การเล่นกลางแจ้งหรือในร่มที่มีบทร้อง
การเล่นเลียนแบบผู้ใหญ่
การเล่นที่ใช้อุปกรณ์
การเล่นของเด็กชายโดยเฉพาะ
การเล่นกลางแจ้งหรือในร่มที่มีบทร้อง
[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
ซักส้าว วิธีเล่น ผู้เล่นยืนหันหน้าเข้าหากัน ยื่นมือทั้งสองยึดกัน แล้วโยกแขนไปมาพร้อมทั้งร้องเพลง
บทร้องประกอบการเล่นมีว่า ซักส้าวเอย มะนาวโตงเตง ขุนนางมาเอง ว่าจะเล่นซักส้าว มือใครยาวสาวได้สาวเอา มือใครสั้นเอาเถาวัลย์ต่อเข้า
โพงพาง
วิธีเล่น หาคนที่เป็นปลาโดยการจับไม้สั้นไม้ยาว เอาผ้าผูกตาคนที่เป็น ปลา แล้วหมุน ๓ รอบ ผู้เล่นคนอื่น ๆ ล้อมวงจับมือกันเดินเป็นวงกลม พร้อมกับร้องเพลงประกอบ เมื่อจบเพลงนั่งลงถามว่า "ปลาเป็นหรือปลาตาย" ถ้าตอบว่าปลาเป็น คนที่อยู่รอบวงจะยับเขยื้อนหนีได้ถ้าบอกปลาตายจะต้องนั่งอยู่เฉยๆ หากคนที่ถูกปิดตาทายถูกว่าผู้ที่ตนจับได้เป็นใคร ผู้ที่ถูกจับนั้นก็ต้องมาเป็นปลาแทน ถ้าทายผิดก็ต้องเป็นต่อไป

บทร้องประกอบการเล่นมีว่า
โพงพางเอย ปลาเข้าลอด ปลาตาบอด เข้าลอดโพงพาง
การละเล่นชนิดนี้ฝึกความสังเกต ความจำและความมีไหวพริบ การเล่นชนิดนี้คล้ายการเล่น "เชโค" ของภาคใต้ แต่บทร้องต่างกัน มีหลายบทเช่น "เชโคโยยานัด ฉัดหน้าแข้ง เดือนแจ้งมาเล่นเชโค" ทุกบทแสดงว่าเล่นเวลาเดือนหงาย บางจังหวัดมีการเล่นเช่นนี้แต่ไม่มีบทร้องเรียกว่า "เสืองม" "นายโม่"
การเล่นเลียนแบบผู้ใหญ่
[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
หม้อข้าวหม้อแกง
ผู้เล่นไม่จำกัดจำนวน อุปกรณ์การเล่นนั้นเมื่อก่อนจะมีหม้อข้าวหม้อแกง เตา ครก เครื่องใช้ในการทำครัวขาย ทำจำลองของจริง มีขนาดย่อมและขนาดเล็ก น่ารัก เด็กจะชอบมาก
วิธีเล่น นำเครื่องครัวมาใช้หุงหาอาหารแบบผู้ใหญ่ บางทีก็ใช้ของจริง เช่น ข้าวนำมาหุง ไข่นำมาทอด บางทีก็ใช้กับข้าวสมมุติ เช่น ใช้ใบไม้ เปลือกผลไม้ นำมาหั่นทำเป็นกับข้าวใช้ใบตองห่อทรายสมมุติเป็นขนมหนึ่งและใช้เกสรดอกไม้ ใส่กระทงทำเป็นขนมหวานต่าง ๆ
โปลิสจับขโมย
วิธีเล่น ฝ่ายหนึ่งสมมุติให้เป็นขโมย อีกฝ่ายหนึ่งเป็นโปลิส เพราะสมัยก่อนไม่มีใครเรียก "ตำรวจ" ใช้ทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ชะรอยตำรวจจะเป็นอาชีพที่คนเกรงขามมาก จึงนำมาตั้งชื่อฝ่ายที่เป็นผู้วิ่งจับ และถ้าจับได้ก็มีหน้ามีตาการเล่นนั้นผู้เป็นขโมยจะต้องมีวิธีพลิกแพลงซ่อนหรือหลบหลีกด้วยวิธีต่าง ๆ
การเล่นชนิดนี้ฝึกความมีไหวพริบ และ ออกกำลัง ภาคใต้มีวิธีเล่นที่คล้ายกัน เรียกว่า "โจรลักวัว" แต่มีการสมมุติเป็นเจ้าบ้านถูกลักวัวไป ต่อมานำความไปบอกกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแล้วทั้งหมดจึงตามโจรที่ลักวัวไป
การเล่นที่ใช้อุปกรณ์


