


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
|
ชาวกรีกในสมัยโบราณได้รู้วิธีสร้างรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่าที่มีจำนวน
ด้านเป็น 3, 4, 5, 6, 8, 10 และ 15 โดยการใช้เพียงไม้บรรทัด (ซึ่ง
ไม่มีการแบ่งสเกล) และวงเวียนเท่านั้น ในปี ค.ศ. 1796 เกาส์ ได้
พบว่าเราจะสร้างรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่าโดยใช้แต่เพียงไม้บรรทัดกับวง
เวียนเท่านั้นได้ เมื่อจำนวนด้านของรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่านั้น เป็น
จำนวนเฉพาะซึ่งอยู่ในแบบ
n = 2('2)('t) + 1 เมื่อ t เป็นจำนวนเต็มบวกใด ๆ
จะเห็นได้ว่า
ถ้า t = 1 เราได้ n = 5 ถ้า t = 2 ได้ n = 17 ถ้า t =
3 ได้ n = 257
ดังนั้น เราจะสร้างรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่าด้วยไม้บรรทัดและวง
เวียนเท่านั้น เมื่อจำนวนด้านเป็น 5, 17, 257, 65537,...ได้เสมอ
แต่เราจะสร้างรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่าที่ที่มีจำนวนด้านเป็น 7, 9, 11 และ
13 โดยวิธีนี้ไม่ได้เลย ถ้าให้ a เป็นระยะที่ด้านของรูปหลายเหลี่ยมอยู่
ห่างจากจุดศูนย์กลางของวงกลม และ P เป็นความยาวของเส้นรอบรูป
ของรูปหลายเหลี่ยมนั้น พื้นที่ของรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่าจะเท่ากับ 1/2 a P
สำหรับรูปที่มี n เหลี่ยมด้านเท่าถ้าให้ b แทนความยาวของแต่ละ
ด้านจะได้ P = nb ดังนั้นพื้นที่ของรูป n เหลี่ยมด้านเท่าจะเท่ากับ 1 nab
2
คุณสมบัติที่สำคัญอีกประการหนึ่งของรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่าก็คือ แต่ละ
ด้านจะปิดมุมที่ศูนย์กลางเท่ากัน สำหรับรูป n เหลี่ยมด้านเท่าก็จะปิดมุม 2(...)
n
เรเดียนที่ศูนย์กลาง เราอาจแสดงได้ว่าพื้นที่ของรูป n เหลี่ยมด้านเท่าเท่ากับ
1/4 nb('2) cot(...)/n
ถ้าเราเพิ่มจำนวนด้านของรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่าขึ้นเรื่อย ๆ ไม่สิ้น
สุดก็อาจจะแสดงได้ว่า พื้นที่ของวงกลมเท่ากับ (...)r('2) เมื่อ r เป็น
รัศมีวงกลม
|