วิธีการทาบกิ่งแบบที่นิยมกันมีวิธีปฏิบัติอย่างไรบ้าง
"หัวชั้น" และ "หัวเกล็ด" ได้แก่พืชพวกใดบ้าง
๓ ทางของการขยายเหง้าหรือหัวของซ่อนกลิ่นฝรั่ง

วิธีการทาบกิ่งแบบที่นิยมกันมีวิธีปฏิบัติอย่างไรบ้าง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

การทาบกิ่งเพื่อการขยายพันธุ์ มีวิธีการที่นิยมใช้อยู่ ๒ แบบ คือ
๑. การทาบกิ่งที่คงยอดต้นตอไว้ เป็นวิธีทาบกิ่งแบบประกับ(spliced-approach graft) ที่นิยมปฎิบัติกันดั้งเดิมทั่ว ๆ ไป การมียอดหรือมี ใบของต้นตอไว้ก็เพื่อที่จะให้ต้นตอไว้ก็เพื่อที่จะให้ใบได้สร้างอาหารไปเลี้ยงรอยต่อให้เกิดเร็วขึ้น และแม้การทาบจะไม่สัมฤทธิผลในครั้งแรก ก็ยังมีโอกาสที่จะทาบแก้ตัวได้ใหม่อีกโดยที่ต้นตอไม่ได้รับการกระทบกระเทือน มากนักการทาบกิ่งวิธีนี้ ข้อยุ่งยากอยู่ที่จะต้องคอยรดน้ำต้นตอขณะทาบอยู่เสมอ ๆ ฉะนั้นจึงไม่ใคร่นิยมทำกันในปัจจุบ ัน ส่วนวิธีการทาบนั้น
๒. การทาบกิ่งแบบตัดยอดต้นตอออก การทาบกิ่งวิธีนี้ เป็นวิธีที่เปลี่ยนแปลงมาจากการทาบกิ่งแบบมียอดต้นตอ โดยการปาดยอดต้นตอออกเพื่อป้องกันการคายน้ำจากต้น พร้อมกันนั้นก็จะมัดปากถุงปลูกของต้นตอ มิให้น้ำหรือความชื้นจากเคร ื่องปลูกระเหยออกข้างนอกได้ การทาบกิ่งวิธีนี้สะดวกที่ไม่ต้องรดน้ำให้ต้นตอจนกว่าจะตัดกิ่งที่ติดเรียบร้อยแล้วมาปลูก ฉะนั้นจึงสามารถทำได้ตลอดปี และถ้าใช้เครื่องปลูกต้นตอที่มีน้ำหนักเบา ๆ แล้วจะสามารถผูกต้นตอติดกับกิ่งพันธ ุ์ดีได้ โดยไม่ต้องใช้ไม้พยุงหรือผูกค้ำต้นตอสำหรับวิธีการทาบ
การบังคับตา ไม่ว่าจะเป็นการติดตา หรือต่อกิ่ง โดยเฉพาะการต่อกิ่งบางวิธีที่ไม่ได้ตัดยอดต้นตอออก ตาที่ติดหรือกิ่งตาที่ต่อนั้น แม้จะติดหรือต่อได้สำเร็จถ้าทิ้งไว้ในลักษณะเช่นนั้นตลอดไป ตาหรือกิ่งที่ติดไว้แล้วก็จะไม่มี< WBR>โอกาสเจริญเป็นต้นหรือเป็นกิ่งขึ้นมาได้ จะต้องมีการทำให้ตาเหล่านั้นเจริญเป็นกิ่งหรือเป็นต้นขึ้นด้วย และเรียกวิธีเช่นนี้ว่า "การบังคับตา"
โดยธรรมชาติในต้นพืชทั่วๆ ไป จะมีตาอยู่ 2 ชนิด คือ ตายอด (terminal-bud) และตาข้าง (lateral bud) ปกติตาที่อยู่บนต้นพืชจะ ยายามแย่งกันเจ ริญ แต่ถ้ามีตาใดเจริญมาก ตาอื่น ๆ จะเจริญน้อยลงหรืออาจหยุดเจริญและเป็นธรรมชาติของต้นพืชทั่ว ๆ ไปเช่นเดียวกันที่ตายอดจะเจริญได้ดีกว่าตาข้าง และแม้แต่ตาข้างด้วยกัน ตาที่อยู่บน ๆ หรือสูงสุดจะเจริญได้ดีกว่าตาที่อยู่ต่ำกว่า (ในกรณีที่ตัดตายอดออก) ทั้งนี้เพื่อที่จะ แย่งตำแหน่งการเป็นตายอด ซึ่งจะได้ทำหน้าที่ควบคุมการเจริญได้ดีกว่าตาข้าง หรือตาบนเจริญได้ดีกว่าตาล่างที่อยู่ ต่ำ ๆ กว่านี้ เป็นเพราะอิทธิพลของฮอร์โมนที่มีอยู่บนตายอด หรือตาเพราะอิทธิพลของฮอร์โมนที่มีอยู่หมดไปตาหรือกิ่งที่ติดอยู่บนต้นตอซึ่งเปรียบเสมือนเป็นตาข้างของต้นตอนั้น จะได้มีโอกาสเจริญเ ป็นต้นหรือกิ่งต่อไปนั่นเอง

"หัวชั้น" และ "หัวเกล็ด" ได้แก่พืชพวกใดบ้าง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

หัวที่เกิดจากกาบใบ
หัวที่เกิดจากกาบใบ เป็นหัวของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่เกิดจากกาบใบห่อหุ้มกันเป็นก้อนมีขนาดเล็กหรือใหญ่แล้วแต่ชน ิดและความอ่อนแก่ของต้นพืชได้แก่ หอมแดง หอมฝรั่ง ว่านสี่ทิศ ว่านแสงอาทิตย์ เป็นต้น
ลักษณะโดยทั่วไปของหัวที่เกิดจากกาบใบ
มีต้น (central axis) เป็นรูปสามเหลี่ยมอยู่ภายในหัว ปลายสุดของต้นเป็นยอดหรือตายอด (terminal growing point) ซึ่งเป็นจุดเจริญที่จะให้กำ เนิดใบและดอก ส่วนที่โคนต้นหรือฐานราก (basal plate) เป็นที่ให้กำเนิดราก (adventive root) ต้นห่อหุ้มด้วยกาบใบ (leaf sheath) ที่เจริยติดต่อก ันเป็นแบบก้นหอยซึ่งเป็นส่วนที่เก็บสะสมอาหาร ระหว่างกาบใบทุก ๆ กาบ จะมีตาข้าง (axillary bud) ซึ่งสามารถจะเจริญเป็นหัวเล็ก (bulblets) ได้ หัวเล็กเมื่อโตเต็มที่เรียกว่าตะเกียง (offsets) หัวที่เกิดจากกาบใบมีอยู่ 2 แบบ คือ
ก. หัวที่เกิดจากกาบใบอัดตัวกันเป็นชั้นด้านนอกจะมีลักษณะเป็นเยื่อบางๆ และแห้ง (tunic) ส่วนกาบใบชั้นในจะหนาและอวบสด (fleshy) การจัดเรียงชั้นของกาบใบเรียงเป็นรูปก้นหอย เรียกหัวพวกนี้ว่า "หัวชั้น" (layer bulb) ได้แก่หัวของหัวหอม ว่านสี่ทิศ บัวสวรร ค์ เป็นต้น
ข. หัวที่เกิดจากกาบใบห่อหุ้มต้นอย่างหลวมๆ และกาบใบเปลี่ยนรูปคล้ายเกล็ดปลา (scale) เรียกหัวพวกนี้ว่า "หัวเกล็ด" (scaly bulb) ได้แก่หัวของพืชพวกลิลี (lily) เนื่องจากหัวประเภทในข้อ ข. ไม่มีชนิดของพืชที่เจริญได้ในบ้านเรา ดังนั้นการขยายพันธุ์พืชในที่นี้ จึงจะขอกล่าวเฉพาะหัวในพวก ก. เท่านั้น

๓ ทางของการขยายเหง้าหรือหัวของซ่อนกลิ่นฝรั่ง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

หัวที่เกิดจากเหง้า
เหง้า คือ ลำต้นของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวชนิดหนึ่งที่อัดตัวกันแน่นเป็นก้อนกลม ซึ่งเราเรียกลำต้นในลักษณะนี้ว่า เหง้า (แต่มักจ ะเรียกทั่วๆ ไปว่าหัวมากกว่าเหง้า) พืชที่มีลักษณะลำต้นเป็นเหง้าซึ่งสามารถเลี้ยงดูให้เจริญงอกงามได้ มีอยู่ในบ้านเ ราเพียงชนิดเดียว คือ ซ่อนกลิ่นฝรั่ง (gladiolus)
การขยายพันธุ์ การขยายพันธุ์เหง้าหรือหัวของซ่อนกลิ่นฝรั่ง อาจทำได้ ๓ ทาง
๑. โดยการใช้เหง้าที่เกิดใหม่ แต่โดยปกติมักจะให้เหง้าใหม่ ๑ เหง้า นอกจากบางเหง้าซึ่งเกิดใหม่มากกว่า ๑ เหง้า แต่มักจะมีขนาด< WBR>เล็กบางครั้งไม่ให้ดอก หรือคุณภาพของดอกเล็กไม่ได้ขนาด
๒. โดยการแบ่งเหง้า ในกรณีที่เหง้ามีขนาดโตและหนา ซึ่งก็หมายความว่ามีอาหารสะสมอยู่มากก็อาจแบ่งเหง้าออกเป็น ๒ ส่วน ได้โดยที่แต่ละส่วนมีขนาดโต และมีอาหารสะสมพอที่จะให้ดอกที่มีคุณภาพได้
๓. โดยการใช้หัวเล็กที่เกิดใหม่ การขยายพันธุ์ซ่อนกลิ่นฝรั่งส่วนใหญ่ได้จากการใช้หัวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเหง้าใหม่และเหง้าเก่าซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการปลูกตัดดอกจำหน่าย แต่การเกิดหัวเล็ก ๆ เหล่านี้จะเกิดมากน้อยแล้วแต่พันธุ์และการปลูกเลี้ยง เช่น ใช้พันธุ์ที่ให้หัวเล็กๆ มากปลูกตื้นดินปลูกเบา เด็ดก้านดอกทิ้งตั้งแต่ดอกยังเล็ก ๆ ก็จะช่วยให้เกิดหัวเล็กๆ ได้มากขึ้น แต่การที่จะใช้หัวเล็กเหล่านี้ไปปลูกเพื่อตัดดอกจำหน่ายนั้นจะต้องใช้เวลาปลูกเลี้ยงหัวเหล่านี้ให้โตจนขนาด หัวได้มาตรฐานพอที่จะให้ดอกซึ่งจะใช้เวลาเลี้ยงดู 2-3 ฤดูปลูกแล้วแต่ขนาดของหัวเดิมหรืออาจใช้เวลา ๑ปี ในบางแห่ง ที่มี ฤดูการเจริญติดต่อกัน เช่น ปลูกบนดอยปุย เป็นต้น



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ |ย้อนหลัง |ดูต่อ... ]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.