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ขี่ม้าก้านกล้วย
อุปกรณ์การเล่น ได้แก่ ก้านกล้วยนำมาตัดเป็นรูปม้า ตอนโคนเป็นหัวตอนปลายเป็นหาง ใช้สายจากก้านกล้วยโยงเป็นบังเหียน
วิธีเล่น นำก้านกล้วยที่ทำเป็นรูปม้าแล้วมาเป็นตัวม้า ให้ผู้ขี่ขึ้นขี่แล้ววิ่งไปรอบ ๆ ทำท่าเหมือนขี่ม้า ทุกคนแข่งขันกันว่าใครจะวิ่งได้เร็วกว่ากันหรือมิฉะนั้นก็วิ่งไปรอบ ๆ เหมือนขี่ม้าแข่ง
การเล่นชนิดนี้ฝึกให้มีจินตนาการและให้ทำท่าเหมือนม้า เป็นการออกกำลังกายอย่างดี
ปี่ตอซัง
ผู้เล่นไม่จำกัดจำนวน อุปกรณ์การเล่นใช้ตอซังข้าวซึ่งมีลักษณะเป็นปล้องคล้ายไม้ไผ่บางๆ มาปล้องหนึ่ง ตัดตาปล้องทางโคนทิ้งไป แล้วปาดผิวแฉลบลึกลงไปหาตาปล้องที่เหลือ ให้มีความยาวประมาณ ๑ เซนติเมตร ผิวที่ปาดแฉลบทำหน้าที่เป็นลิ้นปี่
วิธีเล่น เมื่อเป่าอมส่วนที่เป็นลิ้นปี่เข้าไปไว้ในปาก แล้วลองเป่าดูโดยปรับเสียงได้ด้วยการเฉือนทางโคนออกให้สั้นเข้ามาเรื่อย ๆ จนได้เสียงที่ต้องการ ถ้าเฉือนจนไม่มีที่จะเฉือนแล้วก็หาปล้องตอซังมาทำใหม่อีก การเล่นประเภทนี้เป็นการนำวัสดุธรรมชาติมาประดิษฐ์เป็นของเล่น เด็กจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเสียงสูง ต่ำ ได้ฝึกประสาทหู และฝึกประดิษฐ์เครื่องดนตรีแบบง่าย ๆ เมื่อทำสำเร็จเด็กจะเกิดความภาคภูมิใจและความเชื่อมั่นในตนเอง ภาคใต้มีการเล่นปี่ซัง ข้าว ปี่ใบตอง คือนำซังข้าวและใบตองมาทำปี่สำหรับเป่าและประดิษฐ์เป็นรูปต่าง ๆ
การเล่นของเด็กชายโดยเฉพาะ


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ตีลูกล้อ
ผู้เล่นไม่จำกัดจำนวน อุปกรณ์การเล่นยางรถจักรยานหรือวงล้อไม้เป็น ซี่ ๆ ขนาดเหมาะมือ หรือขอบของกระด้งที่ไม่ใช้แล้ว
วิธีเล่น กำหนดจุดเริ่มต้นและเส้นชัยไว้แต่ละคนนำลูกล้อของตนเองมาที่จุดเริ่มต้น และวิ่งเอาไม้ตีลูกล้อให้กลิ้งไป แข่งกันว่าใครจะถึงเส้นชัยก่อนกัน ผู้ที่ใช้วงล้อจะได้เปรียบเพราะวงล้อมีร่องสำหรับใส่ยาง เอาไม้ดันได้สะดวกและตรงกว่า ไม่แกว่งไปแกว่งมา ใครถึงเส้นชัยก่อนคนนั้นก็ชนะ
สิกไม้ย่างกางเกง
ในภาคเหนือ ไม้กางเกงมี ๒ ชนิด ชนิดแรกทำด้วยกะลามะพร้าวผ่าครึ่ง ๑ คู่ วางคว่ำลงกับพื้นเจาะรูร้อยเชือกที่ก้นกะลา ข้างละ ๑ เส้นความยาวเท่าที่จะใช้มือดึงได้ในขณะที่ยืนอยู่ชนิดที่ ๒ ทำด้วยไม้ไผ่ท่อน โตยาวประมาณ ๑ คืบ ๑ คู่ ยกไม้ไผ่ท่อนเล็กขึ้น คะเนดูสูงตามต้องการ แล้วทำเครื่องหมายไว้ เจาะรูตรงเครื่องหมายให้ทะลุไปอีกข้างหนึ่งหาไม้เหนียวๆ หรือเหล็กสอดนำไปในรูทำสลัก เอาไม้ท่อนโตมาบากรูสวมลงทางปลายของไม้ไผ่ท่อนเล็กให้เลื่อนลงมาอยู่ตรงสลัก แล้วหาผ้ามาพันเพื่อจะได้ไม่เจ็บง่ามเท้า
วิธีเล่น ชนิดที่ ๑ ยืนบนกะลามะพร้าว ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้คีบเชือกไว้ ดึงเชือกให้ตึงแล้วยกเท้าก้าวเดิน ชนิดที่ ๒ ขึ้นเหยียบบนท่อนไม้โต มือจับไม้ท่อนเล็กให้ตั้งฉากกับพื้น ใช้งามเท้าคีบไม้ท่อนเล็ก ก้าวเดินคล้ายกับเดินธรรมดา เด็กต้องทรงตัวบนไม้กางเกง ยิ่งสูงยิ่งสนุกแล้วเดินแข่งกัน การเล่นประเภทนี้เป็นการใช้วัสดุตามธรรมชาติในพื้นที่แถบนั้นมาประดิษฐ์เป็นเครื่อง เป็นการฝึกให้เด็กได้ใช้มือและมีความคิดสร้างสรรค์ในการหัดเล่นเด็กจะได้ฝึกการทรงตัว ฝึกความอดทน ความมานะพยายาม และในขณะเล่นเด็กจะได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน
การเล่นชนิดนี้มีในภาคอื่น ๆ การเล่นชนิดที่ ๑ นั้น เล่นกันทั้งเด็กชายและเด็กหญิง ส่วนการเล่นชนิดที่ ๒ เป็นการเล่นเฉพาะเด็กชาย การเล่นชนิดที่ ๑ ภาคอีสานเรียกว่า "เดินหมากกุบกับ" ภาคกลางเรียกว่า "เดินกะลา" ภาคใต้เรียกว่า "กุบกับ" การเล่นชนิดที่ ๒ ภาคอีสานเรียกว่า "ขาโถกเถก" ภาคใต้เรียกว่า "ทองสูง"
หัวข้อก่อนหน้า หัวข้อถัดไป