สมเด็จพระชนกทรงให้ความสนพระทัยเกี่ยวกับกิจการสาธารณสุขอย่างไร
กระทรวงสาธารณสุขสถาปนาขึ้นเมื่อปีใด
มูลนิธิแพทย์อาสาจัดตั้งขึ้นเมื่อใด
นายอังรีย์ ดูนังค์คือใคร
กรณีพิพาทแย่งดินแดนระหว่างไทยกับฝรั่งเศสทำให้เกิดแนวความคิดใดขึ้น

สมเด็จพระชนกทรงให้ความสนพระทัยเกี่ยวกับกิจการสาธารณสุขอย่างไร

[ขยายดูภาพใหญ่]
สมเด็จพระบรมราชชนกกับการสาธารณสุข สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระราช โอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีสวรินทรา บรมราชเทวี ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์งานสาธารณสุขมาตั้งแต่แรกเริ่มแม้ว่าใน ระยะแรกพระองค์ทรงได้รับการศึกษาทางด้านการทหาร และรับราชการ ประจำกองทัพเรือ แต่ในระยะหลังพระองค์ท่านหันมาสนพระทัยกับกิจการ สาธารณสุขอย่างจริงจัง ถึงกับเสด็จไปศึกษาต่อทางด้านการสาธารณสุขที่ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard) สหรัฐอเมริกา และทรงได้รับประกาศ นียบัตรสาธารณสุข (C.P.H.) ใน พ.ศ. 2464

กระทรวงสาธารณสุขสถาปนาขึ้นเมื่อปีใด

[ขยายดูภาพใหญ่]
การสถาปนากระทรวงสาธารณสุข ใน พ.ศ. 2485 รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการแพทย์และสาธารณสุข ให้เป็นปึกแผ่นยิ่งขึ้น จึงได้รวบรวมสถาบันที่เกี่ยวข้องทางการแพทย์การสา ธารสุขเข้าไว้ด้วยกัน และสถาปนากระทรวงการสาธารณสุขขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2485 โดยแบ่งองค์กรของกระทรวงฯ ดังต่อไปนี้ 1. สำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี 2. สำนักงานปลัดกระทรวง 3. กรมการแพทย์ 4. กรมประชาสงเคราะห์ 5. กรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ 6. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 7. กรมสาธารณสุข ต่อมาในปี พ.ศ. 2487 ได้มีการโอนกรมประชาสงเคราะห์จากกระ ทรวงสาธารณสุข ไปอยู่ในกระทรวงมหาดไทยตามเดิม และในปี พ.ศ. 2495 มีประกาศใช้พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมเปลี่ยนชื่อกระ ทรวงการสาธารณสุข เป็นกระทรวงสาธารณสุข และเปลี่ยนชื่อกรมสาธารณ สุขเป็นกรมอนามัย และใน พ.ศ. 2502 กรมมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์โอนไป สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี

มูลนิธิแพทย์อาสาจัดตั้งขึ้นเมื่อใด

[ขยายดูภาพใหญ่]
แพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระศรีทราบรมราชชนนีทรงดำริว่าราษฎรซึ่งอยู่ในท้องที่กันดาร และห่างไกล ยังไม่ได้รับบริการสาธารณสุขโดยทั่วถึง ประกอบกับมีแพทย์ พยาบาลที่พร้อมจะช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย จึงทรงก่อตั้ง มูลนิธิแพทย์อาสาขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะรวบรวม แพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้ที่สนใจอาสาสมัครออกไปช่วยรักษาพยา บาลราษฎร ที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารห่างไกลที่ขาดแคลนแพทย์ โดยไม่คิดมูลค่าและ ไม่จำกัดว่าจะเป็นคนชาติใด ภาษาใด และใน พ.ศ. 2523 มีอาสาสมัครซึ่ง ประกอบด้วยแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล พนักงานอนามัย ทันตอนามัย พยาบาลและอาสาสมัครอื่น ๆ รวมทั้งสิ้นกว่า 14,000 คน ปฏิบัติงานอยู่ใน 45 จังหวัด เฉพาะวันเสาร์ วันอาทิตย์และวันหยุดราชการ โดยคณะกรรม การและอาสาสมัครทุกคนไม่ขอรับเบี้ยประชุมหรือเงินเดือน การออกปฏิบัติ งานบางครั้งต้องอาศัยเฮลิคอปเตอร์ของหน่วยราชการที่มีฐานบินอยู่ใกล้เคียง เป็นพาหนะ ในกรณีที่มีพบผู้ป่วยหนักจะนำส่งโรงพยาบาล และให้การรักษาใน ฐานะผู้ป่วยในพระอุปถัมภ์ เมื่อ พ.ศ. 2515 พระองค์ทรงเริ่มทดลองใช้วิทยุสื่อสาร ในการ รักษาพยาบาลผู้ป่วยในห้องที่ที่ไม่มีแพทย์อยู่ประจำ ตามแบบนี้อย่างที่มีมาในประ เทศออสเตรเลียและเรียกโครงการนี้ว่า "โครงการแพทย์อาสาทางอากาศ" ด้วยวิธีนี้ผู้ป่วยไม่ต้องเสียเงินค่าเดินทางเข้าไปในตัวจังหวัด เพราะเจ้าหน้าที่ สามารถติดต่อปรึกษาวิธีการรักษาพยาบาลจากแพทย์ได้โดยทางวิทยุ ซึ่ง ปรากฏว่าได้ผลดี และใน พ.ศ. 2524 มีการดำเนินการอยู่ใน 25 จังหวัด มีสถานีรักษา 291 สถานี ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทำให้ ประชาชนในถิ่นทุรกันดารและห่างไกล ได้รับการรักษาพยาบาลโดยหน่วย แพทย์เคลื่อนที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้สนองพระ ราชดำรินี้ โดยการเร่งรัดจัดให้มีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกปฏิบัติงานในท้องที่กัน ดารและห่างไกลที่ยังขาดแพทย์ และได้จัดให้มีโครงการรักษาพยาบาลทาง อากาศเพิ่มขึ้น โดยใช้ข่ายวิทยุสื่อสารที่อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อขยายทาง ด้านการรักษาพยาบาลทางอากาศให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

นายอังรีย์ ดูนังค์คือใคร

[ขยายดูภาพใหญ่]
สภากาชาดสากล ผู้ให้กำเนิดสภากาชาดสากล คือนายอังรี ดูนังต์ (Henry Dunant) ชาวสวิตเซอร์แลนด์ เขาเกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2371 ณ กรุง เจนีวา ในครอบครัวขุนนางตระกูลสูง ดูนังต์เป็นนักท่องเที่ยวเขาเดินทางไป แสวงหาโชคลาภในทวีปแอฟริกาเหนือ 2 ครั้ง ในการเดินทางครั้งที่ 2 เขา ผ่านไปทางภาคเหนือของอิตาลีที่หมู่บ้านซอลเฟริโน (Solferino) ณ ที่นี้ เองที่เขาได้เห็นการสู้รบระหว่างทหารฝรั่งเศส ซึ่งเขามาช่วยอิตาลีรบ กับออสเตรเลีย เขาเห็นทหาร 4 หมื่นจากจำนวน 4 แสนคนบาดเจ็บล้มตาย โดยไม่มีผู้ใดช่วยเหลือ ด้วยแรงบันดาลใจครั้งนี้ เขาจึงคิดที่จะสร้างองค์กร อาสาสมัครเพื่อดูแลทหารบาดเจ็บในยามสงครามขึ้น จากความคิดของอังรี ดูนังต์ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2406 ก็ ได้มีการจัดตั้ง "คณะกรรมการระหว่างประเทศเพื่อบรรเทาทุกข์ทหารบาด เจ็บ) (International Committee for the Relief of Wounded Combatants) ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ได้รับการปรับปรุงให้เป็นสภากาชาด สากล (International Commitee of the Red Cross) และได้ เจริญเป็นปึกแผ่นเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน สัญลักษณ์ของกาชาดคือเครื่องหมายกากบาทแดง อันเป็นการให้เกียติ แก่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเป็นต้นกำเนิดกาชาด แต่เพื่อป้องกันการเข้าใจ ผิดว่าเครื่องหมายมีกากบาทมีความสำคัญทางคริสต์ศาสนา ในอนุสัญญาเจนีวา จึงอนุมัติให้ประชากรมุสลิมใช้เครื่องหมายซีกวงเดือนแดงแทนกากบาทแดง ทั่วโลกถือกันว่าวันที่ 8 พฤษภาคมของทุกปีซึ่งตรงกับวันเกิดของอังรี ดูนังต์ เป็นวันที่ระลึกกาชาดสากล และจวบถึงปี พ.ศ. 2523 สภากาชาด สากลมีสภาชิกรวมทั้งสิ้น 126 ประเทศ สภากาชาดแต่ละประเทศตั้งขึ้นโดยมี วัตถุประสงค์ร่วมในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยไข้และบาดเจ็บ ทั้งใน ยามสงครามและยามสงบ ตลอดจนการบรรเทาสาธารณภัยโดยไม่เลือกเชื้อ ชาติ ชั้น วรรณะ ลัทธิ ศาสนา หรืออุดมคติในทางการเมืองของผู้ประสบภัย พิบัติ นอกจากนี้ยังมีองค์กรซึ่งทำหน้าที่ประสานงานของสภากาชาดไปประ เทศต่าง ๆ เรียกว่า "สันนิบาติสภากาชาด" ซึ่งสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2462 โดยนายเฮนรี พี เดวิดสัน (Henry P. Davidson) เป็นผู้ริเริ่ม และในขณะนี้ที่สำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเจนีวา ประ เทศสวิตเซอร์แลนด์

กรณีพิพาทแย่งดินแดนระหว่างไทยกับฝรั่งเศสทำให้เกิดแนวความคิดใดขึ้น


[ขยายดูภาพใหญ่]

สภากาชาดไทย ความคิดที่จะให้มีสภากาชาดไทย เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) ซึ่งเป็นปีที่เกิดกรณีพิพาทแย่งดินแดนระหว่างไทยกับฝรั่งเศส อันเป็น ผลให้เกิดมีการสู้รบกันขึ้น ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงษ์หัวหน้าหญิงไทยสกุล สูงในสมัยนั้นมีความห่วงใยในทหารบาดเจ็บ จึงนำความกราบบังคมทูลสมเด็จ พระนางเจ้าสว่างวัฒนาบรมราชเทวี ขอให้ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ในการจัดตั้ง องค์การบรรเทาทุกข์ทหาร ในทำนองเดียวกับสภากาชาดในต่างประเทศ ซึ่ง ในที่สุดพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็พระราชทานพระบรม ราชานุญาตให้จัดตั้งองค์กรดังกล่าว โดยใช้ชื่อว่า และหญิงผู้มีเกียรติอา สาสมัครเข้าปฏิบัติงานในองค์กรที่จัดตั้งขึ้น มีกิจกรรมสำคัญ คือ การส่งเวช ภัณฑ์อาหาร เสื้อผ้า และของใช้ไปบำรุงทหารในสนามรบ กิจกรรมของสภาอุโลมแดงได้ซบเซาภายหลังกรณีพิพาทระหว่างไทย กับฝรั่งเศสได้สิ้นสุดลง และได้กลับมาฟื้นฟูขึ้นใหม่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระราชทานที่ดินและทุนทรัพย์ ก่อสร้าง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้ขึ้นอยู่กับสภากาชาดสยามที่วิวัฒนาการมาเป็น สภากาชาดไทยในปัจจุบัน คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศได้รับ รองสภากาชาดไทยเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2463 และสันนิบาตสภากา ชาดได้รับสภากาชาดไทยเข้าเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2464 สภากาชาดไทยมีตัวแทนอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร ใน นามของ "เหล่ากาชาดจังหวัด" ซึ่งมีหน้าที่บรรเทาทุกผู้ประสบภัยและราษฎรที่ ยากจนในท้องถิ่นทุรกันดาร ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมกิจการอนุกาชาด อาสากาชาด บริการโลหิต และบริการดวงตาอีกด้วย ในปัจจุบัน สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ทรงดำรง ตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทยและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้า มหาจักรีสิรินธรรัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่ง อุปนายิกาสภากาชาดไทย



[จอหลัก |ดูรูป |เล่าให้ฟัง |วีดิโอ |ลับสมอง |ค้นข้อมูล |บทความ]
Copyright © 1997 Kanchanapisek Network WebmasterAll right reserved.
Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited.