การที่ต้องเพิ่มขนาดของยาหลังจากใช้หลายครั้งจึงจะได้ผลจากฤทธิ์ยาเหมือนเดิมเรียกว่าอะไร
ประเทศใดที่ใช้ฝิ่นละลายน้ำให้เด็กกินเพื่อให้นอนหลับและไม่กวนระหว่างทำงาน
ยาเสพย์ติดประเภทใดที่ใช้แล้วจะมีช่องม่านตาแคบมาก
มีวิธีการอย่างไรในการรักษาผู้ติดยาเสพติด
ควรมีมาตรการอย่างไรในการป้องกันยาเสพติด

การที่ต้องเพิ่มขนาดของยาหลังจากใช้หลายครั้งจึงจะได้ผลจากฤทธิ์ยาเหมือนเดิม
เรียกว่าอะไร

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
การที่จิตใจขึ้นกับยา หรือการติดยาทางจิต ผู้ที่เคยประสบกับฤทธิ์ของยาแล้วติดใจหรือพอใจ หรือสนุกสนาน หรือความรู้สึกเมา ลืมความทุกข์โศกและหลุดพ้นจากโลกของความเป็นจริง ไปสู่โลกของความฝัน ในบางรายอาจจิตใจขึ้นกับยา เนื่องจากกลัวอาการถอนยา หรือกลัวความจริงที่จะพบในโลกที่ไม่ใช่ยา
ยาเสพย์ติดทุกชนิดจะมีการที่จิตใจขึ้นกับยาดังกล่าวมานี้ สภาพการติดยาเป็นบุคลิกภาพที่เกิดขึ้นใหม่ภายหลังจากการใช้ยาจนติด ผู้ติดยาจะรู้สึกมีแรงผลักดันหรืออำนาจบางอย่างบังคับให้ไปใช้ยา โดยตนเองไม่สามารถระงับยับยั้งไว้ได้ เปรียบได้กับผู้ติดสิ่งอื่น ๆ เช่น เหล้า บุหรี่ การพนัน ไพ่ หรือม้าแข่ง เป็นต้น เมื่อถึงกำหนดแล้ว ก็รู้สึกกระวนกระวายอยู่ไม่เป็นสุขบางคนก็กระทำไปโดยตนเองคล้ายกับไม่รู้สึกตัว การกระทำนั้น ก็อาจมีแรงผลักดันให้กระทำไปในรูปที่ผิด ปกติเหลือวิสัยที่คนปกติจะกระทำ เช่น การพนัน ยอมเสียทุกอย่างโดยไม่ยั้งคิด ผู้ติดยาเสพย์ติดที่รุนแรงอาจกระทำในสิ่งที่ผิดทำนองคลองธรรม หรือผิดกฎหมายก็ได้ เพื่อสนองความอยากของตน
กระบวนการติดยานี้ บางคนเชื่อว่าเป็นกระบวนการสร้างบุคลิกภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์และสัตว์ในสถานการณ์อย่างหนึ่งต้องกระทำอย่างหนึ่งจึงจะได้รับรางวัล หากได้รับรางวัลจนเคยชิน ก็จะเกิดแรงกระตุ้นให้กระทำสิ่งนั้นๆ เพื่อรับรางวัลอยู่เสมอ
อีกประการหนึ่งผู้ที่ใช้ยาเสพติด อาศัยฤทธิ์ของยาในการหนีจากปัญหาที่ต้องเผชิญ และเป็นวิธีการที่ง่ายกว่าการแก้ปัญหาแบบอื่น หากกระทำหลายๆ ครั้ง บุคลิกภาพก็เปลี่ยนไป เมื่อเกิดปัญหา ก็มีแนวโน้มที่จะหาทางออกด้วยการใช้ยาเสพติด
ในการบำบัดรักษา ผู้ที่ติดยาเสพย์ติดเมื่อแก้ไขสภาพที่ร่างกายขึ้นกับยาได้แล้ว สภาพที่จิตใจขึ้นกับยายังคงอยู่ไปอีกนาน ทำให้ผู้นั้นกลับไปใช้ยาอีกบางคนอาจมีสภาพจิตใจขึ้นกับยาไปตลอดชีวิตก็ได้ การที่จิตใจขึ้นกับยา จึงเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ยากและต้องใช้เวลานาน การรักษาระยะนี้อาจเรียกว่า การฟื้นฟูสภาพจิตแต่ความจริงแล้ว อาจจำเป็นต้องสร้างสภาพจิตหรือบุคลิกภาพขึ้นใหม่ทั้งหมด เพราะเยาวชนที่ติดยาไม่เคยมีสภาพจิตปกติที่เคยสร้างไว้เลยก็ได้

