การเพิ่มจำนวนของหอยเป๋าฮื้อมีวิธีการอย่างไร
พัฒนาการและการเจริญเติบโตของหอยเป๋าฮื้อแบ่งเป็นกี่ระยะ

การเพิ่มจำนวนของหอยเป๋าฮื้อมีวิธีการอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

หอยเป๋าฮื้อเป็นสัตว์ที่มีเพศแยกจากกัน (dioecious) ไม่มีลักษณะของการเป็นกะเทย หรือการมี ๒ เพศในตัวเดียวกัน (hermaphrodite) มีการสืบพันธุ์แบบภายนอก (external fertilization) คือ พ่อและแม่พันธุ์จะปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ออกมาปฏิสนธิกันภายนอก ในสภาพตามธรรมชาติจะพบว่า มีอัตราส่วนเพศผู้ต่อเพศเมียเท่ากับ ๑:๑ ขนาดความยาวเปลือกเล็กที่สุดที่พบว่า เข้าสู่ระยะวัยเจริญพันธุ์ในชนิด ฮาลิโอทิส แอสสินินา (H.asinina) และ ฮาลิโอทิส โอวินา (H.ovina) เท่ากับ ๒.๙ และ ๓.๒ เซนติเมตร ตาม ลำดับ ระยะวัยเจริญพันธุ์ของหอยเป๋าฮื้อทั้ง ๒ ชนิดจะอยู่ที่ ๗-๘ เดือน จากการสังเกตการเลี้ยงในระบบการทำฟาร์มบนบกพบว่า หอยในวัยเจริญพันธุ์ที่มีขนาดดังกล่าวจะเป็นเพศผู้มากกว่าร้อยละ ๙๐ หอยเป๋าฮื้อในเขตร้อนสามารถสืบพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี แต่จะมีบางช่วงที่มีสัดส่วนการสืบพันธุ์สูง เมื่อนำหอยมาเลี้ยงในสภาพที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ มีคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อมอื่นๆที่เหมาะสมก็จะสามารถสืบพันธุ์ได้ ตลอดปี ในช่วงฤดูการสืบพันธุ์ เราจะสามารถ จำแนกระยะเจริญพันธุ์และเพศของหอยเป๋าฮื้อได้อย่างชัดเจนจากขนาด และลักษณะสีผิวภายนอกของถุงที่เก็บเซลล์สืบพันธุ์ของหอยเป๋าฮื้อ ซึ่งมีลักษณะรูปร่างคล้ายๆเขาวัว สามารถมองเห็นได้โดยการจับหอยหงายท้องขึ้นและเปิดกล้ามเนื้อเท้าทางขวาตอนท้ายของเปลือกออก ถ้าเป็นเพศผู้ จะเห็นส่วนดังกล่าวเป็นสีขาวหรือสีครีมอย่างชัดเจนรังไข่ของเพศเมียเป็นสีเขียวเข้ม แต่มองเห็นไม่ค่อยชัดเจนนัก เพราะคล้ายคลึงกับสีของต่อมน้ำย่อยบริเวณพื้นที่ที่ครอบคลุมส่วนของตับอ่อน (hepatopancrease) เราสามารถนำรูปร่างความนูนของอวัยวะดังกล่าวมาใช้ในการจำแนกระยะความสมบูรณ์เพศจากการมองด้วยตาเปล่าได้อย่างคร่าวๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยเฉพาะเมื่อต้องการจะเพาะพันธุ์หอยเป๋าฮื้อ

พัฒนาการและการเจริญเติบโตของหอยเป๋าฮื้อแบ่งเป็นกี่ระยะ


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

พัฒนาการและการเจริญเติบโตของหอยเป๋าฮื้อพอจะแบ่งเป็นระยะต่างๆอย่างคร่าวๆได้ดังต่อไปนี้
๑. ระยะคัพภะ ระยะนี้เริ่มตั้งแต่มีการปฏิสนธิกันระหว่างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเพศเมีย การแบ่งเซลล์ในระยะต่างๆ ตั้งแต่ระยะบลาสทูลา (blastula) ระยะแกสทูลา (gastula) และระยะทรอโคฟอร์ (trochophore) จนถึงฟักเป็นตัวออกจากไข่ สำหรับระยะนี้จะใช้เวลาอยู่ระหว่าง ๕-๘ ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่ใช้เลี้ยง
๒. ระยะวัยอ่อน ระยะนี้แบ่งออกเป็น ระยะตัวอ่อนที่ว่ายน้ำ (swimming larvae) และระยะตัวอ่อนที่คืบคลาน (creeping larvae)
๒.๑ ระยะตัวอ่อนที่ว่ายน้ำ ตัวอ่อนระยะนี้ประกอบด้วยตัวอ่อนในระยะทรอโคฟอร์ (swimming trochophore larvae) ซึ่งว่ายน้ำได้ และจะมีพัฒนาการต่อไปเป็นตัวอ่อนระยะเวลิเจอร์ (veliger) ซึ่งจะล่องลอยอยู่ในมวลน้ำ และมีพฤติกรรมเคลื่อนที่เข้าหาแสงสว่าง (positive phototaxis) ระยะนี้จะใช้เวลาประมาณ ๑๖-๒๒ ชั่วโมง
๒.๒ ระยะตัวอ่อนที่คืบคลาน ตัวอ่อนในระยะนี้เริ่มคืบคลานไปมาบนพื้นภาชนะที่ใช้เลี้ยง สลับกับการว่ายน้ำ และจะใช้เวลาในการคืบคลานเป็นเวลามากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นตัวอ่อนที่คืบคลานอย่างเต็มตัว โดยใช้เวลาในระยะนี้ประมาณ ๑-๓ วัน
๓. ระยะวัยรุ่น ตัวอ่อนระยะคืบคลานเมื่อพบจุดที่เหมาะสม ซึ่งเชื่อกันว่า มักเป็นบริเวณที่มีอาหารประเภทเบนทิกไดอะตอมเกาะติดอยู่ด้วย หรืออาจเป็นบริเวณที่มีสารเคมีบางอย่างติดอยู่ ก็จะมีการพัฒนาเข้าสู่ระยะต่อไป โดยมีการเปลี่ยนรูปร่างคือ การสร้างเปลือกและรูหายใจ หอยที่มีอายุประมาณ ๓๐ วัน จะมีรูหายใจปรากฏให้เห็นประมาณ ๑-๓ รู และมีความยาวเปลือกประมาณ ๐.๑ - ๐.๓ เซนติเมตร ลูกหอยในระยะนี้มีรูปร่างเหมือนพ่อแม่พันธุ์ทุกประการ แต่ยังไม่มีการพัฒนาเซลล์สืบพันธุ์
๔. ระยะวัยเจริญพันธุ์ หอยวัยรุ่นจะใช้เวลาในการเติบโตจนมีอายุประมาณ ๘ - ๑๐ เดือน โดยมีขนาดความยาวเปลือกประมาณ ๓ เซนติเมตร ก็เริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ในสภาพการเลี้ยงในระบบบนบก ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและอาหารที่ให้ หอยที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ในระยะนี้จะมีสัดส่วนของเพศผู้มากกว่าร้อยละ ๙๐ เมื่อเทียบกับเพศเมีย เป็นที่น่าสังเกตว่า ความดกของเซลล์สืบพันธุ์ของพ่อแม่พันธุ์ที่มีอายุน้อยและมีขนาดเล็กนี้ จะมีปริมาณน้อยกว่าพ่อแม่พันธุ์ที่มีอายุมาก และมีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับพ่อแม่พันธุ์ที่จับได้จากธรรมชาติ แต่อัตรารอดของการเลี้ยงจะมีค่าที่สูงกว่า ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าจะมีการวางแผนการทดลองที่เหมาะสม เพื่อหาคำตอบที่ชัดเจนต่อไป



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ | ดูต่อ... ]
Copyright © 1997 Thai Junior Encyclopedia Project Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.