ปลาที่เลี้ยงรวมกับกุ้งได้คือปลาชนิดใด
ปัญหาสำคัญที่พบเสมอในการเลี้ยงกุ้งซึ่งไม่ใช่โรคและศัตรูคืออะไรบ้าง
ในการจับกุ้งควรพิจรณาปัจจัยอะไรบ้างและมีวิธีการจับกี่วิธี

ปลาที่เลี้ยงรวมกับกุ้งได้คือปลาชนิดใด


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

อัตราการปล่อยลูกกุ้ง
ก่อนปล่อยลูกกุ้งต้องสูบน้ำเข้าบ่อไว้ก่อน ๑ วัน ถ้าเป็นบ่อใหม่ไม่ควรสูบน้ำใส่บ่อนานเพราะจะทำให้แมลงปอมาไข่ และเกิดตัวอ่อนซึ่งสามารถจับลูกกุ้งกินได้ ถ้าเป็บ่อเก่าที่เลี้ยงอยู่แล้ว ควรใช้อวนมุ้งไนล่อนสีฟ้ากั้นเป็นคอกภายในบ่อไว้ส่วนหนึ่งสำหรับอนุบาลลูกกุ้งระยะหนึ่ง ประมาณ ๑ เดือน
ในกรณีที่เลี้ยงกุ้งอย่างเดียวและมีน้ำถ่ายเทดี ควรปล่อยกุ้งในอัตราส่วน ๑๕-๓๐ ตัวต่อตารางเมตร เมื่อกุ้งมีอายุได้ประมาณ ๒-๓ เดือน จึงคัดกุ้งที่มีขนาดใกล้เคียงกันไปเลี้ยงในบ่อเดียวกัน ในอัตราส่วน ๕-๑๐ ตัวต่อตารางเมตร ซึ่งจะทำให้ก้งุในบ่อที่เ ลี้ยงหลังจากการคัดขนาดแล้ว มีอัตราการเจริญเติบโตที่ใกล้เคียงกัน ถ้าน้ำถ่ายเทไม่มากต้องลดจำนวนลงเหลือ ๓-๕ ตัวต่อตารางเมตร จากการสำรวจผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ปล่อยกุ้งในอัตราส่วน ๕-๑๐ ตัวต่อตารางเมตรจะ ได้ผลิตผล ๑๕๐-๒๐๐ กิโลกรัมและไร่ ในระยะ ๗-๘ เดือน ถ้าปล่อยกุ้งแน่นเกินไปกุ้งจะโตช้า
ในกรณีที่ใช้วิธีทยอยจับกุ้งโตออกตลอดปี ควรปล่อยกุ้งเป็นระยะทุก ๓-๔ เดือน ในจำนวนที่มากกว่ากุ้งที่จับออก ๓ เท่า เช่น ถ้าจับ กุ้งใหญ่ขาย ๑,๐๐๐ ตัวในระยะ ๔ เดือน ก็ต้องปล่อยกุ้งเล็กลงไปแทนประมาณ ๓,๐๐๐ ตัว เป็นต้น
ในกรณีที่เลี้ยงรวมกับปลา อาจปล่อยกุ้งได้น้อย คือ ไม่เกิน ๕ ตัวต่อตารางเมตร ปลาที่เลี้ยงรวมกับกุ้งได้ คือ ปลาที่กินพืช เช่น ปลาสลิดและปลาจำพวกปลาจีน ได้แก่ ปลาลิ่น ปลาซ่ง และปลาเฉา ในอัตราไม่เกิน ๔๐ ตัวต่อไร่ สำหรับปลาจีนสามารถปล่อยเลี้ยงได้ ๒ รุ่นในรอบปี อย่างไรก็ดีมีข้อพิจารณาว่าถ้าต้องการเลี้ยงกุ้งเพื่อธุรกิจการค้าแล้วควรเลี้ยงกุ้งเพียงอย่างเดียวทั้งนี้เพราะการปล่อยปลาลงเลี้ยงรวมด้วยจะมีปัญหาตามมา ๒ ประการ คือ ปลาแย่งอาหารกุ้งทำให้เสียค่าอาหารเพิ่มขึ้น และปลาจะรบกวนในขณะใช้อวนลาก กุ้ง นอกจากนี้ การเลี้ยงปลารวมกับกุ้งยังได้ผลิตผลต่ำกว่าการเลี้ยงกุ้งอย่างเดียว
ในบางแห่งนิยมเลี้ยงปลากินยุงไว้ให้แพร่พันธุ์ในบ่อกุ้ง ทั้งนี้เพราะปลากินยุงกินอยู่บนผิวน้ำจึงใช้กำจัดตัว อ่อนของแมลงผิวน้ำและแมลงปอซึ่งชอบกินลูกกุ้ง ปลาชนิดนี้มีขนาดใหญ่ไม่เกิน 2 นิ้ว กินลูกกุ้งไม่ได้ แต่กุ้งจับเป็นอาหาร ได้หรือถ้ามีมาก ๆ ก็บดให้กุ้งกินเป็นอาหาร จึงควรเลี้ยงไว้ในบ่อกุ้ง