ประเทศใดที่ใช้ฝิ่นละลายน้ำให้เด็กกินเพื่อให้นอนหลับและไม่กวนระหว่างทำงาน

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
ในหมู่สาบ้านชาวไทยภูเขา ซึ่งมีการปลูกและซื้อขายฝิ่นนั้น มีผู้ที่ติดฝิ่นอยู่ระหว่างร้อยละ 6 ถึงร้อยละ 38 โดยมีสาเหตุการใช้แบ่งได้เป็น 3 ประการ ประแรกเป็นการใช้ฝิ่นเป็นยารักษาโรคทางกาย เช่น เพื่อระงับอาการเจ็บปวด อาการไข้ อาการท้องเดินและอาการไอ สำหรับโรคที่เป็นในระยะเวลาสั้น ก็ใช้ฝิ่นเพียงครั้งเดียวหรือไม่กี่ครั้งแล้วก็หยุด เพราะโรคหายไปแล้ว แต่โรคที่เป็นเรื้อรัง เช่น แผลในกระเพาะอาหาร วัณโรคของปอด โรคไตเรื้อรังและบาดเจ็บต่าง ๆ อาการเป็นอยู่นาน และต้องสูบฝิ่นเพื่อรักษาหลายครั้งจนมีผลให้ติดยาและเลิกไม่ได้เป็นเวลาอีก 20-30 ปีต่อมาก็มีประการที่สองเป็นการใช้ฝิ่นเพื่อให้ได้ฤทธิ์ด้านจิตประสาทในการกดประสาทกลางทำให้เกิดความมึนเมา และระงับความกดดัน หรือความทุกข์ทรมานด้านจิตใจ นับเป็นการหนีจากปัญหาต่าง ๆ ที่ประสบ ซึ่งอาจเป็นปัญหาส่วนบุคคล เช่น การสูญเสียบุตร ภรรยา ผู้ที่รักไป หรือการสูญเสียพืชผล สัตว์เลี้ยง เป็นต้น หรือเป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจจากความยากจน และความหมดหวังในชีวิตส่วนประการที่สามเป็นการใช้ฝิ่นเพื่อความรื่นเริง ทั้งที่เป็นการเข้ากลุ่มหรือสังคม และการสูบคนเดียว การใช้ฝิ่นนี้ในประเทศอินเดียมีรายงานว่าชาวบ้านใช้ละลายน้ำให้เด็กเล็ก ๆ กิน เพื่อให้นอนและไม่กวนระหว่างพ่อ

ยาเสพย์ติดประเภทใดที่ใช้แล้วจะมีช่องม่านตาแคบมาก


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

อาการของการติดยาเสพย์ติดและการวินิจฉัย
ผู้ที่ติดยาเสพย์ติดจะมีอาการแตกต่างกัน แล้วแต่ชนิดของยา วิธีใช้ และความรุนแรงของการติดนั้น
๑. อาการจากฤทธิ์ของยา ในระยะที่ผู้ใช้ได้รับยาเข้าไปในร่างกาย และยากำลังออกฤทธิ์ ก็อาจปรากฏอาการตามฤทธิ์ของยานั้นๆ
ยาที่ทำให้เกิดความมึนเมา เช่น แอลกอฮอล์ ยานอนหลับ และฝิ่น อาจทำให้ผู้ใช้มีอาการซึม ความคิดและการรับรู้สึกเชื่องช้า บางคนอาจมีอาการกระวนกระวาย หรือคลุ้มคลั่งอาละวาดก็ได้
สำหรับผู้ใช้ฝิ่น มอร์ฟีน หรือเฮโรอีน จะมีช่องม่านตาหรือช่องดำกลางม่านตาแคบมาก
๒. ร่องรอยของการใช้ยา ผู้ที่ติดเฮโรอีน ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่สูบบุหรี่จัดด้วย มักจะเห็นรอยคราบบุหรี่สีเหลืองที่นิ้วมือ ในคนที่ใช้วิธีฉีดเข้าหลอดเลือด ก็จะมีรอยเข็มตามแนวหลอดเลือดที่แขนหรือขา
๓. การเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพของผู้ติดยา ผู้ติดยาเสพย์ติดมักจะไม่สนใจดูแลสุขภาพและอนามัยของตนเอง มัวแต่สนใจต่อฤทธิ์ของยา และความพยายามที่จะหายามาสนองความอยากของตน ดังนั้นจะเห็นว่าผู้ติดยาเสพย์ติดมีสุขภาพทรุดโทรม ผอมและซูบซีด ผิวหนังและเสื้อผ้ามักจะสกปรก
๔. อาการจากการขาดยา หรืออาการถอนยา ผู้ที่หายาไม่ได้ หรือตั้งใจจะเลิกยา สำหรับตัวยาที่มีสภาพร่างกายขึ้นกับยาด้วยแล้ว จะเกิดอาการถอนยาดังได้กล่าวไว้แล้ว ปรากฏให้เห็นได้
๕. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ส่วนใหญ่ใช้การตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสารเสพติดนั้น หรืออนุพันธ์ของสารนั้น ที่ถูกขับถ่ายออกไปทางปัสสาวะ

มีวิธีการอย่างไรในการรักษาผู้ติดยาเสพติด


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

วิธีการในการรักษาผู้ติดยาเสพติด ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่เป็นที่ยอมรับ และมีหลักฐานว่า เป็นวิธีที่ได้ผลแน่นอน อาจแบ่งเทคโนโลยีในการรักษาออกเพื่อให้เห็นแนวกลวิธีได้ดังนี้
๑. การถอนพิษยา
เป็นการรักษาอาการของการที่ร่างกายขึ้นกับยาเพื่อจะได้หยุดยาได้
โดยสรุป การถอนพิษยาสำหรับฝิ่น และเฮโรอีนมีเทคนิคในการปฏิบัติที่ทำได้ไม่ยาก จะใช้วิธีใดก็ได้
๒. การปรับปรุงแก้ไขจิตใจและบุคลิกภาพ
ในโครงการรักษาผู้ติดยาบางโครงการ เป้าหมายหลักในการรักษาเป็นการปรับปรุงแก้ไขด้านจิตใจ เพื่อให้สามารถหยุดยาได้ตลอดไปหรือลดปัญหาลง เทคนิคในการแก้ไขด้านจิตใจมีอยู่มากมายหลายแบบตัวอย่าง
๓. การสร้างเครื่องยึดเหนี่ยว
ผู้ที่ติดยาเสพติด มีบุคลิกภาพที่ไม่ดีอยู่เดิมและเปลี่ยนไปจากการติดยาเพิ่มเติมขึ้นอีก ตลอดจนสภาพการที่จิตใจขึ้นกับยายังคงอยู่เป็นเวลานาน การปรับปรุงการแก้ไขสภาพจิตใจ อาจจะกระทำได้ไม่เต็มที่การสร้างสิ่งยึดเหนี่ยวอาจช่วยให้ผลการบำบัดรักษาดีขึ้น ตัวอย่างของสิ่งยึดเหนี่ยว
๔. การแก้ไขสภาพแวดล้อม
จะเห็นได้ว่า การแก้ไขสภาพแวดล้อมเป็นสิ่งที่กระทำได้ยากยิ่งขึ้นไปอีก แต่การรักษาที่ดีจะต้องมีเป้าหมายให้ผู้ติดยาเสพติด ได้กลับเข้าไปอยู่ในสังคมและสภาพแวดล้อม จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
๕. การรักษาเพื่อลดปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจของการติดยาเสพติด
เทคนิคการรักษาแบบต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วมีเป้าหมายที่จะให้ผู้ติดยาเสพติด ได้เลิกเสพ และกลับเข้าไปสู่สังคม เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติต่อไป แต่สำหรับผู้ติดยาเสพย์ติดจำนวนไม่น้อย ความหวังที่จะให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวนี้ เป็นไปได้ยากยิ่ง หรือเป็นไปไม่ได้เลย การรักษาจึงจำเป็นต้องลดเป้าหมายลงมา ไม่ต้องให้ถึงกับหยุดยาเสพย์ติดโดยเด็ดขาด แต่ให้สามารถควบคุมได้ และสภาพการติดยาไม่ก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือปัญหาอาชญากรรมอันเป็นอันตรายต่อสังคมต่อไป การรักษาด้วยเป้าหมายเพียงลดปัญหาจึงเป็นเทคนิคที่จำเป็นต้องนำมาใช้ด้วย

