เครื่องเกี่ยวนวดข้าวแบบไทยๆ เป็นอย่างไร
ทำไมต้องลดความชื้นของข้าวเปลือก
๖ แบบของเครื่องลดความชื้นเมล็ดพืชที่ใช้ภายในประเทศเหมือนหรือต่างกันอย่างไร

เครื่องเกี่ยวนวดข้าวแบบไทยๆ เป็นอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

เครื่องเกี่ยวนวดข้าวที่พัฒนาในประเทศไทย
เครื่องเกี่ยวนวดข้าวที่พัฒนาในประเทศไทยเป็นแบบเกี่ยวนวดข้าวทั้งต้น มีส่วนประกอบที่สำคัญดังนี้
๑. ต้นกำลัง ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเป็นต้นกำลังเครื่องยนต์ที่ใช้เป็นเครื่องยนต์ใช้แล้วหรือเครื่องยนต์มือสองจากต่างประเทศ ขนาดประมา ณ 75-110 แรงม้า โดยมีการเพิ่มอุปกรณ์ปรับความเร็วเพื่อควบคุมอัตราการเร่งของเครื่องยนต์ และปัจจุบันนี้มีโรงงานได้สั่งเครื่องใหม ่มาจากต่างประเทศ
๒. ระบบเกี่ยว ซึ่งประกอบด้วยใบมีดตัด ล้อโน้มข้าว และเกลียวลำเลียง ล้อโน้มข้าวมีลักษณะเป็นโครงรูปหกเหลี่ยม และมีซี่เหล็กติดอยู่ ท ำหน้าที่โน้มต้นข้าวเข้าหาหัวเกี่ยว
๓. ระบบนวดและทำความสะอาด มีลักษณะเดียวกับเครื่องนวดข้าวตามแนวแกนที่มีใช้กันอยู่อย่างแพร่หลายในประเทศไทย

ทำไมต้องลดความชื้นของข้าวเปลือก


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

เครื่องอบเมล็ดพืช
ในสภาวะปัจจุบันเครื่องอบหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเครื่องลดความชื้น มีบทบาทมาก เนื่องจากเมล็ดพืชจำเป็นจะต้องลดความชื ้นอย่างรวดเร็ว แต่เดิมเครื่องอบส่วนใหญ่จะใช้กับข้าวโพด เนื่องจากข้าวโพดเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูฝน ทำให้มีปัญหาความชื้นสูง การ ใช้ลานตากในช่วง ฤดูฝนทำได้ยากลำบาก เนื่องจากต้องคอยระวังถ้ามีฝนตกจะต้องเก็บหรือหาผ้าพลาสติกมาปิดกัั้น จึงปรากฏว่าข้าวโพดมีปัญหาเรื ่องสารพิษที่เกิดจากเชื้อราอยู่บ่อยๆ สำหรับข้าวเปลือกในอดีตไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความชื้นสำหรับข้าวนาปีเพราะช่วงเวลานั ้นไม่มีฝน ชาวนาจะเกี่ยวข้ าวแล้วจะตากข้าวในนาสักระยะหนึ่ง จึงเก็บข้าวรวมกองแล้วนำมานวด ทำให้ข้าวแห้งขณะที่ตากในนา สำหรับข้าวนาปรัง ซึ่ง เก็บเกี่ยวในช่วงฤดูฝนแต่ปริมาณไม่มากนัก สามารถลดความชื้นในลานตาก หรือนำไปทำข้าวนึ่งได้ ปัจจุบันปัญหาในการปลูกข้าว ก็คือ การขาดแคลนแรงงานในการเก็ บเกี่ยวทำให้เกษตรกรมาใช้เครื่องเกี่ยวนวดข้าว ทำให้ข้าวเปลือกมีปริมาณมากและความชื้นสูงเข้าสู่ตลาดในเวลาพร้อมกัน เป็นจำนวนมากเกินความสามารถที่ลานตากข้าวของโรงสีต่างๆ จะรับได้ มีผลทำให้ข้าวเปลือกมีความชื้นสูง ถ้าหากข้าวเปลือกมีความชื้นสูงจะต้องรีบลดความชื้นอย ่างรวดเร็วให้ทันเวลา ไม่เช่นนั้นคุณภาพของข้าวจะเสื่อมอย่างรวดเร็ว จึงมีความจำเป็นจะต้องนำเครื่องอบมาใช้

๖ แบบของเครื่องลดความชื้นเมล็ดพืชที่ใช้ภายในประเทศเหมือนหรือต่างกันอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

เครื่องลดความชื้นเมล็ดพืชที่ใช้อยู่ภายในประเทศ
สามารถแบ่งได้หลายแบบ ดังนี้ 1. เครื่องลดความชื้นเมล็ดพืชแบบเมล็ดพืชบรรจุในกระสอบ
เครื่องอบแบบนี้ส่วนใหญ่ใช้กับเมล็ดพันธุ์ ตัวเครื่องประกอบด้วย ห้องลมร้อนที่ด้านบนเจาะช่องไว้หลายๆ ช่อง สำหรับวางกระสอบเมล็ดพืช ได้หลายกระสอบ ลมร้อนจะเป่าผ่านช่องว่างระหว่างเมล็ดพืชในกระสอบ เครื่องอบนี้จะใช้อุณหภูมิต่ำ ส่วนใหญ่ไม่เกิน 45 ํ ซ. 2. เครื่องลดความชื้นแบบกะบะ
ซึ่งประกอบด้วยกะบะเมล็ดพืชที่บรรจุอยู่บนตะแกรง ด้านล่างของตะแกรงจะเป็นห้องลมร้อน ที่ต่อเข้ากับพัดลมและชุดเตาลม ร้อน ลมร้อนจะพัดผ่านชั้นเมล็ดพืชที่อยู่นิ่งกับที่จากด้านล่างสู่ด้านบน มีผลทำให้ความชื้นเมล็ดพืช ด้านล่างจะลด ลงเร็วกว่าด้านบน เครื่องลดความ ชื้นแบบนี้จะใช้อุณหภูมิซึ่งไม่เกิน 50 ํซ. และที่ใช้อยู่ในประเทศส่วนใหญ่จะใช้กับเมล็ดพันธุ์ โดยมีความสามารถในการลดความชื้นได้ 0.5 เปอร์เซนต์/ชั่วโมง 3. เครื่องลดความชื้นแบบถังหมุนเวียน
เครื่องลดความชื้นแบบนี้ถังบรรจุเมล็ดพืชจะทำด้วยตะแกรง เป็นรูปทรงกระบอกแนวตั้ง ส่วนกลางของถังจะมีท่อลมทำด้วยตะแ กรงรูปทรงกระบอกซ้อนอยู่ภายใน ลมร้อนจะถูกเป่าให้ผ่านเมล็ดตามแนวรัศมี ผ่านรูตะแกรงออกสู่ภายนอก เมล็ดพืชที่อยู่ด้านล่ างจะถูกลำเลียงขึ้นไปด้านบ นใหม่หลายเที่ยวจนกว่าจะแห้ง เครื่องอบแบบนี้ได้มีการสร้างจำหน่ายเมื่อประมาณสิบปีมาแล้ว แต่ไม่ได้รับความนิยมเนื่องจาก ปัญหาเรื่องฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายรบกวนผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่อยู่ใกล้เคียง รวมทั้งการสึกหรอของระบบลำเลียง ซึ่งใช้เกลียวลำเลียงในแนวตั้ง 4. เครื่องลดความชื้นแบบคอลัมน์
เครื่องลดความชื้นแบบนี้มองภายนอก จะเห็นถังบรรจุเมล็ดพืชเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมแนวตั้ง ส่วนใหญ่สูงมากกว่า 3 เมตร การบรรจุเม ล็ดพืชจะต่อเข้ากับท่อลมร้อนทางด้านข้าง ซึ่งมีเตาลมร้อนและพัดลมเป็นส่วนประกอบ ส่วนล่างของถังบรรจุเมล็ดจะมีชุดควบคุมการไหลของเมล็ดพื ช เครื่องลดความชื้นแบบนี้สามารถแบ่งออกได้ 2 แบบ คือ
4.1 ชนิดเมล็ดพืชไม่ไหลคลุกเคล้า ภายในถังบรรจุเมล็ดพืชของเครื่องลดความชื้นแบบนี้จะประกอบด้วย ช่องบรรจุเมล็ดพืชที่ด้านข้างทั้ง 2 ด้าน เป็นตะแกรง เพื่อให้ลมผ่านได้ อย่างน้อยจะต้องมีช่องบรรจุเมล็ดพืช 2 ช่อง ตรงส่วนกลางจะเป็นห้องลมร้อน ซึ่งจะพัดผ่านเ มล็ดพ ืชออกแนวข้างทั้ง 2 ช่อง เครื่องลดความชื้นแบบนี้มีข้อเสีย คือ เมล็ดพืชที่อยู่ชิดห้องลมร้อนจะแห้งเร็วกว่าทางด้านท่อลม ออก จึงต้องใช้ปริมาณลมสูง คือ 112-262 ลูกบาศก์เมตร/นาที/ตันเมล็ดพืช เพื่อให้ความแตกต่างความชื้นเมล็ดพืชส่วนที่ติดห้องลมร้อนกับด้าน ลมออกมีค่า น้อย อุณหภูมิลมร้อนที่ใช้ต่ำคือประมาณ 54 ํซ.
4.2 ชนิดเมล็ดพืชมีการคลุกเคล้า เครื่องลดความชื้นแบบนี้ต่างจากแบบในข้อ 4.1 คือ แทนที่ระหว่างห้องลมร้อนกับช่องบรรจุเมล็ดพื ชจะเป็นตะแกรง แต่จะเป็นแผ่นทึบที่ทำเป็นแนวกลับทิศการไหลของเมล็ดพืชสลับไปมา ซึ่งในระหว่างแผ่นนี้จะมีช่องว่างให้ลมไหลผ่านได้ เมล็ดพื ชที่ไหลจากด้านบนลงสู่ด้านล่างจะมีโอกาสสัมผัสลมร้อนเท่าๆ กัน เนื่องจากเมล็ดพืชไหลกลับไปกลับมา 5. เครื่องลดความชื้นแบบเมล็ดไหลคลุกเคล้า
ซึ่งทั่วไปเรียกว่า แบบ แอล เอส ยู เครื่องลดความชื้นแบบนี้ดูภายนอกมีลักษณะเช่นเดียวกันกับแบบคอลัมน์ คือ ถังบรรจุเมล็ดพืชจะเป็น แบบถังทรงสี่เหลี่ยมแนวตั้ง เมล็ดพืชจะไหลจากด้านบนลงล่างโดยมีอุปกรณ์ควบคุมการไหลของเมล็ด ภายในถังอบประกอบด้วย ท ่อลมเป็นชั้นๆ แ ต่ละชั้นจะมีท่อลมหลายท่อ ท่อลมแต่ละชั้นจะเป็นท่อลมร้อนเข้าและท่อลมออกสลับกัน ท่อลมร้อนเข้านี้จะพัดผ่ านเมล็ดพืชในถังอบและไหลออกทางท่อลมออกที่อยู่ชั้นด้านบนและด้านล่าง ท่อลมแต่ละท่อจะมีลักษณะเป็นรางคว่ำ ด้า นบนแหลม ด้านล่างเปิดว่างในแนวขนานกับพื้นยาวตลอดถัง ที่ปลายรางด้านหนึ่งจะเจาะช่องต่อเข้ากับห้องรวบรวมลม ส่วนอีกปลายด้านหนึ่งจะปิดท่อลม แต่ละชั้นจะมีช่องที่เจาะ< WBR>เข้ากับห้องรวบรวมลมสลับกัน โดยชั้นหนึ่งจะต่อเข้าทางด้านห้องลมร้อนเข้า และอีกชั้นหนึ่งจะต่อเข้ากับห้องลมออก เครื ่องลดความชื้นแบบนี้จะทำให้เมล็ดพืชไ หลกลับไปกลับมา และมีโอกาสสัมผัสกับลมร้อนเข้าและลมชื้นที่เป่าออกสลับกัน เท่ากันตลอดทั้งถังบรรจุเมล็ดพืช ใช้ปริมาณลม ในอัตรา 44-97 ลูกบาศก์เมตร/นาที/ตันเมล็ดพืช บางครั้งอาจสูงถึง 112-180 ลูกบาศก์เมตร/นาที/ตันเมล็ดพืช และอุณหภูมิลมร้อนที่ใช้จะได้สูงกว่าแบ บคอลัมน์คือ 66 ํ ซ.
สำหรับการใช้งานก็เช่นเดียวกันกับแบบคอลัมน์ คือ ใช้อบแบบเป็นครั้งหรืองวด และอบแบบไหลต่อเนื่อง 6. เครื่องลดความชื้นแบบฟลูอิดไดซ์-เบค
เครื่องลดความชื้นแบบนี้ได้มีการพัฒนาและสร้างออกจำหน่ายภายในประเทศ เมื่อไม่นานมานี้ และการใช้งานในลักษณะไหลต่อ เนื่อง และใช้ปริมาณลมสูง คือ 1900-2500 ลูกบาศก์เมตร/นาที/ตันเมล็ดพืช ส่วนของห้องอบจะเป็นห้องปิดมีตะแกรงอยู่ด้านล่าง ที่ปลายทั้ง 2 ด้านจะมีอุ ปกรณ์สำหรับป้อนเมล็ดพืชเข้าและออกจากห้องอบ ลมร้อนจะเป่าผ่านชั้นเมล็ดพืชที่อยู่บนตะแกรงและความหนาไม่เกิน 10 เซนติเมตร ด้วยความเร็ว 1.9 เมตร/วินาที ซึ่งทำให้เมล็ดพืชลอยตัวได้ อุณหภูมิลมร้อนที่ใช้จะสูงคือ มากกว่า 100 ํ ซ. และช่วงระยะเวลาที่เมล็ดพืชสัมผัสลมร ้อนจะสั้นประมาณ 3-5 นาที เหมาะสำหรับใช้ลดความชื้นเมล็ดพืชที่มีความชื้นสูงมากกว่า 20% เนื่องจากเครื่องลดความชื้นแบบนี้ใช้ปริมา ณลมและความร้อนสูงเป่าผ่านเมล็ดพืชในระยะเวลาอันสั้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ลมร้อน จึงมีการนำเอาความร้อนส่วนที่ผ่านเมล็ ดพืชแล้วกลับมาทำให้ร้อนใหม่ประมาณ 80% ส่วน 20% เป่าทิ้งไป เมล็ดพืชเมื่อผ่านเครื่องลดความชื้นแบบนี้เพียงเที่ยวเดียวความชื้นจะ< WBR>ลดลง 5-10% ทำให้มีอัตราการทำงานสูง เหมาะกับตลาดกลางที่มีปริมาณข้าวเปลือกความชื้นสูงเข้ามาในปริมาณมาก เมล็ดพืชที่ผ่า นเครื่องลดความช ื้นแบบนี้แล้ว สามารถนำไปอบแห้งในยุ้งเก็บที่มีการเป่าอากาศผ่านกองเมล็ดพืชได้ หรืออาจใช้ร่วมกับเครื่องลดความชื้น แบบอื่นๆ ก็ได้



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ |ย้อนหลัง]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.