จิตรกรรมเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาอย่างไร
หากศิลปะวัฒนธรรมไม่หยุดนิ่ง งานจิตรกรรมจะเป็นอย่างไร
ใครเป็นผู้นำเทคนิคการเขียนภาพแบบตะวันตกเข้ามาใช้เป็นท่านแรก
สถาบันใดเป็นสถาบันการสอนทางศิลปะแห่งแรก
ทำไมหอศิลป์จึงมีความสำคัญต่อจิตรกรรมร่วมสมัย

จิตรกรรมเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

จิตกรรมหรือภาพเขียนฝาผนังที่อยู่ในโบสถ์และวิหาร มักจะแสดงเรื่องราวที่น่าสนใจต่าง ๆ ซึ่งต้องการถ่ายทอดออกสู่ส ังคม นอกจากนั้นยังสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานเป็นคณะอย่างมีระบบ กล่าวคือ ในการสร้างโบสถ์วิหารของวัดใดวัดหนึ่ง ผู้ที่ทำ งานประสานกันจะประกอบด้วยช ่างฝีมือแขนงต่างๆ เช่น สถาปนิกผู้ออกแบบโบสถ์ นายช่างตกแต่งภายในโบสถ์ ช่างปั้น และช่างเขียน เป็นต้น พระประธานนับเป็นองค์ประกอบด้ว ยการปั้นและสร้างพระประธานในโบสถ์ จึงถือเป็นงานที่สำคัญที่สุด การออกแบบและปั้นฐานพระประธานจะเป็นงานรองจากการส ร้างพระประ ธาน เพราะต้องออกแบบฐานซึ่งประดิษฐ์องค์ประธานตามลักษณะและขนาดของพระประธานขนาดของโบสถ์และพระประธานต้องมีความสมดุลกัน ช่างเขียนซึ่งทำงานจิตรกรรมฝาผนังภายในโบสถ์จะต้องสร้างงานในลักษณะส่งเสริมองค์พระประธาน ส่วนมากพระประธานในโบสถ์จะมีขนา ดใหญ่มาก เพราะฉนั้นช ่างเขียนที่เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังจะต้องรู้จักประมาณตน จะต้องไม่แสดงความอวดเก่งเพื่อแสดงความสำคัญเฉพาะงานของตน การวางเค้าโครงเรื่องราวของภาพจิตรกรรมก็ดี การวางโครงสร้างของสีและขนาดสัดส่วนของคน สัตว์และสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งประกอบเป็นเรื ่องราวก็ดี ต้องวางเค ้าโครงในลักษณะที่ส่งเสริมองค์พระประธานให้มีลักษณะเด่น เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าภาพเขียนฝาผนังในโบสถ์วิหารต่าง ๆ ทำให้ เราเกิดความรู้สึกสงบร่มเย็น ทั้งนี้เพราะมีการวางเค้าโครงของการใช้สี เส้น รูปทรงต่าง ๆ ของภาพจิตรกรรมแวดล้อมพระประธาน อย่างถูกต้อง

หากศิลปะวัฒนธรรมไม่หยุดนิ่ง งานจิตรกรรมจะเป็นอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การได้รับอิทธิพบซึ่งกันและกันของตะวันตกและตะวันออก
โดยปกติความเคลื่อนไหวทางศิลปวัฒนธรรมย่อมไม่หยุดนิ่ง จากสังคมหนึ่งถ่ายทอดให้อีกสังคมหนึ่ง วัฒนธรรมทางตะวันตกแผ่อิทธิพลมา ทางตะวันออก งานจิตรกรรมทางตะวันออกก็ได้รับอิทธิพลของจิตรกรรมทางตะวันตก อิทธิพลนี้มีส่วนทำให้งานจิตรกรรมของทางตะวันออกเปลี่ยนแปล งไปมากทั้งทางความคิดและวิธีการต่าง ๆ ที่เห็นไดัชัดคือ งานจิตรกรรมของทางตะวันออกแต่เดิมนั้น ศิลปินเขียนภาพตามอุดมคติมาก กว่าที่จะยึดถือหลักข้อเท็จจริงตามธรรมชาติ เช่น การจักองค์ประกอบการเขียนภาพคนและสัตว์ มักเขียนตามความรู้สึกนึกคิดของช่าง และเขียนเป็นล ักษณะ 2 มิติ แต่เมื่อได้รับอิทธิพลจากจิตรกรรมตะวันตกซึ่งเขียนภาพให้แสงเงาและวิธีการเขียนที่แสดงออกในลักษณะ 3 มิติ การเขีย นภาพจิตรกรรมของไทยก็เริ่มมีการนำลักษณะเหล่านี้มาใช้ เช่น การเขียนภาพคนให้ถูกต้องทางกายวิภาค และ การเขียนภาพตามหลักขอ งทัศนียวิท ยา เป็นต้น
วิวัฒนาการของจิตรกรรมเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสังคม งานจิตรกรรมมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและแนวความคิดเมื่อการสื่อสารและ การคมนาคมมีความเจริญขึ้น