ปัญหาสำคัญที่พบเสมอในการเลี้ยงกุ้งซึ่งไม่ใช่โรคและศัตรูคืออะไรบ้าง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ปัญหาในการเลี้ยงกุ้ง
ปัญหาสำคัญที่พบเสมอในการเลี้ยงกุ้งซึ่งไม่ใช่โรคและศัตรูแต่ทำให้เกิดความเสียหายมีดังนี้
๑. การขาดแคลนออกซิเจนในบ่อ มักเป็กับบ่อที่เลี้ยงกุ้งไว้หลังจากอายุ ๔ เดือน เป็นต้นไป โดยเฉพาะในฤดูร้อนน้ำน้อยและวันท ี่มีอากาศครึ้ม อบอ้าว อาการที่แสดงว่าขาดออกซิเจนคือ ในตอนเช้ามืดกุ้งจะขึ้นมาปรากฎอยู่ที่ขอบบ่อมากผิดปกติ บางตัวอาจจ ะกระโดดขึ้นมาบนตลิ่ง ซึ่งแสดงว่ามีออกซิเจนในน้ำต่ำกว่า ๑.๕ ส่วนในล้าน ต้องรีบแก้ไข มิฉะนั้น กุ้งอาจตายหมดบ่อ การแก้ไขกระ ทำโดยสูบน้ำเข้าทันทีพร้อมทั้งให้อากาศ หรือใช้เครื่องตีน้ำเพิ่มออกซิเจนในเวลากลางคืน ปริมาณออกซิเจนในบ่อควรให้มีไม่ต่ำกว่า ๓ ส่วนในล้าน
๒. กุ้งไม่โตเนื่องจากกุ้งไม่ลอกคราบ จะปรากฎลักษณะคล้ายตะไคร่น้ำจับที่เปลือกกุ้งทำให้กุ้งผอม น้ำหนักเบา สาเหตุเนื่องจากให้อาหารน้อยและอาหารมีคุณค่าไม่เพียงพอ หรือให้อาหารมากเกินไป ซึ่งทำให้ดินและน้ำในบ่อเกิดการเน่าเสีย วิธีป้องกันคือ ไม่ปล่อยกุ้งลงเลี้ยงจนแน่นบ่อ ต้องถ่ายน้ำบ่อย ๆ หรือใส่โล่ติ๊นหรือกากเมล็ดชาในอัตราส่วนตามที่กล่าวมาแล้ว
นอกจากปัญหาดังกล่าวแล้วยังพบปัญหาอื่นอีก คือ กุ้งก้ามโตแต่ตัวเล็กทีเรียกว่า "กุ้งจิ๊กโก๋" ปัญหานี้เกิดจากความไม่สมดุลข องจำนวนกุ้งในบ่อ กล่าวคือ มีกุ้งตัวผู้น้อยกว่าตัวเมียหลายเท่า ทำให้กุ้งตัวผู้เสียพลังงานไปกับการผสมพันธุ์ อันเป็นเหตุให้กุ้งตัวผู้แคระแกร็น ไม่สมส่วน สามารถแก้ไขได้ โดยการจับตัวเมียออกให้เหลือจำนวนใกล้เคียงกับตัวผู้