ควรมีมาตรการอย่างไรในการป้องกันยาเสพติด

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
มาตรการป้องกันปัญหายาเสพติด ได้แก่
๑. การสร้างกฎหมายที่เหมาะสม
ยาที่ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรง หรือมีศักยภาพที่จะก่อปัญหา เช่น เฮโรอีน แอมเฟตามีน และกัญชา ควรมีกฎหมายห้ามการผลิต การนำเข้าในอาณาจักรและการขาย โดยมีบทบาทลงโทษที่รุนแรงพอที่จะให้ผู้ที่ประสงค์จะลักลอบกลัว และไม่กล้าเสี่ยงแม้ว่าจะมีทางได้กำไรมากก็ตาม ในประเทศไทยมีพระราชบัญญัติยาเสพติด พ.ศ. 2522 ซึ่งกำหนดโทษผู้ละเมิดไว้แรงมาก
๒. มาตรการรักษากฎหมาย
การป้องกัน และปราบปรามการลักลอบผลิต นำเข้า ขนย้าย หรือจำหน่ายจ่ายแจกยาเสพติด ย่อมมีความสำคัญในการทำให้ยาหายากขึ้น โอกาสที่คนจะไปติดยาจะได้น้อยลง
๓. มาตรการด้านเจตคติ และค่านิยมของสังคม
ปัญหายาเสพย์ติดเป็นปัญหาของชุมชน และสังคม เจตคติและค่านิยมในสังคมนั้น ๆ มีส่วนเป็นอย่างมากในการห้ามหรือยอมให้เกิดปัญหาขึ้น ในชุมชนบางแห่งที่ต่อต้านยาเสพติด โอกาสที่จะเกิดปัญหาย่อมมีน้อยกว่าชุมชนที่มีทัศนคติยอมรับการติดยา โดยไม่ถือว่าร้ายแรงนัก
๔. มาตรการทางการศึกษา
โดยที่การติดยาเสพติด ขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันที่มีในบุคคลที่อาจเป็นปัญหา การให้การศึกษาย่อมเป็นการสร้างความรู้ บุคลิกภาพ เจตคติ และค่านิยมที่ดี อันประกอบเป็นภูมิคุ้มกันต่อต้านการติดยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนและเยาวชน ซึ่งเป็นผู้ที่ล่อแหลมต่อปัญหายาเสพติด
๕. มาตรการทางชุมชน
โดยที่ปัญหายาเสพย์ติดมีสาเหตุสำคัญมาจากสภาพแวดล้อมในชุมชน มาตรการที่มุ่งแก้ปัญหาที่เป็นสาเหตุในชุมชนจึงเป็นการแก้มที่ตรงเป้า อาจจำเป็นต้องพิจารณาศึกษาในแต่ละชุมชน หรือสภาพของชุมชนถึงปัจจัยที่เป็นปัญหาในชุมชนนั้น ๆ
๖. มาตรการในการป้องกันการระบาดของการติดยา
ผู้ที่ติดยาเสพติด มีส่วนสำคัญในการชักนำให้ผู้อื่นไปติดด้วย การขจัดไม่ให้มีผู้ติดยาหรือให้ลดจำนวนลงจะช่วยลดการแพร่ระบาดได้ การป้องกันจึงควรมุ่งที่การหากผู้ที่ติดยาให้ได้โดยเร็วที่สุดและทำการรักษาให้ได้ผลเสียโดยเร็ว ส่วนผู้ที่ติดยางอมแงมจนกลายเป็นปัญหาสังคม และเป็นตัวการให้เกิดการแพร่ระบาดไปสู่ผู้อื่น ก็น่าจะได้แยกออกไปจากสังคม



[ จอหลัก | ดูรูป | เล่าให้ฟัง | วีดิโอ | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ |ย้อนหลัง]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.