ใครเป็นผู้นำเทคนิคการเขียนภาพแบบตะวันตกเข้ามาใช้เป็นท่านแรก


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

อิทธิพลศิลปะตะวันตกในจิตรกรรมไทยแบบประเพณี
การเขียนภาพจิตรกรรมแบบประเพณีของไทย เริ่มมีการนำเทคนิคของการเขียนภาพแบบตะวันตกเข้ามาใช้ในสมัยรัชกาลที่ 4 ผู้ที่ เริ่มนำเทคนิคของการเขียนภาพแบบตะวันตกมาใช้เป็นท่านแรกคือ พระอาจารย์อินโข่งหรือที่เรียกติดปากกันทั่วไปว่า ขรัวอินโข ่งท่านเป็นจิตรกรที่บ วชเป็นพระจำพรรษาอยู่ที่วัดราชบูรณะ ขรัวอินโข่ง เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาแนวทางการเขียนภาพจิตรกรรมไทยแบบประเพณีโดยนำเอากฎเกณฑ์ทางทัศนียวิทยาเข้ามาใช้แสดงระยะใกล้ - ไกล และแสดงบรรยากาศในภาพจิตรกรรมด้วยการใช้แสงเงาและสี ทั้งยังนำเอาลักษณะของ การจัดองค์ประกอ บและลักษณะตีกรามบ้านช่องแบบตะวันตกเข้ามาใช้ในภาพเขียน นอกจากนั้นลักษณะภาพเขียนของขรัวอินโข่ง ยังแสดงถังบรรยากาศบางลักษณะของสภาพภูมิอากาศของตะวันตกอีกด้วย
ขรัวอินโข่งได้รับการยกย่องนับถือว่าเป็นผู้เริ่มต้นงานจิตรกรรมสมัยใหม่ เพราะในงานจิตรกรรมของท่าน การแสดงอารมณ์และบรรยากาศ เป็นการแสดงออกที่เป็นอิสระ และพ้นจากกฎเกณฑ์ของภาพเขียนแบบประเพณีโดยทั่วไปผลงานของท่านแสดงออกถึงคุณค่าของงานจิตรกรรมซึ่งอยู่เหนื อเหตุผลทางทฤษฎีในการเขียนภาพ เป็นการชี้ทางให้ช่างเขียนยุคต่อมาของไทยได้มองเห็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ไม่ ซ้ำซาก ไม่ปิดกั้นความคิดของตนไว้กับรูปแบบทางศิลปะรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