ในการจับกุ้งควรพิจรณาปัจจัยอะไรบ้างและมีวิธีการจับกี่วิธี


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การจับกุ้ง
ในการจับกุ้งนั้นเราควรพิจารณาปัจจัย ๒ ประการ คือ ขนาดที่ตลาดต้องการ และขนาดที่กุ้งเจริญเติบโตถึงจุดเริ่มตัว ผู้เลี้ยงต่อมทรา บดีว่ากุ้งโตไม่เท่ากัน ยิ่งเลี้ยงไปตัวผู้ยิ่งโตกว่าตัวเมียเมื่ออายุประมาณ ๘-๑๒ เดือน ตัวผู้จะโตกว่าตัวเมียประมาณ ๒ เท่า จาก การสังเกตการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามในบ่อพบว่า ควรจับกุ้งเมื่อตัวผู้มีขนาด ๘-๑๐ ตัวต่อกิโลกรัมและตัวเมียมีขนาด ๑๕-๑๘ ตัวต่อกิโ ลกรัม ซึ่งเป็นระยะที่กุ้งก้ามกรามในบ่อมีอัตราการเจริญเติบโตเร็วที่สุด ถ้าพ้นจากนี้ไปจะโตช้า
สำหรับการจับกุ้งนั้นทำได้ 2 วิธี คือ จับเป็นครั้งคราวโดยใช้อวนไนล่อน และจับโดยการสูบน้ำออกหมดบ่อ
ในการเลี้ยงกุ้งเพื่อเป็นธุรกิจนั้น ควรจับกุ้งโดยใช้อวนจะเหมาะกว่าวิธีอื่น ทั้งนี้เพราะกุ้งโตไม่เท่ากัน การใช้อวนท ำให้สามารถเลือกจับกุ้งที่โตออกขายก่อน กุ้งไม่บอบช้ำ ช่วยให้ได้ราคาดี และ ประหยัดทั้งกำลังคนและอุปกรณ์อย่างไรก็ตาม ไม่ควรจับก้งุที่กำลังลอกคราบหรือเพิ่งลอกคราบใหม่ๆ เปลือกยังนิ่ม เพราะจะเกิดบาดแผลง่ายทำให้เน่าเสียเร็ว และไม่ควรจับกุ้งขั งไว้ค้างคืน เพราะจะทำให้กุ้งได้รับความเสียหายเนื่องจากกุ้งลอกคราบประมาณ ร้อยละ ๕-๑๐ และส่วนมากจะถูกกุ้งตัวอื่นกิน เหลือบางส่วนเท่านั้น
อวนที่ใช้กุ้งก้ามกรามในบ่อควรใช้อวนไนล่อน ที่มีขนาดตากว้าง ๑.๒-๑.๕ นิ้ว เส้นอวนเบอร์ ๑๗ ยาวไม่น้อยกว่าความกว้างของบ่อและล ึกเป็น ๓ เท่าของความลึกของน้ำ ใช้ลากไปตามความยาวของบ่อ วิธีนี้จะจับกุ้งขนาดน้ำหนักไม่ต่ำกว่าตัวละ ๕๐ กรัม ส่วนก้งุขนาด เล็กจะลอดไปได้ ทำให้สามารถคัดเอากุ้งที่มีขนาดที่ต้องการได้ในเวลารวดเร็ว และกุ้งไม่บอบช้ำ
ส่วนวิธีสูบน้ำออกจนหมดบ่อแล้วจึงจับนั้น ควรทำเมื่อกุ้งเหลือน้อยและต้องการจะล้างบ่อเพราะเมื่อสูบน้ำออกแล้วจ ะมีก้งุขนาดเล็กอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งยังจำหน่ายไม่ได้ จำเป็นจะต้องเลี้ยงต่อไป การจับโดยวิธีสูบน้ำออกหมดนี้จะทำให้ก ุ้งบอบช้ำมาก



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ |ย้อนหลัง]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.