สำหรับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลำปัจจุบันนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใหม่แทนลำเดิมที่สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แต่แท้ที่จริงนั้นเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรียุยาแล้ว ดังรากฎอยู่ในบทกาพย์ห่อโคลงเห่เรือของ
เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ฯ ว่า "สุพรรณหงส์ ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์"
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เป็นเรือที่มีความงดงาม นับเป็นศิลปกรรมเยี่ยมยอด แสดงถึงอัจฉริยะในการต่อเรือของช่างไทยแต่โบราณ องค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักร จึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลมรดกทางทะเลขององค์การเรือ
โลก ประจำปี ค.ศ.๑๙๙๒ (พ.ศ.๒๕๓๕) เป็นการยกย่องเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
ต่อจากเรือพระที่นั่งทรงก็คือเรือพระที่นั่งรอง เรือศรี ปิดท้ายด้วยเรือกราบ ซึ่งเป็นเรือรบของไทย แต่โบราณใช้ฝีพาย มีไม้กระดานติดข้างเรือไปตามแนวนอนสำหรับเดินที่เรียกว่า กราบเรือ
ในรัชกาลปัจจุบัน กองทัพเรือออกแบบโครงสร้างเรือพระที่นั่ง นารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งรอง ทอดบัลลังก์กัญญาเทียบเท่าเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ โดยใช้ต้นแบบเดิมที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ต่อขึ้นตามแบบอย่างสมัยกรุงศรียุยา โขนเรือแต่
เดิม จำหลักไม้มีเพียงรูปพญาสุบรรณ (พญาครุฑ) ยุดนาคเท่านั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างรูปนารายณ์ประทับยืนบนหลังพญาสุบรรณ ทำให้เรือมีความสง่างามมากขึ้น เรือที่สร้างสมัยนั้นทรุดโทรมเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ยังคงเหลือแต่โขนเรือเท่านั้น เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง
สิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี กองทัพเรือและกรมศิลปากรจึงร่วมกันต่อและซ่อมเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ ขึ้น ใช้ฝีพาย ๕๐ นายเพื่อให้มีความหมายสอดคล้องกับโอกาสอันเป็นมหามงคลนั้น
ในการเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารคนั้นจะมีการเห่เรือใน
กระบวนเพื่อให้ฝีพายพายได้พร้อมๆ กันเป็นจังหวะบทเห่แต่งเป็นร้อยกรองเรียกกาพย์เห่เรือ ดังบทนิพนธ์กาพย์ห่อโคลงเห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
เมื่อได้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ สถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนไป กระบวนพยุหยาตราจึงต้องถูกระงับไปตราบจนเมื่อ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ฟื้นฟูประเพณีการเสด็จโดยกระบวนพยุหยาตราขึ้นประชาชนชาวไทยจึงมีโอกาสได้ชื่นชนพระบารมี และได้ชมกระบวนพยุหยาตราอันสง่างามยิ่งนัก



[จอหลัก |ดูรูป |เล่าให้ฟัง |วีดิโอ |ลับสมอง |ค้นข้อมูล |บทความ |ดูต่อ... ]
Copyright © 1997Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited.