เชื่อหรือไม่ ผีเสื้อมีเกล็ด
ทำไมผีเสื้อมีชื่อภาษาอังกฤษที่แปลว่า "เนยบิน" ( Butterfly )
เชื่อหรือไม่ ผีเสื้อมีงวง
ผีเสื้อในเรื่อง Silent of the Lamb เป็นผีเสื้อในวงศ์ใด
สีและลวดลายบนปีกผีเสื้อใช้ป้องกันศัตรู ได้อย่างไร

เชื่อหรือไม่ ผีเสื้อมีเกล็ด


[ขยายดูภาพใหญ่]

ผีเสื้อเป็นกลุ่มของแมลงที่นักสัตววิทยาจัดไว้ในอันดับเลพิดอบเทอรา (Order Lepidoptera) มาจากคำว่า lepis แปลว่าเกล็ด และ pteron แปลว ่าปีก แมลงในอันดับนี้จึงมีแผ่นปีกปกคลุมด้วยเกล็ดสีเล็ก ๆ เรียงซ้อนกันแบบกระเบื้องมุมหลังคาเกล็ดสีเล็ก ๆ เหล่านี้เมื่อดูด้วยตาเปล่าจะเห็นเป็นผงสีต่าง ๆ ซึ่งจะหลุดติดมือออกมาเมื่อเราจับปีกของผีเสื้อในอันดับนี้ยั งแยกออกเป็นสองพวก คือ อันดับย่อยผีเสื้อกลางวัน (Butterflier) พวกนี้มีหนวดตอนปลายพองออกเป็นรูปกระบองและอันดับย่อยผีเสื้อกลางคืน (Moths) ซ ึ่งมีหนวดรูปร่างต่าง ๆ กันหลายแบบ

ทำไมผีเสื้อมีชื่อภาษอังกฤษที่แปลว่า 'เนยบิน' ( Butterfly )


[ขยายดูภาพใหญ่]

ชื่อผีเสื้อนั้น ตามความคิดของผู้เขียน อาจมาจากการที่ผีเสื้อต่าง ๆ มีสีสันและลวดลายสวยงามเหมือนกับผีเสื้อผ้าท ี่เราสวมใส่กัน แต่ผีเสื้อบินร่อนไปมาได้เอง คนโบราณจึงคิดกันว่ามีผีเข้าไปสิงอยู่ในตัว แม้แต่ในปัจจุบันนี้ ในชนบทบางแห่งยังเรียกผีเสื้ อว่า "แมลงผี" ส่วนชื่อภาษาอังกฤษว่า "butterfly" นั้นมีผู้สันนิษฐานไปได้สองทางคือ ทางหนึ่งแปลว่า เนยบิน เพราะผีเสื้อที่พบชุก ชุมในแถบอบอุ่นปีกมีสีเหลืองอ่อนถึงสีเหลืองเข้มคล้ายสีของเนย(butter) เมื่อบินไปมาจึงดูเหมือนเศษเนยลอยร่อนอยู่ ส่ว นอีกทางหนึ่งเชื่อว่าเพี้ยนมาจากคำว่า beauty flies ซึ่งหมายถึงความสวยงามที่บินไปมาได้

เชื่อหรือไม่ ผีเสื้อมีงวง

[ขยายดูภาพใหญ่]
ข้างใต้ของส่วนหัว มีงวง (proboscis) ใช้ดูดอาหารเหลวพวกน้ำหวานดอกไม้และของเหลวอื่น ๆ งวงจะม้วนเป็นวงคล้ายลานนาฬิกาเวลา ไม่ได้ใช้ และจะคลายเหยียดออกเวลากินอาหาร งวงประกอบขึ้นด้วยหลอดรูปครึ่งงกลมสองหลอดมาเกี่ยวกันไว้ทางด้านข้างด้วย ขอเล็ก ๆ เรียง เป็นแถว สองข้างของงวงมีอวัยวะมีสามข้อต่อ ซึ่งเป็นอวัยวะส่วนปากที่เหลืออยู่เรียกว่า พัลพ์ (palp) ยื่นออกมา

