คนไทยรู้จักช้างมานานแล้ว ในสมัยโบราณ เราใช้ช้างทำสงคราม แม่ทัพต้องขี่ช้างรบกัน เรียกว่า "ชนช้าง" การชนช้างครั้งสำคัญ และน่าจดจำที่สุด คือ การชนช้างระห ว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชของไทย กับ พระมหาอุปราชของพม่า ซึ่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นฝ่ายชนะ

ช้างมีรูปร่างประหลาด เป็นสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุด ตัวใหญ่แต่หัวเล็ก ขาใหญ่แข็งแรงสี่ขา มีงวงยาวถึงพื้น งวงนั้น คือ จมูก ที่อาจใช้จับ ดึง ยก ลากสิ่งของ ได้ ช้างใช้งวงสำหรับจับอาหารใส่ปาก งวงช้างอ่อนไหว และแกว่งไปมาได้ง่าย เพราะไม่มีกระดูกแข็งอยู่ภายใน

ที่โคนงวงติดกับปาก มีงาสีขาวปลายแหลมคู่หนึ่งยื่นออกมาข้างหน้า งาก็คือ เขี้ยว ซึ่งยาวแหลมยื่นออกมานอกปาก มากกว่าเขี้ยวของสัตว์อื่น ช้างใช้ งาเป็นอาวุธสำหรับต่อสู้ศัตรู

ตาช้างเล็กมากเมื่อเทียบกับลำตัว แต่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ดี และเห็นได้ไกลๆ หูช้างเป็นแผ่นใหญ่เหมือนพัด โบกไปมาอยู่เสมอ เมื่อมันกางใบหูออก จะได้ยิน เสียงจากที่ไกลๆดีขึ้น

ในประเทศไทยเรามีทั้งช้างป่าและช้างบ้าน ช้างบ้าน คือ ช้างป่าที่คนจับมาเลี้ยงแล้วนำมาฝึกไว้ใช้งาน ต่อมามีลูกหลานออกมามากมาย จนกลายเป็นสัตว์เลี้ยงเช่นเดียว กับวัวควาย ช้างบ้านมีมากในภาคกลางของประเทศ

ช้างเป็นสัตว์ฉลาด สามารถฝึกให้เชื่อง แล้วนำไปใช้งานได้หลายอย่าง เช่น ใช้บรรทุกของและลากซุง ช้างมีกำลังมาก และสามารถขึ้นเขาได้ดี จึงเป็นสัตว์ช นิดเดียวที่อาจช่วยทำไม้ในป่าได้



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ | ดูต่อ... ]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited.