คำว่า "ประกันสังคม" เป็นคำใหม่ เริ่มใช้ในประเทศไทยประมาณ พ.ศ. 2480 พร้อม ๆ กับคำว่าสังคมสงเคราะห์ แม้จะเป็นคำใหม่ แต่หลักการ และแนวทางมีการนำมาใช้ปฏิบัตินานแล้ว เช่น การที่ชาวบ้านช่วยกันเรี่ยไรเงิน รวบรวมเป็นเงินก้อน เพื่อช่วยเหลือเป็นค่าทำศพให้แก่สมาชิกในชุมชนเดียวกัน ที่ถึงแก่กรรม

ความหมายของการประกันสังคมในสมัยปัจจุบันคือ โครงการที่จัดตั้งขึ้น โดยรัฐบาล มีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างความมั่นคงหรือหลักประกันให้แก่ประชาชน โดยมีวิธีการจัดเก็บรายได้ส่วนหนึ่งจากประชาชนที่มีรายได้ เงินที่เก็บนี้นำมา สมทบรวมกันเป็นกองทุนกลาง นำมาใช้จ่ายเป็นค่าทดแทนให้แก่ประชาชน ตามเงื่อนไขที่กำหนด เงินที่เรียกเก็บนี้หากเป็นกรณีเก็บจากผู้ที่ทำงานรับจ้าง ก็อาจให้นายจ้างจ่ายสมทบส่วนหนึ่งและในบางกรณีรัฐบาลจะจ่ายสมทบด้วย

ประวัติความเป็นมาของการประกันสังคม
วิธีการและหลักการของการประกันสังคม
การประกันสังคมช่วยเศรษฐกิจอย่างไร
กฎหมายประกันสังคมระหว่างประเทศ
การประกันสังคมในประเทศไทย
กองทุนเงินทดแทน

ประวัติความเป็นมาของการประกันสังคม

แนวความคิดเรื่องการประกันสังคมริเริ่มขึ้นในยุโรป สืบเนื่องมาจากการ เปลี่ยนแปลงระบบการผลิตโดยมีการค้นคิดเครื่องจักรและพลังน้ำมาทำงานแทนคน ทำให้สามารถขยายการผลิตมีการจ้างแรงงานมากขึ้น และเกิดปัญหาหลายประการ รัฐจึงต้องเข้าช่วยโดยออกกฎหมายให้หลักประกันแก่คนงาน โครงการแรกเป็น เรื่องการประกันเกี่ยวกับการเจ็บป่วย ริเริ่มขึ้นที่ประเทศเยอรมันในสมัยเจ้าชาย บิสมาร์ค (Prince Otto Von-Bismarck) เป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยพระเจ้า วิลเฮล์มที่ 1 (Willhelm Friedrich Ludwig) เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2426 ต่อมาใน พ.ศ. 2427 ได้จัดให้มีการประกันอุบัติเหตุหรือโรคอันเกิดจาก การทำงานขึ้น หลังจากนั้นประเทศเยอรมันได้จัดให้มีการขยายการประกันออก ไปอีก โดยใน พ.ศ. 2432 ได้ออกกฎหมายประกันการพิการทุพพลภาพ และใน พ.ศ. 2443 ออกกฎหมายให้ประโยชน์แก่ผู้อยู่ภายใต้อุปการะของผู้เอาประกัน...

วิธีการและหลักการของการประกันสังคม

ประเทศที่มีการประกันสังคมจะมีกฎหมาย กำหนดให้รัฐบาลทำหน้าที่ เรียกเก็บเงินสมทบจากประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อรวบรวมเป็นกองทุน กลาง โดยมีการจัดตั้งสำนักงานขึ้นทำหน้าที่บริหารเงินทุน การเก็บเงินรวบรวม เป็นกองทุนกลางนี้ เรียกเก็บจากประชาชนในช่วงระยะเวลาที่เขาสามารถ ทำงานและมีเงิน เข้าทำนองเก็บสะสมเป็นเงินออมไปเรื่อย ๆ แนวความคิด เช่นนี้เกิดขึ้นในสังคมอุตสาหกรรมก่อน เพราะในระบบนี้ประชาชนไม่สามารถ พึ่งพาญาติพี่น้องได้ สังคมอุตสาหกรรมเป็นสังคมที่ประชาชนต้องปรับตัว ต้องปรับ สภาพการดำเนินชีวิต ต้องมีที่อยู่ใหม่ ต้องขวนขวายหางานทำเพื่อให้มีรายได้ และการที่จะมีปัจจัยสี่มาดำรงชีพนั้นต้องใช้แรงงาน แลกเปลี่ยนด้วยการทำงาน เป็นหลัก...

การประกันสังคมช่วยเศรษฐกิจอย่างไร

การประกันสังคมเป็นขบวนการเศรษฐกิจอันหนึ่ง โดยการส่งเสริมให้ ประชาชนออมทรัพย์ในช่วงที่มีรายได้ และจะคืนเป็นค่าทดแทนแก่ผู้เอาประกัน ในช่วงที่ขาดรายได้ การหมุนเวียนของเศรษฐกิจในรูปนี้ทำให้ประชาชนไม่ ขาดกำลังซื้อ ภาวะเศรษฐกิจก็จะหมุนเวียนและขยายตัวได้ การประกันสัง คมจะช่วยเศรษฐกิจได้มากในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ...

การประกันสังคมถือเป็นเรื่องการสร้างความมั่นคงของคนในสังคมร่วม กัน ช่วยกระจายรายได้และช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ด้อยโอกาส สังคมใด ที่ประชาชนมีความแตกต่างกันน้อยในเรื่องรายได้และความเป็นอยู่ ตลอดจน โอกาสในการสร้างความมั่นคงให้ชีวิต สังคมนั้นจะสงบสุขและมีปัญหาทาง สังคมน้อย...

กฎหมายประกันสังคมระหว่างประเทศ

ปัจจุบันการประกันสังคมได้รับการรับรองในองค์การแรงงานระหว่าง ประเทศ ได้กำหนดเป็นมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศในรูปของอนุสัญญา และข้อแนะหลายฉบับ อนุสัญญาเหล่านี้ได้รับการให้สัตยาบันจากประเทศสมาชิก จำนวนมาก โดยเฉพาะอนุสัญญาฉบับที่ 102 ค.ศ. 1952 ได้วางมาตรฐาน ขั้นต่ำในเรื่องเกี่ยวกับการประกันสังคมเอาไว้ มาตรฐานที่อนุสัญญาฉบับนี้ กำหนดไว้ คลุมถึงเรื่องต่าง ๆ 9 เรื่อง คือ การรักษาพยาบาล การเจ็บป่วย การว่างงาน วัยชรา การบาดเจ็บในงาน ครอบครัว การคลอดบุตร การไร้ สมรรถภาพ และผลประโยชน์ของผู้ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ เช่น หญิงม่ายหรือเด็กกำพร้า...

การประกันสังคมในประเทศไทย

ประเทศไทยมีกฎหมายประกันสังคมฉบับแรกเมื่อ พ.ศ. 2497 กฎหมาย ฉบับนี้ผ่านรัฐสภาพร้อมจะประกาศใช้ แต่ประสบปัญหาในเรื่องนโยบายทำให้ไม่ สามารถบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ได้จนกระทั่งบัดนี้ กฎหมายนี้ถูกร่างเสนอและ สนับสนุนโดยกรมประชาสงเคราะห์ มีเนื้อหาให้ความคุ้มครองบุคคล 2 ประเภท คือ ผู้ประกอบอาชีพรับจ้าง และประชาชนทั่วไปที่สมัครใจประกันตนเอง...

กองทุนเงินทดแทน

แม้กฎหมายประกันสังคมจะไม่ถูกนำมาใช้ปฏิบัติจนกระทั่งบัดนี้ แต่ใน พ.ศ. 2515 ก็มีประกาศใช้กฎหมายแรงงาน (ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 103) กำหนดให้มีการจัดตั้งสำนักงานกองทุนเงินทดแทนขึ้นในกรมแรงงาน ทำหน้าที่ เรียกเก็บเงินสมทบจากนายจ้างและสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 20 คนขึ้น ไป เงินสมทบที่เก็บนี้นำมาจ่ายเป็นค่าทดแทนแก่ลูกจ้าง ซึ่งประสบอันตรายหรือ เจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้นายจ้าง เงินทดแทนที่จ่ายประกอบด้วย ค่า จ้าง ค่ารักษาพยาบาล ค่าสูญเสียสมรรถภาพในการ*ำงาน และค่า*ำศพ ส่วนจำนวนเงินค่าทดแทนเป็นไปตามความร้ายแรงของความเสียหายที่ลูกจ้าง ได้รับ เช่น ในกรณีลูกจ้างประสบอันตรายและได้รับบาดเจ็บที่นิ้วหรือมือ ลูกจ้างก็จะได้เงินค่าทดแทนเท่ากับร้อยละ 60 ของค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ รักษาตัว ในกรณีที่ลูกจ้างต้องสูญเสียอวัยวะ เช่น นิ้วมือ มือ และแขนขาก็จะ ได้รับค่าทดแทนเป็นร้อยละ 60 ของเงินเดือน ในกรณีสูญเสียมากหรือทุพพลภาพ ก็ได้รับค่าทดแทนเป็นร้อยละ 60 เป็นเวลา 10 ปี...



[ จอหลัก | เล่มที่๑๒ | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ ]
Copyright © 1996 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited.