การเต้นรำของผึ้ง บ่งบอกถึงอะไร
อะไรคือสิ่งที่สะดุด ผึ้งตัวผู้ให้ขึ้นไปหาผึ้งนางพญาได้อย่างถูกต้อง
ผึ้งมีวิธีการสร้างรังใหม่ (หรือแยกรัง) อย่างไร
ผึ้งผลิตน้ำผึ้งได้อย่างไร

การเต้นรำของผึ้ง บ่งบอกถึงอะไร


[ ขยายดูภาพใหยญ่ ]

การเต้นรำบอกแหล่งอาหารของผึ้งมีอยู่ 2 แบบ คือ การเต้นรำแบบวงกลมและการเต้นรำแบบส่ายท้อง
การเต้นรำแบบวงกลม (round dance) ผึ้งงานที่กลับมาจากสำรวจแหล่งอาหารในรัศมีไม่เกิน 100 เมตร จะบินกลับรังแล้วเต้นแบบวงก ลมบนผนังของรวงรังในแนวตั้งฉากกับฐานรัง เพื่อบอกให้สมาชิกผึ้งงานด้วยกันทราบ ลักษณะของการเต้นแบบวงกลมนี้จะเต้ นวนอยู่หลายรอบน าน 1/2 - 1 นาที จึงหยุด และย้ายไปเต้นในตำแหน่งต่าง ๆ บนผนังรวงรัง เพื่อบอกสมาชิกผึ้งงานตัวอื่น ๆ ให้ทราบต่อไป ตลอดเวลาของการเต้นจะมีผึ้งงานประมาณ 5-10 ตัว ตอมรอบ ๆ ถ้ามีแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ ผึ้งที่สำรวจนี้จะเต้นรุนแรงและเร็ว ถ้าอาหารมีน้อย ก็จะเต้นช้าและมักไม่ได้รับความสนใจจากสมาชิกผึ้งงานที่ล้อมดูอยู่รอบๆ ผึ้งงานที่ตอมดูในขณะที่ผึ้งสำรวจเต้ น จะดมกลิ่นและสังเกตลักษณะสีของแหล่งอาหาร ซึ่งได้จากเกสรและน้ำหวานที่ติดมากับผึ้งสำรวจนี้ด้วย การเต้นแบบวงกลมมิได้บอกทิศทางแต่อย่างใดเพราะระยะทางในรั ศมี 100 เมตรนั้น เมื่อผึ้งงานที่ตอมดูอยู่รอบ ๆ บินขึ้นดูก็จะพบแหล่งอาหารที่อยู่ไม่ไกลนี้ได้ทันที
การเต้นแบบส่ายท้อง (tail wagging dance) ผึ้งงานสำรวจที่พบแหล่งอาหารไกลกว่า 100 เมตร จะบินกลับรังและเริ่มเต้นแบบส่วนท้องบนผ นังรวงรังทันที ลักษณะการเต้นแบบนี้ ท้องจะส่ายไปมาโดยผึ้งจะวิ่งเป็นเส้นตรงขึ้นก่อน แล้วหมุนวนรอบซ้ายและขวารอบล ะครึ่ งวงกลม ทำองศาบนเส้นแบ่งครึ่งวงกลมกับแนวดิ่งของฐานรังนี้เอง จะบอกทิศทางระหว่างแหล่งอาหาร ที่ตั้งของรังและดวงอาทิต ย์ ผึ้งสำรวจจะเต้นแบบนี้ซ้ำของรังและดวงอาทิตย์ ผึ้งสำรวจจะเต้นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก จำนวนรอบและระยะเวลาในการเต้นจะเป็นตัวกำหนดระยะทางของแหล่งอ าหารกับที่ตั้งของรัง ผึ้งสำรวจจะย้ายตำแหน่งการเต้นไปยังที่ต่างๆ บนรวงรังให้สมาชิกภายในรังทราบมากที่สุดแล้วจะหยุดเต้น ผึ้งงานที่ตอบอยู่รอบ ๆ จะพากันบินไปสู่แหล่งอาหารนั้นทันที
ความรุนแรงของการเต้นเป็นสิ่งบ่อบอกความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหาร จำนวนรอบของการเต้นบอกระยะทางของแหล่งอาหาร จำนวนรอบ ของการเต้นบอกระยะทางของแหล่งอาหาร ผึ้งงานจะสังเกตลักษณะของกลิ่นและชนิดของดอกไม้ได้จากเกสรที่ติดมาบนตัวผึ้งสำรว จเช่นเดียวกับการเต้นแบบวง กลม

