เสื้อชุดไทยสำหรับการแต่งกายของชายไทย กำหนดไว้กี่แบบ
ในจดหมายเหตุของ ลาลูแบร์ กล่าวถึงการใช้เครื่องประดับในสมัยกรุงศรีอยุธยาว่าอย่างไร
ความตอนหนึ่งในพระบรมราชโองการของรัชกาลที่ ๔ ที่ประกาศห้ามนำเหรียญมาเป็นเครื่องประดับ กล่าวว่าอย่างไร

เสื้อชุดไทยสำหรับการแต่งกายของชายไทย กำหนดไว้กี่แบบ


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การแต่งกายของชายนั้นได้กำหนดแบบเสื้อคอตั้งมีทั้งแขนสั้น แขนยาว และแบบแขนยาวมีผ้าคาดเอว เรียกว่า "เสื้อชุดไทย" หรือ " เสื้อชุดไทยพระราชทาน" ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้แบบเสื้อชุดไทยพระราชทานใช้แทนชุดสากลได้ (ตามหนังสือเลขาธิการคณะ รัฐมนตรี ลงวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๒๓)
เสื้อชุดไทยตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดแบบไว้ มีดังต่อไปนี้
  1. แบบแขนสั้น เป็นเสื้อคอตั้งสูงประมาณ ๓.๕ - ๔ เซนติเมตร ตัวเสื้อเข้ารูปเล็กน้อย และผ่าอกตลอด มีสาบกว้างประมาณ ๓.๕ เซนติเมตร มีขลับรอบ ๆ คอและสาบอก ปลายแขนมีขลับหรือพับแล้วขลิบที่รอยเย็บ ติดกระดุม ๕ เม็ด กระดุมมีลักษณะเป็นรู ปกลมแบน ทำด้วยวัสดุหุ้มด้วยผ้าสีเดียวกันหรือคล้ายคลึงกับเสื้อกระเป๋าบนมีหรือไม่มีก็ได้ ถ้ามีให้เป็นกระเป๋าเจาะข้างซ้าย ๑ กระเป๋า กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋า เจาะข้างละ ๑ กระเป๋า อยู่สูงกว่าระดับกระดุมเม็ดสุดท้ายเล็กน้อย ขอบกระเป๋ามีขลิบ ชายเสื้ออาจ ผ่ากันตึง เส้นรอยตัดต่อมีหรือไม่มีก็ได้ ถ้ามีให้เดินจักรพับตะเข็บ
  2. แบบแขนยาว เป็นเสื้อคอตั้งสูงตัดแบบเดียวกับแบบแขนสั้น จะต่างกันเฉพาะแขนเสื้อตัดแบบเสื้อสากล ปลายแขนเย็บทาบด ้วยผ้าชนิดและสีเดียวกันกับตัวเสื้อ กว้างประมาณ ๔ - ๕ เซนติเมตร โดยเริ่มจากตะเข็บด้านใน อ้อมด้านหน้า ไปสิ้นสุดเป็นปลายมนทับตะ เข็บด้านหลัง นอกนั้นเหมือนแบบเสื้อแขนสั้นทุกอย่าง
  3. แบบแขนยาวคาดเอว ตัวเสื้อเหมือนแบบที่ ๒ แต่มีผ้าคาดเอว ขนาดความกว้างความยาวตามความเหมาะสม สีกลมกลืนหรือตัดกับ เสื้อ ผูกเงื่อนแน่นทางซ้ายมือของผู้สวมใส่

