก่ ็ ะ ั า ำ เ แ โ ใ ไ ํ(นิคหิต) . (พิณทุ)
    • วรรณยุกต์ ได้แก่ ์ (ทัณฑฆาต)
    • ตัวเลขไทย ได้แก่ ๐ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙
    • เครื่องหมายพิเศษ ได้แก่ (...) ๆ ฯ
    • เครื่องหมายพิเศษทั่วไปได้แก่ ฿ (เครื่องหมายเงินบาท) (...) (ยามักการ) (...) ฟองมัน (...) (โคมูตร) และ ๚ (อังคั่นคู่) เป็นต้น

ตัวอักษรไทยปรากฎบนจอภาพได้อย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การแสดงผลตัวอักษรไทยบนจอภาพ
ภาพหรือตัวอักษรที่ปรากฏบนจอภาพอาศัยหลักการสร้างจุดเล็กๆ เรียงกัน โดยแต่ละจุดเล็กๆ นี้เรียกว่า พิณเซล (pixel-picture element) ความละ เอียดของการแสดงภาพหรือตัวอักษร ขึ้นอยู่กับจำนวนพิกเซลที่ปรากฏบนจอภาพ หากภาพหรือตัวอักษรประกอบด้วยพิกเซลจำนวนมากก็จะ ได้ภาพที่ละเอียดมาก
การประกอบของพิกเซลเล็ก ๆ เพื่อเป็นตัวอักษรนี้อยู่ในตารางที่เป็นเมทริกซ์ (matrix) ขนาด 8 x 8 หรือเท่าไรแล้วแต่ความสามารถในการกำ หนดรายละเอียด การแสดงตัวอักษรไทยบนตารางขนาดกว้าง 8 จุด สูง 16 จุด จะได้ตัวอักษรที่ค่อนข้างให้รายละเอียดได้มาก ทั้งนี้เพ ราะอักษรไทยมีรูปแบบรายละเอียดมาก เช่น ตัวอักษร ฎ และ ฏ จะต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
การแสดงตัวอักษร จะต้องอาศัยหน่วยความจำในการเก็บรหัสที่จะ แสดง ณ ตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ถ้าต้องการแสดงตัวอักษร ก ก็จะเก็บรหัส ก ไว้ในตำแหน่งที่ตรงกับช่องที่แสดง ดังนั้นการแสดงในแบบที่ 1 จะใช้จำนวนรหัสที่แทนตัวอักษรไทยแยกเป็นตัว ๆ ซึ่งประกอบด้วย ก ข ค.....ฮ ะ......
สำหรับในแบบที่ 2 จะต้องมีการรวมรูปกแบบการแสดง ..... ซึ่งทำให้ต้องมีรหัสแทนตัวอักษรต่าง ๆ เหล่า นั้น ในทำนองเดียวกัน หากแสดงตามแบบที่ 3 จะต้องเพิ่มรหัสแทนอักษรอีก และถ้าเป็นแบบที่ 4 จะต้องใช้รูปแบบการ แสดงบนจอภาพมากมาย เช่น ก กิ กิ่...กุ้..... เป็นต้น การกำหนดตำแหน่งที่แสดงนี้อาศัยหน่วยความจำซึ่งปกติจะเก็บรหัสตามที่ได้กำหนดไว ้ว่ารหัสใดแทนตัวอักษรใด

มีรูปแบบการกำเนิดตัวอักษรไทยบนจอภาพ กี่วิธี


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การกำเนิดตัวอักษรไทยบนจอภาพ มีรูปแบบการกำเนิดได้ 2 วิธี คือ แบบการสร้างตัวอักษรด้วยส่วนกำเนิดตัวอักษร (character generator) และแบบกราฟิก (graphic display) ในแบบส่วนกำเนิดตัวอักษร จะมี หน่วยความจำที่ทำหน้าที่จดจำรูปแบบของตัวอักษรไว้ โดยปกติจะจดจ ำเป็น การถาวรไว้ในรอม การกำหนดลักษณะของตัวอักษรนี้ใช้วิธีการกำหนดจุดสว่างของการกวาดตรวจเส้นของลำอิเล็กตรอน
เมื่อต้องการจะแสดงข้อมูลตัวอักษรใด ณ ตำแหน่งใดสิ่งที่เกิดขึ้นในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ส่วนนี้คือ การนำเอาข้อมูลรหัส จากหน่วยความจำวีดิทัศน์มากำหนดตำแหน่งในวงจรกำเนิดตัวอักษรเพื่อให้เกิดการสว่างเป็นจุดที่ต้องการ เช่น รหัสอักษร ก คือ 10100001 (A1) อักษร ข คือ 10100010 ฯลฯ เมื่อต้องการแสดงผลตัวอักษร ก ข ค ง เรียงลำดับกันตั้งแต่ตำแหน่งแรก การเริ่มต้นก็คือการกวาดตรวจของลำอิเล็กตรอน< WBR>มาที่แถวแรกของตัวอักษร ก ก็จะอ่านค่ารหัสจากหน่วยความจำวีดีทัศน์ ส่งมาเป็นตำแหน่งของวงจรกำเนิดตัวอักษร โดยรหัสบ อกแถว ในวงจรกำเนิดตัวอักษรเป็น 001 เมื่อรวมกันจะได้ 10100001001 ซึ่งคือตำแหน่งแถวบนของ ก ส่งไปแสดงในการกวาดตรวจของลำอิเล็กตรอนเส้นแรก หากในแต่ละเส้นมีการแสดงตัวอักษรได้ 80 ตัว ก็จะต้องกำหนดจุดสว่าง-มือ ถึง 80 x 80 หรือ 640 จุดดังนั้นความสัมพันธ์ของส่วนที่จ ะไปกำหนดวงจรกำเนิดตัวอักษร จึงประกอบด้วยการบอกถึงรหัสตัวอักษรใดและการแสดงในแถวใดของรหัสนั้น ถ้าหากวงจรกำเนิด ตัวอักษรให้รูปแบบตัวอักษรแต่ละตัวได้ 8 เส้น จะต้องใช้รหัสบอกเส้น 3 บิต

เครื่องคอมพิวเตอร์ช่วยเราเรียงลำดับคำได้อย่างไร

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
การจัดเรียงคำด้วยคอมพิวเตอร์
การจัดเรียงคำโดยเฉพาะอาศัยการแทนตัวเลขตามรหัสแอสกีลงไปคำต่อคำ แล้วเปรียบเทียบค่าจำนวนตัวเลขโดยตรง จะเห็นว ่าวิธีการที่จัดเรียงไม่ยาก แต่สำหรับภาษาไทยมีปัญหาต่อการจัดเรียงอยู่ไม่น้อยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะกำหนดรหัสภาษาไทยด้วยวิธีการใด ก็ไม่สามารถจัด เรียงค่าได้โดยตรงเหมือนอักษรภาษาอังกฤษ ทั้งนี้เพราะโครงสร้างการจัดเรียงภาษาไทยใช้กฎเกณฑ์พิเศษ เช่น คำว่า เกลือ อยู่ในหมวด "ก" มี ได้อยู่ในหมวด "เ" คำว่า เส และ เก มิได้อยู่ในหมวดเดียวกัน เส จะอยู่กลุ่มเส เก จะอยู่กลุ่ม ก นอกจากนี้ ภาษาไทยยังมีวรรณยุกต ์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการจัดเรียงด้วย เช่น แห่ง กับ แหง่ คำว่าแหง่ ต้องเรียงลำดับก่อน แห่ง คำว่า ข่อน มาก่อน ข้อน
โครงสร้างการจัดเรียงลำดับของภาษาไทย จึงใช้วิธีการแยกกลุ่มคำอักขระออกเป็น 3 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะเรียงน้ำหนักเฉพาะในกล ุ่มของตนเท่านั้นกลุ่มทั้งสามประกอบด้วย
กลุ่มที่ 1 ได้แก่ กลุ่มวรรณยุกต์ และอักษรพิเศษที่ประกอบด้วยอักขระเหล่านี้ เรียงลำดับจากน้อยไปหามาก ดังนี้ ฯ ๆ (...)
กลุ่มที่ 2 ได้แก่ สระต่าง ๆ เรียงลำดับจาก น้อยไปหามาก ดังนี้ ะ า ำ ิ ี ึ ื ุ ู เ แ โ ใ และ ไ
กลุ่มที่ 3 ได้แก่ พยัญชนะทั้งหมด รวมทั้ง ตัว ฤ ฤา (...) เรียงลำดับจากน้อยไปหามาก ดังนี้ ก ข ฃ ค ฅ ฆ ง จ...ย ร ฤ ฤา ล (...) ว...ฮ
การจัดเรียงคำด้วยคอมพิวเตอร์จึงใช้วิธีการจัดเรียงกันในกลุ่ม โดยกลุ่มที่ 3 มีลำดับน้ำหนักสูงสุด กลุ่มที่ 1 มีน้ำหนักเบา< WBR>สุด เช่น คำทุกคำที่ขึ้นต้นด้วยอักษร ข จะมีน้ำหนักมากกว่าคำที่ขึ้นต้นด้วย ก รวมกับคำในกลุ่ม 1 และกลุ่ม 2 เช่น ก้อน ก็ ก่อน...
ดังนั้นการจัดเรียงคำภาษาไทย จึงเป็นขบวนการที่ได้มีการพัฒนากันมา โดยนักคอมพิวเตอร์ชาวไทย จนปัจจุบันสามารถจัดเรียงคำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อดีของชุดคำสั่งประมวลผลคำคืออะไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การพัฒนาชุดคำสั่งประมวลผลคำ จึงทำให้เกิดประโยชน์ในด้านการจัดพิมพ์เอกสาร หนังสือเวียน จดหมายข้อความ ฯลฯ ได้สะดวกขึ้น ทั้ง นี้เพราะชุดคำสั่งประมวลผลคำให้ข้อดีด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ชุดคำสั่งประมวลผลคำรับข้อมูลทางแป้นพิมพ์เหมือนพพิมพ์ดีดทุกประการ แต่จะแสดงเสมือนพิมพ์ข้อความมาปรากฏบนจอ ทำให้ดัดแปลง แก้ไขข้อความได้ง่าย
2. ผู้พิมพ์สามารถเพิ่ม ลบ คำ ข้อความหรือบรรทัดต่าง ๆ ได้โดยสะดวก การแก้ไขมีรูปแบบที่เรียกว่า ฟลูสกรีนเอดิเทอร์ (full screen editor) คือ ผู ้ใช้จะเลื่อนตำแหน่งไปแก้ไขเอกสาร ณ จุดใดได้ง่ายและสะดวก
3. สามารถจัดรูปแบบของเอกสารได้ง่าย เช่นการจัดชิดขอบขวา การจัดแบ่งคอลัมน์ใหม่ การจัดย่อความพิมพ์หัวข้อ หรือข้อความกึ่ง กลางหน้ากระดาษได้โดยอัตโนมัติด้วยคำสั่ง
4. สามารถเก็บเอกสารไว้ในตัวกลาง เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ เช่น แผ่นจานแม่เหล็ก ทำให้สามารถนำกลับมาแก้ไขเพิ่มเติม หรือจัดพิมพ์ใ หม่ได้อีก
5. ผู้ใช้สามารถนำเอาเอกสารที่เก็บไว้ในหน่วยความจำมาตัดต่อข้อความตามต้องการ โดยการเคลื่อนย้ายเอกสารจากย่อห น้าหรือของหน้าใด ๆ ไปไว้ที่ใดที่หนึ่งในเอกสารก็ได้
6. หากมีการค้นหาคำหรือข้อความใด ๆ ในเอกสารผู้ใช้สามารถสั่งคอมพิวเตอร์ให้ช่วยค้นให้ได้อย่างอัตโนมัติการค้นหาคำ และเปลี่ยนคำทำได้ตลอดเอกสารที่เก็บไว้
7. สามารถจัดพิมพ์รูปจดหมาย หรือเอกสารที่มีข้อความเหมือนกัน แต่แตกต่างกันเฉพาะแห่งได้หลาย ๆ ฉบับ เช่น จดหมายเวียนจะแตกต่างกันเฉพาะชื่อผู้รับ เป็นต้น
ชุดคำสั่งประมวลผลคำไทยจึงเป็นสิ่งที่เอื้ออำนวยต่อการทำเอกสาร จดหมาย สำหรับหน่วยงานต่าง ๆ ในเมืองไทย ปัจจุบันนี้มีชุดคำสั่งประมวลผลคำไทยที่ใช้งานกันอยู่หลายชุดคำสั่ง ทุกชุดคำสั่งล้วนแล้วแต่พัฒนาขึ้นด้วยนักคอมพิวเตอร์ชาวไทยทั้งสิ้น



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ ]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.