อะไรคือสิ่งที่สะดุด ผึ้งตัวผู้ให้ขึ้นไปหาผึ้งนางพญาได้อย่างถูกต้อง

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
การผสมพันธุ์ คือ พฤติกรรมที่ผึ้งตัวผู้จะบินออกไปผสมพันธุ์กับผึ้งนางพญากลางอากาศ ผึ้งจะบินออกไปผสมพันธุ์เมื่อมี อายุประมาณ 3-7 วัน ผึ้งตัวผู้บินออกไปเป็นกลุ่มและชอบทำเสียงแหลมซึ่งต่างจากผึ้งงาน เพราะความถี่ในการตีปีกต่างกัน ก่อนบินมันจะกินน้ำ ผึ้ง ทำความสะอาดหนวดและตาของมัน จากนั้นก็บินออกไปรวมกลุ่มกันก่อนยังบริเวณที่เรียกว่า "ที่รวมกลุ่มของผึ้งตัวผู้" ทันทีที่ได้กลิ่นจากผึ้งนางพญา ผึ้งตัวผู้จะรีบบินตามขึ้นไป ผึ้งตัวผู้ตัวแรกที่บินไปถึงก่อนจะได้ผสมพันธุ์กับ ผึ้งนางพญาเมื่อผสมพันธุ์เสร็จแล้วอว ัยวะสืบพันธุ์จะขาดจากตัว ทำให้ผึ้งตัวผู้ตกลงมาตาย ผึ้งนางพญาจะสลัดอวัยวะสืบพันธุ์ของผึ้งตัวผู้ออก และทำการผสมกับผึ้งตัวผู้ตัวต่อไปจนครบ 10 ตัว จึงจะบินกลับรัง โดยทั่วไปแล้วผึ้งนางพญาจะทำการผสมพันธุ์กับผึ้งตัวผู้จาก รังอื่นๆ ที่ต่างสายเลือดกันผึ้งนางพญาจ ะเก็บน้ำเชื้อตัวผู้ไว้ได้ถึง 5-6 ล้านตัว (อสุจิ) เพื่อใช้ผสมกับไข่ไปจนตลอดชีวิตโดยไม่ต้องบินไปผสมกับผึ้งตัวผู้อีกเลย
อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดผึ้งตัวผู้ให้บินขึ้นไปหาผึ้งนางพญาได้ถูกต้อง?
คำตอบคือ สารเคมีหรือเฟอโรโมนของผึ้งนางพญาจะทำให้ผึ้งตัวผู้มีพฤติกรรมตอบสนองทางเพศโดยบินเข้าหานางพญา สาร นี้จะทำงานเฉพาะเมื่อมันอยู่ภายนอกรังและอยู่สูงกว่าพื้นดินไม่น้อยกว่า 15 ฟุตเท่านั้น
เมื่อหมดฤดูการผสมพันธุ์ อาหารหายาก ผึ้งงานจะกีดกันผึ้งตัวผู้จากการกินน้ำผึ้งที่เก็บไว้และลากมันออกมานอก รัง ผึ้งตัวผู้จะอดตายในที่สุด บางครั้งผึ้งงานอาจดึงตัวอ่อนที่จะเจริญเป็นผู้ตัวผู้ออกจากหลอดรวงและคาบออกนอกรังด้วย เมื่อเกิดขาดแคลนอาหารภายใน รัง

ผึ้งมีวิธีการสร้างรังใหม่ (หรือแยกรัง) อย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การแยกรัง เป็นเหตุการณ์ตามธรรมชาติที่ผึ้งจะสร้างรังใหม่ ผึ้งนางพญาที่แก่แล้วมีโอกาสที่จะแยกรังมากกว่าผึ้งนางพญาที่มีอายุน้อย สัญญาณการแยกรังจะมีอย่างน้อย 7-10 วัน ก่อนแยกรังโดยเริ่มแรกผึ้งงานจะสร้างหลอดรวงนางพญาด้านล่างของรวง ในขณะเดียวกันตั วอ่อนจะมีนางพญาจะเพิ่มอัตราการวางไข่ เพื่อเพิ่มประชากรให้มากขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีการหาอาหารมากขึ้น มีการรวบ รวมน้ำหวานและเกสร เกือบทุกหลอดรวงจะเต็มไปด้วยน้ำผึ้ง เกสรหรือตัวอ่อนเมื่อมีประชากรหนาแน่นขึ้นถึงจุดหนึ่งจนไม่มีหลอดรวงว่างให้นางพญาวางไข่ ผึ ้งงานจะป้อนอาหารให้กับผึ้งนางพญาน้อยลง ทำให้น้ำหนักตัวของนางพญาลดลง
เมื่อนางพญาตัวใหม่ผักตัวออกจากไข่ ช่วงนี้เองตัวอ่อนที่อยู่ในหลอดรวงปิดทั้งหมดจะไม่ต้องการอาหารเพิ่มอีก ด ังนั้นจะมีผึ้งงานอายุน้อยจำนวนมากมายที่เกิดขึ้นและไม่มีงานทำสภาพเหล่านี้จะเป็นสัญญาณให้มันเตรียมตัวก่อนแย กรังในขณะที่ผึ้งนางพญาตัวใหม่กำลังจ ะเกิดขึ้น ในวันที่อบอุ่นมีแสดงแดดตามปกติระหว่าง 10 โมงเช้า ถึง บ่าย 2 โมง ผึ้งจำนวนมากจะรีบออกจากรังพร้อมกับผึ้งนางพญาตัว เก่าที่มีน้ำหนักลดลงประมาณร้อยละ 30 มัน จะบินตามผึ้งงานไป โดยถูกห้อมล้อมด้วยผึ้งงาน ผึ้งงานที่แยกไปส่วนใหญ่อายุมากกว่า 20 วัน ผึ ้งงานบางตัวจะหยุดใกล้รังและปล่อยกลิ่นนำทาง ทำให้ผึ้งตัวอื่น ๆ ที่บินไม่ทัน สามารถบินตามกันไปในทิศทางเดียวกันรว มเป็นฝูงเพื่อไปหาที่ตั้ง สร้างรังใหม่ต่อไป ในรังเดิมจะมีผึ้งนางพญาตัวใหม่เกิดขึ้นปกครองผึ้งงานที่เหลืออยู่ต่อไป

ผึ้งผลิตน้ำผึ้งได้อย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ผึ้งผลิตน้ำผึ้งได้อย่างไร เมื่อผึ้งเก็บน้ำหวานจากดอกไม้ลงสู่กระเพาะจะมีน้ำย่อย (enzyme) จากต่อมน้ำลายขับออกมา ย่อยเปลี่ยนหรือเรียกว่า เมตรบอไลซ์ น้ำตาลกลูโคสและฟรุคโตสให้เป็นน้ำตาลแปรรูป (invert sugar) คือน้ำตาลลีวูโลสและเดคโทรส นอจากนั้นยัง มีน้ำตาลอื่น ๆ อีกแต่มีจำนวนน้อยมาก (ดูตารางแสดงองค์ประกอบพื้นฐานของน้ำผึ้ง) ปฎิกิริยาการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ผึ่งเริ่มบินกลับรัง ในขณะที่ผึ้งกระพือปีกจะเกิดพลังงานความร้อนช่วยเร่งการทำงานของเอมไซม์ ตลอดจนช่วยเผาผลาญลดความชื้นในน้ำหวานให้กลายเป็น น้ำผึ้งเร็วขึ้น เมื่อผึ้งงานกลับมาถึงรังจะคายน้ำหวานแปรรูปนี้ให้กับผึ้งงานประจำรังซึ่งจะรับกันด้วยปากต่อป าก น้ำหวานแปรรูปนี้ยังไม่เป็นน้ำผึ้งที่สมบูรณ์เพราะยังมีความชื้นหรือน้ำในน้ำหวานมากถึงร้อยละ 30-40 ต่อมาผึ้งงาน ประจำรังจะนำน้ำหวานนี้ไปเก็บในหลอดร วงน้ำผึ้ง ตอนเย็นผึ้งกลับรังกันเป็นส่วนใหญ่ จะช่วยกันกระพือปีกช่วยให้มีการระเหยของน้ำหวานอีกจนเป็นน้ำผึ้งที่ส มบูรณ์ มีน้ำเหลืออยู่เพียงร้อยละ20-25 เท่านั้น หลังจากนั้นผึ้งงานจะใช้ไขผึ้งปิดหลอดรวงที่เก็บน้ำผึ้งนี้ไว้ใช้เป็นอาหาร เพื่อให้พลังงานในชีวิตประจ ำวันและยามขาดแคลนอาหารต่อไป
นอกเหนือจากความแตกต่างในเรื่อง รส กลิ่น และสี ของน้ำผึ้งแล้วน้ำผึ้งจากดอกไม้ต่างชนิดกัน ยังมีองค์ประกอบของน้ำตาลแตก ต่างกันไปด้วย เช่น มีสัดส่วนของน้ำตาลกลูโคสและน้ำตาลฟรุคโตสไม่เท่ากัน ฉะนั้นน้ำผึ้งที่มา จากแหล่งต่าง ๆ จะมีคุณสมบัติเฉพาะ แตกต่างกัน เช่น สี กลิ่น รส หรือคุณสมบัติในการตกผลึก เราอาจจะพบว่าน้ำผึ้งที่ได้จากการเลี้ยงผึ้งในสวนยางพาราสามารถตกผลึกได้ทั้ง หมด เมื่อนำไปแช่ในตู้เย็นหลายชั่วโมง ในขณะที่น้ำผึ้งจากดอกลิ้นจี่ตกผลึกได้น้อยกว่าหรือน้ำผึ้งจากดอกลำไยไม่ ค่อยตกผลึกเมื่ออยู่ในสภาพเดียว กัน เป็นต้น
น้ำผึ้งนอกจากใช้ในอุตสาหกรรมยาแล้วยังใช้ทำขนมหวาน ขนมปัง ลูกกวาด และผสมเครื่องดื่ม เช่น น้ำมะนาว นอกจากจะทำให้มีรสอร่อย แล้วยังมีคุณค่าทางอาหารสูงมากอีกด้วย นอกจากนั้นน้ำผึ้งยังใช้แทนน้ำตาลปรุงอาหารได้เกือบทุกชนิด ปัจจุบันยังนิยมใช้น้ำผึ้งไปผสมทำเ ครื่องสำอาง เช่น สบู่ แชมพู และครีมต่าง ๆ อีกด้วย



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ ] | ย้อนหลัง ] |ดูต่อ..]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.