ในจดหมายเหตุของ ลาลูแบร์ กล่าวถึงการใช้เครื่องประดับในสมัยกรุงศรีอยุธยาว่าอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การใช้เครื่องประดับตกแต่งร่างกายของคนไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา นอกจากที่กล่าวมาแล้วในจดหมายเหตุของลาลูแบร์ก็ ได้กล่าวเพิ่มเติมไว้ว่า "ชาวสยามสวมแหวนที่นิ้วท้าย ๆ (คือนิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย) ของมือทั้งสอง และสมัยนิยมอนุญาตให้สอดสวมได้มากวงเท่าท ี่จะมากได้ เขาอาจปลงใจซื้อแหวนเพชรก็ได้ในราคาถึงวงละตั้งครึ่งเอกิว (เอกิวหนึ่งมีค่าเท่ากับ ๓ ปอนด์) …พวกผู้ชายไ ม่รู้จักใช้สร้อยประดับคอของตนหรือของภรรยาเลย แต่พวกผู้หญิงและเด็ก ๆ ทั้งสองเพศรู้จักการใช้ตุ้มหู ตามปกตินั้นตุ้ มหูมีรูปร่างเหมือนอย่างลู กปัวร์ (poire - ลูกแพร์) ทำด้วยทองคำ เงิน หรือกะไหล่ทอง เด็กหนุ่มเด็กสาวลูกผู้ดีสวมกำไลข้อมือ แต่จะสวมอยู่ถึงอายุ ๖ หรือ ๗ ขวบ เท่านั้น แล้วยังสวมกำไลที่แขนและที่ขาอีกด้วยเป็นกำไลวง (ก้านแข็ง) ทำด้วยทองคำ หรือกะไหล่ทอง"

ความตอนหนึ่งในพระบรมราชโองการของรัชกาลที่ ๔ ที่ประกาศห้ามนำเหรียญมาเป็นเครื่องประดับ กล่าวว่าอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

นอกจากเครื่องประดับต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ยังมีผู้นิยมนำเหรียญต่าง ๆ มาใช้เป็นเครื่องประดับแต่งตัวให้เด็กอ ีกด้วย เป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต้องมีพระบรมราชโองการฯ ให้ประกาศห้ามเมื่อ ณ วันพฤหัสบดี ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเส็ง นพศก (ตามปฏิทินน่าจะเป็นวันขึ้น ๕ ค่ำ ตรงกับวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๔๐๐) มีความตอนหนึ่งว่า
"อนึ่ง ราษฎรชาวบ้านนอกมีเงินน้อย หาเงินยาก เมื่อหาได้เล็กน้อย ก็เอาเงินบาทบ้าง เงินสลึงบ้าง เงินเฟื้องบ้าง เจาะร้อยผูกคอ ผูกข้อมือบุตรหลาน ด้วยจะอวดกันว่ามีเงินอย่างนั้น เห็นงามอยู่หรือ แลบัดนี้คนในกรุงเป็นอันมาก ทั้งไพร่ทั้งผู้ดีชื่นชมน ิยมกันเอาทองเหรียญ เงินเหรียญเจาะร้อยผูกคอบ้าง ผูกข้อมือบ้าง ทำเป็นสังวาลบ้าง แต่งตัวบุตรหลานด้วยสำคัญว่าเป็นของประหลา ด จะอวดว่ากว้างขวาง มีของต่างประเทศนั้นเห็นว่างามอย่างไร เมื่อคิดดูเป็นน่าอายน่าอดสูแก่คนนอกประเทศ ซึ่งมีทองเ หรียญ เงินทอง ดื่นถมมากมายใช้สอยซื้อขายเหมือนเงินบาท เงินสลึง เงินเฟื้อง แลเบี้ยที่ใช้สอยกันอยู่ในกรุงแลในเขตแดนพระราชอาณาจ ักรนี้ ไม่เป็นของวิเศษแปลกประหลาดเลย…แต่นี้ไปขอเสียเถิด ชายหญิงในกรุงนอกกรุงทั้งไพร่ผู้ดีบรรดาอยู่ในพระราชอาณา< จักรอย่าได้เอาทองเหรียญ เ งินเหรียญมาเจาะร้อยทำเป็นเครื่องแต่งตัวบุตรหลานเลย ขอให้เลิกเสียเป็นอันขาดทีเดียว"



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ ] | ย้อนหลัง ]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.