สถาบันใดเป็นสถาบันการสอนทางศิลปะแห่งแรก


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การศึกษาศิลปะเป็นสิ่งควบคู่มากับความเจริญและวิวัฒนาการของจิตรกรรมไทยร่วมสมัยเนื่องจากงานจิตรกรรมร่วมสมัยมิได้มีแนวทางตามแบบตระกูลช่างเขียนแบบเดียวกับงานจิตรกรรมไทยแบบประเพณี เช่น ตระกูลช่างนนทบุรี ตะกูลช่างเพชรบุรี ซึ่งสร้างสรรค์งานตามการว างโครงการแ ละแนวความคิดของครูช่างแต่จิตรกรรมไทยร่วมสัมัยนั้น จิตรกรผลิตงานสร้างสรรค์ตามแนวทางของตน ดังนั้น การศึกษาหาความรู้ และ วิวัฒนาการด้านงานศิลปะในลักษณะสากลและวิเคราะห์วิจารณ์ลักษณะงานจึงเป็นสิ่งจำเป็น
การจัดตั้งสถาบันการสอนทางศิลปะในประเทศไทยเริ่มในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยเริ่มมีการตั้ง "โรงเรียนเพาะช่าง" ขึ้นใน พ.ศ.2456 เพื่อจัด การและให้การศึกษาในวิชาการด้านศิลปะหลายสาขา และตั้งโรงเรียนประณีตศิลปกรรม (โรงเรียนศิลปากรแผนกช่าง) ใน พ.ศ.2476 ต่อมาได้ เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากรใน พ.ศ.2486 โดยมีศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี (Corrado Feroci, ค.ศ.1892-1962) ชาวอิตาลี เป็นผู้วางรากฐานในการศึกษาเกี่ยวกับวิชาช่ างสาขาจิตรกรรมและประติมากรรมทั้งในแบบของศิลปะสากลและศิลปะแบบประเพณีไทยมีจุดประสงค์เพื่อลผิตศิลปินผู้ ที่ทำงานศิลปะอย่างแท้จริง
วิวัฒนาการของจิตรกรรมร่วมสมัยของไทยเมื่อพิจารณาช่วงระยะเวลาของการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งเริ่มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ประมาณ พ.ศ.24 77 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับจิตรกรรมร่วมสมัยของชาติอื่น ๆ โดยเฉพาะชาติในแถบเอ เชียด้วยกัน ลักษณะการสร้างสรรค์ไม่จำกัดกรรมวิธีและเทคนิค มีทั้งสีน้ำ สีฝุ่น สีชอล์ก (chalk) สีน้ำมัน สีอะครีลิก (acrylic) และเทคนิคประส มอื่นๆ ด้วย ศิลปินแต่ละบุคคลต่างก็มีวิวัฒนาการในการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมของตนเอง

ทำไมหอศิลป์จึงมีความสำคัญต่อจิตรกรรมร่วมสมัย


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

วิวัฒนาการของจิตรกรรมร่วมสมัยของไทยเมื่อพิจารณาช่วงระยะเวลาของการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งเริ่มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ประมาณ พ.ศ.24 77 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับจิตรกรรมร่วมสมัยของชาติอื่น ๆ โดยเฉพาะชาติในแถบเอ เชียด้วยกัน ลักษณะการสร้างสรรค์ไม่จำกัดกรรมวิธีและเทคนิค มีทั้งสีน้ำ สีฝุ่น สีชอล์ก (chalk) สีน้ำมัน สีอะครีลิก (acrylic) และเทคนิคประส มอื่นๆ ด้วย ศิลปินแต่ละบุคคลต่างก็มีวิวัฒนาการในการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมของตนเอง
ในการพัฒนางานจิตรกรรมร่วมสมัยนั้นการแลกเปลี่ยนความรู้ การแสดงงานสร้างสรรค์และการวิจารณ์งานเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาการสร้างสรรค์ของแต่ละบุคคล การส่งเสริมคุณค่าของงานจิตรกรรมร่วมสมัยให้ได้มาตรฐาน จำเป็นต้องมีการแสดงผลงาน ต่อสาธารชน ดังนั้ นสถานที่แสดงงาน หรือหอศิลป์มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อวิวัฒนาการของงานจิตรกรรมร่วมสมัย รวมทั้งการเผยแพร่และการจัดประกวดผลงานจิตรกรรมก็เช่นเดียวกัน เพราะทำให้ได้เห็นผลงานในแนวความคิดต่างๆ เปรียบเทียบกัน ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ผู้ผลิตงาน สร้างสรรค์มีพลังในกา รสร้างสรรค์ต่อเนื่องกัน และมีความตั้งใจในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ให้มีคุณค่ายิ่งขึ้น



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ ]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.