การติดตามและควบคุมคุณภาพน้ำในระบบ
การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อให้ได้ขนาดที่ตลาดต้องการต้องทำอย่างไร
อาหารสำหรับการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อมีอะไรบ้าง

การติดตามและควบคุมคุณภาพน้ำในระบบ


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อต้องมีการติดตามและควบคุมคุณภาพของน้ำทะเลที่ใช้เลี้ยงในระบบอยู่เป็นประจำ ค่าแสดงคุณภาพน้ำที่ทำการติดตาม คือ อุณหภูมิของน้ำทะเล ความเค็ม ความเป็นกรดด่าง ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ และปริมาณแอมโมเนียรวม โดยเฉพาะปริมาณแอมโมเนียรวมนี้ เป็นค่าที่ควรจะต้องให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อใช้อาหารสำเร็จรูป
การให้อาหารและการดูแลทำความสะอาด
เนื่องจากหอยเป๋าฮื้อออกหากินในเวลากลางคืน ดังนั้น เราจะเริ่มให้อาหารแก่หอยที่ใช้เลี้ยงในตอนเย็น เวลาประมาณ ๑๘.๐๐ น. และเก็บอาหารที่เหลือ รวมทั้งของเสียที่หอยขับถ่ายออกมา โดยการดูดตะกอนในตอนเช้าเวลา ๐๘.๐๐ น. - ๐๙.๐๐ น. ของทุกวัน พร้อมกับทำการตรวจสอบปริมาณอาหารที่เหลือ เพื่อใช้ในการปรับปริมาณอาหารที่ควรให้ เพื่อความเหมาะสมในแต่ละเดือน สำหรับปริมาณอาหารที่ต้องให้ในแต่ละมื้อนั้น ควรมีน้ำหนักประมาณร้อยละ ๐.๑ (น้ำหนักแห้ง) ของน้ำหนักตัวโดยรวมของหอยที่เลี้ยงอยู่ในบ่อ ในกรณีที่ให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปเป็นหลัก ถ้าเป็นไปได้ ควรมีการสลับให้สาหร่ายจำพวกกราซิลาเรีย เอสพีพี. (Gracilaria spp.) หรือเอนเตโรมอร์ฟา เอสพีพี. (Enteromorpha spp.) ประมาณ ๑-๒ ครั้งต่อเดือน สำหรับการทำความสะอาดบ่อเลี้ยงรวมทั้งภาชนะที่ใช้เลี้ยง ควรกระทำเดือนละครั้งหรือบ่อยกว่านั้นก็ได้ ถ้าบ่อเลี้ยงสกปรกมาก การทำความสะอาดควรทำทั้งบ่อ โดยย้ายหอยทั้งหมดไปยังบ่อใหม่ที่สะอาด ทำความสะอาดบ่อและปล่อยให้แห้งเป็นเวลา ๑-๓ วัน แล้วจึงเติมน้ำและนำหอยลงเลี้ยง สำหรับการทำความสะอาดครั้งใหญ่อาจปรับเวลาให้พอดีกับการย้ายบ่อ การตรวจสอบขนาดหอยในบ่อหรือการปรับความหนาแน่นก็ได้

การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อให้ได้ขนาดที่ตลาดต้องการต้องทำอย่างไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อให้ได้ขนาดที่ตลาด ต้องการจัดเป็นช่วงที่เสียค่าใช้จ่ายมากที่สุดในระบบการผลิตหอยเป๋าฮื้อ เพราะใช้เวลามากที่สุด อีกทั้งต้องการความดูแลเอาใจใส่อย่างดีและต่อเนื่อง หอยเป๋าฮื้อที่ตลาดต้องการมีหลายขนาดด้วยกัน ได้แก่ ขนาดที่นำไปเลี้ยงต่อ (มีความยาวเปลือก ๒-๓ เซนติเมตร) ขนาดค็อกเทล (มีความยาวเปลือก ๕-๗ เซนติเมตร) และขนาดใหญ่ (มีความยาวเปลือกมากกว่า ๗ เซนติเมตร ขึ้นไป) ซึ่งระยะเวลาในการเลี้ยงจะแตกต่างกันออกไปตั้งแต่ ๖ เดือน - ๒ ปี ในที่นี้จะขอกล่าวถึงการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อให้ได้ขนาดค็อกเทล กล่าวคือ มีขนาดความยาวเปลือกระหว่าง ๕-๗ เซติเมตร น้ำหนักตัวโดยรวมประมาณ ๒๐-๕๐ กรัม ซึ่งใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงประมาณ ๑๒-๑๘ เดือน
ได้เคยกล่าวไว้แล้วว่า หอยเป๋าฮื้อเป็นสัตว์ที่ต้องการน้ำทะเลสะอาดไหลผ่านอยู่ตลอดเวลา และหอยเป๋าฮื้อจะหลบแสงในเวลากลางวัน โดยออกหากินในเวลากลางคืน ดังนั้น ระบบการเลี้ยงในขั้นนี้จะต้องมีการจัดสภาพบ่อเลี้ยงให้เหมาะสมกับความต้องการดังกล่าวด้วย มิฉะนั้น หอยจะมีอัตราการเติบโตที่ช้า ติดเชื้อโรคได้ง่าย และตายได้ในที่สุด สำหรับระบบการเลี้ยงที่ใช้กันในขั้นนี้แบ่งออกเป็น ๒ ระบบใหญ่ๆ ได้แก่ (๑) การทำฟาร์มในทะเล (sea farming) และ (๒) การทำฟาร์มบนบก (landbased system) ซึ่งการเลี้ยงในระบบการทำฟาร์มบนบกมีทั้งแบบระบบเปิด (open landbased system) และแบบระบบปิด (closed recirculating landbased system) ในที่นี้จะกล่าวถึงการทำฟาร์มบนบกในระบบปิด หรือกึ่งปิด (closed หรือ semi-closed) เพราะเป็นระบบที่สามารถควบคุม ได้ดีกว่าการเลี้ยงแบบการทำฟาร์มในทะเล อย่างไรก็ดี ระบบการเลี้ยงที่นำเสนอ ในที่นี้ยังมิใช่ระบบที่ดีที่สุด เพราะจะต้องมีการวิจัย และพัฒนา เพื่อลดต้นทุนการผลิตต่อไปอีก สำหรับระบบการเลี้ยงแบบการทำฟาร์มบนบก โดยทั่วไปมีส่วนประกอบหลัก และแนวทางในการดูแลเช่นเดียวกันกับที่จะได้นำเสนอ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อย อาทิ ผลผลิต ต้นทุนในการผลิต จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละฟาร์ม ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องหาข้อมูลในรายละเอียดเอง เมื่อได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว
ระบบการเลี้ยงแบบการทำฟาร์มบนบก
สำหรับระบบการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อให้ได้ ขนาดที่ตลาดต้องการที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ณ สถานีวิจัยสัตว์ทะเลอ่างศิลา เป็นระบบการทำฟาร์มบนบกแบบหมุนเวียนกึ่งปิด ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังต่อไปนี้
๑. บ่อเลี้ยง บ่อที่ใช้เลี้ยงควรเป็นบ่อยาว มีทางน้ำไหลเข้าที่ปลายด้านหนึ่งของบ่อ และทางระบายน้ำออกอีกด้านหนึ่ง โดยจัดระบบการให้อากาศเป็นช่วงๆ ตลอดความยาวของบ่อ ด้านข้างทั้ง ๔ ด้าน และก้นบ่อ ทำให้มีความลาดชันไปยังแนวกลางบ่อเพื่อเป็นการช่วยให้ตะกอน เศษอาหารที่เหลือและของเสียที่หอยขับถ่ายออกมารวมตัวกันอยู่ตรงร่องกลางบ่อ ซึ่งง่ายต่อการทำความสะอาด และเนื่องจากหอยเป๋าฮื้อจำเป็นต้องมีที่เกาะและหลบแสง ดังนั้น ในบ่อยาวจึงมีถังพลาสติกสีดำขนาดความจุประมาณ ๕๐ ลิตร เจาะรูที่ก้นถัง วางคว่ำอยู่เป็นระยะๆ ตลอดความยาวบ่อ โดยแต่ละถังมีหัวอากาศติดอยู่ เพื่อเพิ่มการถ่ายเทและผสมผสานของน้ำเมื่อน้ำไหลผ่าน
๒. รางน้ำ ควรเป็นรางแบบเปิดเพื่อง่ายต่อการทำความสะอาด ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะใช้ท่อปิด เพราะก่อให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค การเน่าเสียของอาหาร และการเกิดก๊าซโดยเฉพาะก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด
๓. บ่อรับน้ำจากภายนอก ส่วนนี้ทำหน้าที่เป็นระบบควบคุมปริมาณน้ำ บ่อบำบัดน้ำเบื้องต้นก่อนเข้าสู่ระบบกรอง และบ่อรับน้ำใหม่จากถังเก็บ เพื่อเติมเข้ามาในระบบเมื่อน้ำขาด ปริมาณหรือมีความเค็มสูงหรือต่ำกว่าที่ควรจะเป็น มีลักษณะเป็นบ่อกว้างแต่ตื้น (มีความลึกของน้ำประมาณ ๕๐-๖๐ เซนติเมตร)
๔. ระบบกรองน้ำ ระบบกรองน้ำที่ใช้จะเป็นระบบกรองแบบชีวภาพ ประกอบด้วย ๓ ส่วน ได้แก่ (๑) บ่อตกตะกอน (๒) บ่อกรอง ๓ ชั้น ได้แก่ ชั้นเปลือกหอยนางรม ชั้นถ่าน และชั้นทราย และ (๓) บ่อเก็บน้ำ สำหรับประสิทธิภาพในการกรองขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง อาทิ ขนาดของระบบกรอง ปริมาณการไหลผ่านของน้ำในระบบ และปริมาณของเสียรวมที่ออกจากส่วนของบ่อที่ใช้เลี้ยง ดังนั้น จึงควรมีการติดตามคุณภาพของน้ำในระบบที่ใช้ในการเลี้ยงหอยอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะปริมาณแอมโมเนียรวมในน้ำก่อนและหลังระบบกรอง
๕. ถังจ่ายน้ำ น้ำทะเลที่ได้รับการบำบัดทางชีวภาพจากระบบกรองแล้วจะถูกสูบขึ้นไปเก็บในถังสูง เพื่อจ่ายเข้าสู่ระบบบ่อเลี้ยงโดยอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกต่อไป ในบางกรณีอาจใช้การจ่ายน้ำจากเครื่องสูบน้ำโดยตรงเลยก็ได้ถ้ามีระบบถังจ่ายความดันที่เหมาะสม แต่จะสิ้นเปลืองค่าไฟฟ้าสำหรับการดำเนินการดังกล่าวมาก
๖. บ่อฆ่าเชื้อและปรับคุณภาพน้ำทะเลก่อนเข้าสู่ระบบการเลี้ยง ควรมีบ่อเก็บเพื่อฆ่าเชื้อโรคและปรับคุณภาพน้ำทะเลให้เหมาะสม ก่อนเริ่มการเลี้ยง น้ำทะเลที่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อและปรับคุณภาพจากบ่อนี้แล้ว จะปล่อยเข้าสู่ส่วนที่ ๓ (บ่อรับน้ำจากภายนอก) หรือปล่อยสู่บ่อเลี้ยงโดยตรงเลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับการกำหนดระบบการเลี้ยงและความสะดวกของแต่ละฟาร์ม

อาหารสำหรับการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อมีอะไรบ้าง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

หอยเป๋าฮื้อที่มีอายุตั้งแต่ ๓ เดือน - ๑ ปี จะกินอาหารเม็ดที่เราสามารถเตรียมได้เองด้วยส่วนผสมและวิธีการดังนี้
สูตรอาหารเม็ด
ปลาป่น ๓๕๐ กรัม
กากถั่วเหลือง ๔๐๐ กรัม
แป้งมัน ๑๖๐ กรัม
วุ้นผง ๑๐ กรัม
วิตามิน ๓๐ กรัม
สาหร่ายแห้ง ๕๐ กรัม
(Gracilaria spp.หรือ Enteromorpha spp.)
วิธีการเตรียม
๑. นำปลาป่น กากถั่วเหลือง และแป้งมันผสมให้เข้ากัน แล้วจึงค่อยๆเติมน้ำจนได้เป็นของเหลวเนื้อเดียวกัน
๒. นำสาหร่ายแห้ง (สาหร่ายผมนาง หรือสาหร่ายไส้ไก่ที่ตากให้แห้งแล้ว) ซึ่งผู้เลี้ยงสามารถปลูกได้เองในบ่อพักน้ำ มาบดให้ละเอียด
๓. ตั้งน้ำให้เดือด เติมผงวุ้นลงไป ต่อจากนั้น นำส่วนผสมในข้อ ๑ และ ๒ เทลงในน้ำ แล้วคนให้เข้ากัน
๔. รอจนส่วนผสมทั้งหมดเดือด แล้วจึงยกลงพักไว้
๕. เมื่อส่วนผสมที่ได้เริ่มอุ่น จึงเติมวิตามินที่เตรียมไว้
๖. เทลงในถาดก้นแบนหนาประมาณ ๐.๓ เซนติเมตร แล้วตั้งทิ้งไว้ให้เย็น และแข็งตัว
๗. แซะออกจากถาด วางลงบนที่ผึ่งอาหาร ใช้ส้อมแบ่งส่วนผสมที่ได้นั้นออกเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่พอเหมาะกับหอยเป๋าฮื้อแต่ละวัย แล้วนำไปผึ่งแดดจนหมาด
อาหารเม็ดนี้สามารถเตรียมได้วันต่อวัน แต่หากต้องการเตรียมเก็บไว้ใช้นานๆ หรือเตรียมไว้ใช้ในช่วงที่มีแสงแดดน้อย เช่น ในฤดูฝน ก็ควรผึ่งแดด หรืออบให้แห้งสนิท และเก็บไว้ในภาชนะหรือถุงพลาสติกที่แห้งและสะอาด แต่จากการสังเกตพบว่า ถ้านำอาหารอบแห้งที่เก็บไว้นานๆ มาใช้เลี้ยงหอย หอยจะกินอาหารได้น้อยลง



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ | ย้อนกลับ ]
Copyright © 1997 Thai Junior Encyclopedia Project Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.