ผีเสื้อในเรื่อง Silent of the Lamb เป็นผีเสื้อในวงศ์ใด

[ขยายดูภาพใหญ่]
วงศ์ผีเสื้อเหยี่ยว (Sphingidae)
ผีเสื้อขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำตัวค่อนข้างใหญ่ เมื่อเทียบกับปีก หนวดพองออก ตอนปลายมีขอเล็ก ๆ บิน ได้เร็วกระพือปีกถี่มาก เวลากินน้ำหวานจากดอกไม้จะบินนิ่งอยู่กับที่แล้วสอดวงเข้าไปดูดกิน เวลากลางวันเกาะพันนอน ตามพุ ่มไม้และเปลือกไม้ ออกหากินตอนเย็นและตอนใกล้ค่ำ หนอนมีลำตัวอ้วน เกลี้ยง สีเขียวหรือน้ำตาลเป็นส่วนมาก ปลายตัวมีหนาม ยื่นยาวออกมา จึงได้ชื่อว่า "หนอนหงอน" เวลาถูกรบกวนจะยกส่วนหน้าของลำตัวชูขึ้นมา เข้าดักแด้ในดิน ชนิดที่พบบ่อย ๆ ได้แก่ ผีเสื้อ หนอนหงอนกาแฟ (Cephanodes hylas) ผีเสื้อหัวกะโหลก (Acherontia styx) ที่มีลายรูปคล้ายหัวกะโหลกบนลำตัวกินใบมันเทศและ ยาสูบ หนอนแก้วยี่โถ (Dielephisl nerii) กินใบยี่โถและใบชวนชื่น

สีและลวดลายบนปีกผีเสื้อใช้ป้องกันศัตรู ได้อย่างไร


[ขยายดูภาพใหญ่]

ผีเสื้อส่วนมากที่ไม่มีสารพิษในตัวและไม่มีสีสดใสเพื่อประกาศคุณสมบัตินี้ มักป้องกันตัวเองด้วยสีสัน และลวดล ายที่อยู่ทางด้านใต้ปีก โดยเฉพาะปีกคู่หลัง เนื่องจากผีเสื้อเวลาเกาะพักจะพับปีกขึ้น และช่วงเวลาพักเป็นช่วงที่อันตรายที่สุด ลวดลายอาจจะกลมกลืน กับสภาพแวดล้อมที่มันอาศัย เช่น ใต้ปีกของผีเสื้อปลายปีกส้มใหญ่ (Hebomoia glaucippe) เป็นลายกระ คล้ายกับทรายแห้ง หรือมีลักษณะคล้ายกับ วัตถุใดวัตถุหนึ่งอาจเป็นใบไม้ ดังพบในผีเสื้อใบไม้ใหญ่ (Kallima) และในผีเสื้อตาลสายัณห์นางแบบ และ ผีเสื้อแพนซีมยุรา บางแบบ เพื่อที่จะให้สภาพกลมกลืนดียิ่งขึ้น ผีเสื้อพวกนื้มักเกาะตามกิ่งหรือตามลำต้นไม้ แล้วทอดปีกไปตามแนวกิ่งไม้ ผีเสื้อบินเร็ว และผีเสื้อป่า ตลอดจนผีเสื้อตาลสายัณห์มักมีสีน้ำตาล หรือมีลายเปรอะ ถึงแม้ว่าบางชนิดชอบอาศัยอยู่ตาม ที่ร่มครึ่มและค่อนข้า งมืด ซึ่งปลอดภัยจากศัตรูตามธรรมชาติหลายจำพวก
ส่วนพวกที่มีจุดตากลม ๆ ใต้ปีก ดังเช่นพวกผีเสื้อป่านั้นเชื่อกันว่ามันใช้ในการทำให้ศัตรูตกใจ หรือทำให้ศัตรูโจมตีตรงจุดมที่ไม่สำคัญนัก เช่นเดียวกับหางเส้นเล็ก ๆ ตามขอบปีกคู่หลังในพวกผีเสื้อสีน้ำเงิ น โดยจะมีปีกยื่นออกมาเป็นติ่งซึ่งมีจุดดำตรงกลาง ประกอบกับมีหางยื่นออกมา ทำให้ดูคล้ายเป็นหัวและหนวด
การป้ องกันตัวอีกแบบหนึ่ง พบในพวกผีเสื้อสีน้ำเงินโดยมีสีน้ำเงินวาวทางด้านบนปีก และสีดำคล้ำทางด้านใต้ปีกทำ ให้พวกนกที่กำลังไล่ผีเสื้อสีน้ำเงิน อยู่หาลำตัวผีเสื้อสีคล้ำที่กำลังเกาะอยู่ไม่พบ
ผีเสื้ออีกกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในป่าทึบที่มีแสงแดดเล็ดล อดลงไปถึงพื้นได้บ้าง จะมีสีดำจุดขาว ทำให้กลมกลืนกับสภาพพื้นป่า เช่น ผีเสื้อกะลาสี ผีเสื้อจ่า (Athymal) พวกเหล่านี้เวลาบินจะร่อนแผ่ปีกออกต ามแนวนอนอีกด้วย



[จอหลัก |ดูรูป |เล่าให้ฟัง |วีดิโอ |ลับสมอง |ค้นข้อมูล |บทความ ]

Copyright & copy;1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited.