ทำไมแมลงจึงเป็นสัตว์ที่มีมากชนิดที่สุดในโลก
ขนาดของแมลงที่พอเหมาะ
ลักษณะพิเศษของร่างกาย
ความสามารถในการป้องกันตัว
ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่
ความสามารถในการสื่อถึงกัน
ความสามารถในการแพร่พันธุ์

ขนาดของแมลงที่พอเหมาะ

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
ขนาดของลำตัวที่พอเหมาะ
ข้อที่น่าสังเกตประการแรกก็คือ ขนาดของแมลงแม้จะแตกต่างกันมากในหมู่แมลง แต่ก็จัดเป็นสัตว์ขนาดเล็กที่มีขนาดพอเหมาะคือ ส่วนใหญ่จะไม่เล็กจนเกินไป และไม่โตจนเกินไป จัดว่าเป็นส่วนได้เปรียบของแมลงเพราะทำให้แมลงไม่ต้องการอ าหารมาก อาหารเพียงน้อย ๆ ทำ ให้แมลงเจริญเติบโตเต็มที่ได้เป็นจำนวนมาก ในขณะที่สัตว์ที่มีร่างกายใหญ่โตไม่สามารถดำรงชีพด้วยอาหารขนาดนี้ได้ นอก จากนี้ขนาดของแมลงที่พอเหมาะนี้ช่วยให้แมลงหลบหหลีกซ่อนตัวหนีจากศัตรูได้ง่าย ทำให้ยากแก่การถูกทำร้ายถึงชี วิต

ลักษณะพิเศษของร่างกาย


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ลักษณะพิเศษของร่างกาย
แมลงมีผนังลำตัวหนาและแข็ง เป็นเกราะช่วยป้องกันน้ำภายในไม่ให้ระเหยออกจากร่างกายได้ง่าย จึงช่วยให้แมลงอยู่ใน ที่แห้งแล้งกันดารน้ำได้เป็นอย่างดี มีความคงทนต่อความหนาวเย็นของอากาศได้สูง มีระบบการหายใจที่ทรงประสิทธิภาพสูง ส ามารถนำออกซิเจนเข้าไปเลี้ ยงร่างกายได้รวดเร็วทั่วถึง และเผาผลาญทำให้เกิดพลังงานได้อย่างเหลือเฟือ แมลงหลายชนิด เช่น มอดแป้ง สามารถอยู่ได้อย่างหนาแน่นในที่ ๆ มีออกซิเจนจำกัด เช่น ในขวด มีกล้ามเนื้อที่ทรงประสิทธิภาพสูงและมีส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่เหมาะแก่การใช้งาน ในกล ุ่มของแมลงที่มีปีกสามารถกระพือปีกบินได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ เช่น แมลงวันสามารถกระพือปีกด้วยความเร็วประมาณ ๒๐๐ - ๔๐๐ ครั้งต่อวิ นาที ริ้นน้ำจืดบางชนิดสามารถกระพือปีกบินด้วยความเร็ว ประมาณ ๑,๐๐๐ ครั้งต่อวินาที ด้วยความเร็วเช่นนี้ เมื่อแมลงบินเร าจะมองไม่เห็นปีกเลย ตั๊กแตนไมเกรตอเรียสามารถรวมฝูงบินได้เป็นระยะทางไกล ๆ นับร้อยกิโลเมตร แมลงวันทองและเพลี้ยจักจั่นสามารถ เคลื่อนย้ายจากหมู่เกาะไต้หวันไปถึงญี่ปุ่น แมลงที่มีปีกจึงมีโอกาสหนีภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ไฟป่า หรือศัตรูอื่น ๆ ได้ง่าย และสามารถบินหนีแหล่งที่ขาดอาหารไปหาแหล่งอาหารใหม่ได้ดีกว่าสัตว์อื่นที่ไม่มีปีก สามารถไปหากินได้ในถิ่นไกล ๆ ช่ว ยให้แมลงแพร่กระจายไปได้มาก
แมลงมีขา ๖ ขา ช่วยให้การเกาะเกี่ยวพยุงตัวได้ดี แมลงสามารถที่จะเกาะตัวบนเพดาน หงายท้องขึ้น เกาะเสากระโดงเรือที่มีลมพัดค่อนข้างแรงได้โดยไม่หลุดไปง่าย ๆ เพราะนอกจากขาที่แข็งแรงแล้ว บางพวกยังมีเล็บที่โค้งแหลมและหนามตามขาที่ช่วยเกาะเกี่ยวด้วย แมลงสาบนอกจากจะมีหนามตามขาแล้วยังมีขายาววิ่งได้เร็วยากที่เราจะไล่ทัน และมีลำตัวแบนสามารถหลบซ่อนในที่ที่แคบ ๆ และเกาะตัวในทางดิ่งได้ จิงโจ้น้ำมีขายาวเช่นเดียวกันแต่ปลายขามีขนละเอียดแน่น น้ำซึมเข้าไม่ได้ ช่วยให ้วิ่งบนผิวน้ำได้ดีทำให้ศัตรูตามไม่ไ ด้ ตั๊กแตนและหมัดมีขาหลังโตกว่าขาคู่อื่น ๆ ทำให้สามารถกระโดดได้สูง หรือกระโดดได้ไกล ๒๐ - ๓๐ เท่าของความยาวของลำตัวซ ึ่งสัตว์อื่นทำไม่ได้ขนาดนั้น มดมีขาและกรรไกรที่แข็งแรงสามารถใช้ขากรรไกรที่มีลักษณะเหมือนเขี้ยว ลากหรือยกวัตถุเช่นอาหารที่มีน้ำหนักม ากกว่าลำตัวหลายเท่าได้อย่างดี
ตาของแมลงซึ่งมีลักษณะเป็นตารวมมากชนิด โตใหญ่เมื่อเทียบกับหัว เช่น แมลงวัน แมลงวันหัวเขียว สามารถรับภาพได้ในวงกว้างและรับภาพที่เคลื่อนไหวได้แม่นยำ ฉะนั้นเมื่อแมลงวันมาเกาะตัวเรา ยากที่เราจะใช้มือตีให้ถูกตัวได้ง่าย ๆ แมลงโดยท ั่ว ๆ ไปมักจะมี ขนาดเล็ก ๆ ตามลำตัวและขา มากหรือน้อยแล้วแต่กรณี แต่ขนเหล่านี้มีหน้าที่สำคัญคือ รับความสั่นสะเทือนจากภายนอกได้ดี ทำ ให้แมลงรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก่อนที่มนุษย์จะรู้สึก หนวดของแมลงมีขนช่วยให้แมลงรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของค วามชื้นในบรรยากาศ ความเ ร็วของลม ดมกลิ่นได้จากระยะไกล เช่น หนวดของผีเสื้อตัวผู้ ซึ่งมีรูปร่างคล้ายฟันหวีหรือทางมะพร้าว สามารถรับกลิ่นของตัวเม ีย ซึ่งอยู่ห่างเป็นกิโลเมตรได้ แมลงไม่มีลิ้นสำหรับรับรสเหมือนมนุษย์ แมลงใช้ฝ่าตีนและปากสำหรับลิ้มรส ดังนั้น ถ้าลองสังเกต แมลงวันที่มาตอมสิ่งของต่าง ๆ จะเห็นแมลงวันยื่นขาออกไปใช้ฝ่าตีนแตะสิ่งของเหล่านั้นบ่อย ๆ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นอาหาร หรือไม่ สารในอาหารมีบทบาทสำคัญในการกินอาหารของแมลงบางชนิดมาก ที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ หนอนไหม กินเฉพาะใบหม่อน เพราะใบ หม่อนมีสารมอริน (morin) ซึ่งพืชอื่นไม่มีหรือมีน้อยมาก ฉะนั้นเมื่อมีการสกัดเอาสารมอรินไปฉีดบนกระดาษก็สามารถทำให้หนอนไหมหลงผิดกินกระดาษได้
นอกจากแมลงจะมีส่วนต่าง ๆ ของร่างกายคล้ายคลึงกันแล้ว แมลงมากชนิดมีส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่ผิดแปลกออกไป ทำให้เหมาะสมที่จะดำรงชีวิตอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ กัน ดังจะเห็นได้จากปากและขาที่มีหลายรูปแบบ และมีรูปร่างเหมาะสมที่จะทำหน้าที่ต่าง ๆ กันดังกล่าว ในตอนต้น แมลงที่ไปอาศัยอยู่ในน้ำนอกจากมีส่วนของร่างกายที่จะช่วยในการว่ายน้ำได้ เช่น ขาแบนคล้ายใบพายแล้ว แมลง หลายชนิดยังมีอวัยวะทำหน้าที่คล้ายเหงือก ช่วยในการดูดซึมออกซิเจนจากในน้ำเข้าไปเลี้ยงร่างกาย เช่น แมลงดานา มีหางแบน ๒ หาง ทำหน้าที่ เป็นเหงือก ตัวอ่อนของแมลงปอเข็มมีอวัยวะคล้ายแผ่นใบไม้อยู่ปลายลำตัว ๓ แผ่น และตัวอ่อนของแมลงชีมีอวัยวะเป็นแผ่นหรือเป ็นพวงทั้งสองข้างของท้องและบางครั้งก็พบได้ที่อก ซึ่งทำหน้าที่คล้ายเหงือกทั้งสิ้น แมลงที่ไม่มีเหงือกสำหรับหายใจในน้ำ เช่น แมลงข้าวส าร แมลงตับเต่า หรือแมลงเหนี่ยง เมื่อโผล่ขึ้นผิวน้ำสามารถหาฟองอากาศติดตามลำตัวไปหายใยใต้น้ำได้ ส่วนลูกน้ำของ ยุง ได้แก่ ยุงบ้าน ยุงลาย และยุงก้นปล่อง มีท่อนท้ายของลำตัวยื่นออกไปเป็นท่อ ที่ปลายเป็นรูหายใจซึ่งจะต้องหายใจ เอาอากาศจากผิวน้ำ ลูกน้ำยุงจึงต้องขึ้นมาบนผิวน้ำบ่อย ๆ แต่ลูกน้ำยุงแม่ไก่บางชนิดท่อหายใจค่อนข้างจะเรียวเล็กสามารถเก็บฟองออกซิเจ นที่พืชใต้น้ำปล่อยออกมาใช้ในการหายใจได้ โดยไม่ต้องโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำ

ความสามารถในการป้องกันตัว


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ความสามารถในการป้องกันตัว
แมลงหลายพวกที่อยู่รอดชีวิต หลบหลีกจากศัตรูได้เพราะมีรูปร่างลักษณะเลียนแบบสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ เช่น ตั๊กแตนใบไม้ และตั๊กแตนกิ่งไม้ มีรูปร่างและสีสันของลำตัวคล้ายใบไม้และกิ่งไม้ที่แมลงนั้นอาศัย ทำให้ศัตรูเช่นนก มองเห็นได้ยาก แ มลงหลายพวก มีรูปร่างคล้ายกับแมลงมีพิษ ทำให้ศัตรูไม่กล้ามารบกวน เช่น แมลงวันดอกไม้ที่มีขนาด ลักษณะลำตัวและสีสัน คล้ายผึ้งหรื อหัวต่อ แมลงบางพวกสร้างรังที่อยู่อาศัย โดยเอกเศษกิ่งไม้ใบไม้แห้งมาทำ เมื่ออกหากินก็พารังติดไปด้วย และหนีศัตรูโดยหดตัวอยู่ในรัง เช่น หนอนปลวก ทำให้รอดพ้นจากอันตราย แมลงที่มีสารป้องกันตัวได้แก่พวกมวน เช่น มวนลำใย มวนเขียว เมื่อมีศัตรูมารบกวนก็ จะส่งกลิ่นเหม็นเขียวซึ่งศัตรู เช่น นก หนู ทนไม่ได้ ไม่กล้ามาจับกิน แมลงที่มีพิษก็ใช้พิษในการป้องกันตัว เช่น หนอนบุ้งหรื อร่าน เมื่อไปสัมผัสกับขนทำให้ขนหัก น้ำพิษจากต่อมใต้ผิวหนังจะผ่านขนออกมาทำให้ศัตรูเกิดอาการแสบร้อนหรือคัน แมลงตดจะปล่อยน้ำพิษออกมาจากรูก้นที่มีพิษรุนแรงทำให้ผิวหนังไหม้ หรือหากถูกตา ตาจะบอดได้ ส่วนผื้ง ต่อ และแตน มีอวัยวะสำหรับต่อยปล่อยน้ำพิษ ออกมาทำให้เกิดอาการเจ็บปวดหรือถ้าถูกต่อยมาก ๆ ก็ถึงตายได้

ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ความสามารถในการเปลี่ยนสภาพความเป็นอยู่
อย่างไรก็ตาม ลักษณะของแมลงที่ต่างกับสัตว์อื่นในเรื่องของการเจริญเติบโตโดยมีการลอกคราบและมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างนั้น ได้อำนวยประโยชน์ให้อย่างมากมาย ในการที่ทำให้แมลงประสบผลสำเร็จในการดำรงชีวิตอยู่ในโลกได้ดีกว่าสัตว์อ ื่น ทั้งนี้เพราะการลอกคราบแต ่ละครั้งช่วยในการขจัดสารพิษออกจากร่างกายไปได้มาก ทำให้แมลงมีความทนทานต่อสารพิษได้มากขึ้น และการเจริญเต ิบโตโดยการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง โดยเฉพาะทั้งแบบกึ่งสมบูรณ์ สมบูรณ์และขั้นสูงช่วยให้แมลงสามารถเปลี่ยนสภาพความเป็นอยู่หลบหลีก ภัยจากธรรมชาติได้เป็นอย่าง ดี แมลงที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างในแต่ละระยะ มีที่อยู่อาศัยไม่เหมือนกัน เช่น แมลงปอ เมื่อเป็นตัวอ่อนอยู่ในน้ำ เมื่อเป็ นตัวเต็มวัยอยู่บนบก ฉะนั้นเมื่อน้ำแห้งด้วยภัยแห่งความแห้งแล้ง แมลงปอก็ยังสามารถอยู่ได้ในสภาพของตัวเต็มวัย แมลงที่เปลี่ย นแปลงรูปร่างมีระยะที่กินอาหารไม่เหมือนกัน เช่น ผีเสื้อ เมื่อเป็นตัวหนอนกินใบไม้ เมื่อเป็นผีเสื้อกินน้ำ หรือน้ำหวานจาก ดอกไม้ หากอย่างใดอย่างหนึ่งหมดไป อีกระยะหนึ่งก็อยู่ได้ และที่สำคัญก็คือแมลงมากชนิด มีระยะที่ไม่ต้องกินอาหารอยู่ ๒ ระยะคือ ระยะไข่และระยะดักแด้ แมลงจึงหลบภัยในระยะที่ขาดอาหารอยู่ในระยะทั้งสองได้ ระยะดักแด้เป็นระยะที่แมลงมีความทนทาน เป็นพิเศษ นอกจากจะไม่กินอาหารแล้วยังทนต่อสภาพความแห้งแล้ง ความร้อนและความหนาวเย็นของอากาศหรือสภาพอื่น ๆ เช่น เมื่อเกิดอุ ทกภัยน้ำท่วม ดักแด้ก็ไม่ตายหรือลอยตามน้ำไปโดยไม่เป็นอันตราย แมลงมากชนิดเมื่อเป็นตัวเต็มวัยยังสามารถทนต่อความหนาวได้ดี มีราย งานว่าเพลี้ยอ่อนที่ถูกลมพายุพาตัวลอยไปอยู่ที่สูง ซึ่งมีความหนาวเย็นต่ำกว่า ๐ ํ เซลเซียส ก็ยังมีชีวิตอยู่ได้ เมื่อตกไปอยู่ในอีกประเทศ หนึ่งซึ่งอยู่ห่างไกลออกไป นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เพลี้ยอ่อนหลายชนิดกระจายไปทั่วโลก แมลงบางชนิดสามารถอดอาหารได้นาน ๆ เช่น ตัวเรือด สามารถอดอาหารได้ถึงครึ่งปี แมลงจึงรอดชีวิตอยู่ได้ดีกว่าสัตว์อื่นเมื่อเกิดเหตุทุพภิกขภัยต่าง ๆ ในโลกนี้

ความสามารถในการสื่อถึงกัน


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ความสามารถในการสื่อถึงกัน
แมลงเฉพาะชนิดสร้างสารเฉพาะอย่าง เพื่อสื่อถึงกันและกัน สารใดก็ตามที่ร่างกายแมลงผลิตขึ้นเอง เมื่อสื่อไปโดยวิธีใด ก็ตามไปถึงแมลงชนิดเดียวกัน ทำให้แมลงเหล่านั้นแสดงอาการตอบรับอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง เราเรียกสารนั้นเป็นคำรวมว่า เฟโรโมน (pheromone) การสื่อไปนั้นอาจจะโดยวิธีต่าง ๆ กัน เช่น ทิ้งร่องรอยให้ติดตามได้ หรือปล่อยให้มีกลิ่นระเหยไปตามบรรยากาศ ส่วนอาการตอบรับ เช่น อาการเข้ามาหาการรวมกลุ่มกัน อาการเร่งเร้าเตรียมการต่อสู้ศัตรู อาการตื่นเต้นตกใจรีบหนี สารเฟโรโมนจึง มีเป็นประเภทต่าง ๆ กัน ถ้าหากสารนั้นเมื่อสื่อออกไปแล้วดึงดูดให้เพศตรงกันข้ามเข้าหามาก็เรียก สารเฟโรโมนเพศ (sex pherom one) ซึ่งมีในแมลงหลายชนิด และบางชนิดสามารถสื่อไปได้ไกล ๆ แม้จะอยู่ห่างกันนับกิโลเมตร เช่น พวกผีเสื้อกลางคืนหลายชนิด เป ็นต้น ที่ตัวผู้รับกลิ่นเฟโรโมนเพศของตัวเมียได้จากที่ซึ่งอยู่ห่างกัน ๕ - ๗ กิโลเมตร ก็สามารถสื่อถึงกันได้สามารถบินไปหาคู่และผสมพันธุ์ออกลูกหลานต่อไปได้โดยไม่สูญพันธุ์
สารบางอย่างเมื่อสื่อไปแล้วทำให้เกิดการรวมกลุ่มกันขึ้น เรียกว่า สารเฟโรโมนรวมกลุ่ม (aggregated pheromone) ในกรณีนี้การเข้าหารวมกลุ่มมิได้จำกัดเฉพาะเพศ ดังตัวอย่างเช่น ด้วงงวงมะพร้าวใหญ่หรือด้วงไฟใหญ่ ซึ่งมีอยู่ชุกชุมทางภาคใต้ตอนล่างข องประเทศไทย ตัวผู้ซึ่งยังไม่เคยผสมพันธุ์จะมีสารเฟโรโมนประเภทนี้มากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น ดึงดูดให้ทั้งตัวผู้และตัวเมียเข้ามาหาทีละมาก ๆ แมลงหลายชนิดโดยเฉพาะพวกที่รวมกันอยู่เป็นสังคมจะมี เฟโรโมนเตือนภัย (alarm pheromone) เ ช่น ผึ้ง เมื ่อเวลาที่คนเข้าใกล้รัง หากมีผึ้งที่ถูกทำร้ายจะปล่อยสารประเภทนี้ออกไปเร่งเร้า ให้พวกที่อยู่ในรังบินออกมาช่วยกันต่อสู้รุมต่อย ฉะนั้นเมื่อเวลาเข้าใกล้รังผึ้งจะมีข้อห้ามไม่ให้ทำร้ายผึ้งที่เข้ามาหา แม้ตัวใดตัวหนึ่งก็ตาม ในพวกแมลงที่ไม่มีอวัยวะมีพิษที่ จะป้องกันตัว เช่น มดเดียดดำ หรือมดไรดำ เมื่อมารุมกันกินอาหารหากถูกรบกวนหรือถูกทำร้าย มดเหล่านี้จะปล่อยสารที่มีกลิ่นเหม็นอันเป็นพวกเฟโรโมนเตือนภัย ที่ทำให้มดพวกเดียวกันที่อยู่ใกล้บริเวณรีบหนีเอาตัวรอด และสารเหม็นเช่นนี้ทำให้ศัตรูรังเกียจไม่อยากจะเ ข้าใกล้ เป็นการป้องกันตัวมดไปด้วย

ความสามารถในการแพร่พันธุ์

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
ความสามารถในการแพร่พันธุ์
ประการสุดท้ายที่ควรจะกล่าวถึงก็คือแมลงสามารถออกไข่หรือออกลูกเป็นตัวได้เป็นจำนวนมาก ๆ เช่น แม่แมลงวัน หรือผีเสื้อห นอนกระทู้ เป็นต้น แต่ละตัวสามารถวางไข่ได้ถึง ๓๐๐ - ๔๐๐ ฟอง กว่าจะตาย เพลี้ยอ่อนสามารถออกลูกได้วันละ ๒ - ๓ ตัว ตลอดชีวิตที่ เป็นตัวเต็มวัยซึ่งอาจจะเป็น ๑ - ๓ เดือน แล้วแต่สภาพแวดล้อมการมีลูกและแพร่พันธุ์ได้มาก ๆ เช่นนี้ ช่วยให้แมลงเกิดขึ้นได้ช ุกชุมภายในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อสภาวะแวดล้อมเหมาะสมในที่ต่าง ๆ ของโลกและนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่แมลงจะไม่สูญพันธุ์ ไปง่าย ๆ



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ |ย้อนหลัง]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.