
[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
|
มีเรื่องเล่ากันมาว่า นักดนตรีเอกของโลกได้กล่าวถึงพระปรีชาสามารถในการทรงดนตรีว่า หากพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ก็จะต้องทรงเป็นราชานักดนตรีของโลก แต่พระบาทสม
เด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงเป็น ทั้งพระมหากษัตริย์ และทรงเป็นนักดนตรีได้พร้อมๆกัน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความสนพระราชหฤทัยในด้านดนตรีมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ดังที่สม
เด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระนิพนธ์ไว้ในบทพระนิพนธ์
"เจ้านายเล็กๆยุวกษัตริย์" ความตอนหนึ่งว่า
"เมื่อถึงเวลาสนพระทัยแผ่นเสียงก็แข่งกันอีก รัชกาลที่ ๘ ทรงเลือก Louis Armstrong และ
Sidey Bechet รัชกาลที่ ๙ ทรงเลือก Duke Ellington และ Count Banc เกี่ยวกับการซื้อแผ่น
เสียงนี้ ถ้าเป็นแจ๊สต้องซื้อเอง ถ้าเป็นคลาสสิกเบิกได้"
"สิ่งที่ทรงเล่นมาด้วยกันเป็นเวลานานคือ ดนตรี รัชกาลที่ ๘ ทรงเริ่มด้วยเปียโนเพราะเห็น
ข้าพเจ้าเรียนอยู่ รัชกาลที่ ๙ ขอเล่นหีบเพลง (accordian) เรียนอยู่ไม่กี่ครั้งก็ทรงเลิก
"เพราะไม่เข้ากับเปียโน" แล้วรัชกาลที่ ๘ ก็ทรงเลิกเรียนเปียโนไป เมื่ออยู่ที่อาโรซ่า เวลาหน้า
หนาว ได้ทอดพระเนตรวงดนตรีวงใหญ่ที่เล่นอยู่ที่โรงแรม รู้สึกอยากเล่นกัน ทรงหาแซกโซโฟนที่เป็น
ของใช้แล้ว (second hand) มาได้ ราคา ๓๐๐ แฟรงค์ แม่ออกให้ครึ่งหนึ่งและสโมสร ปาตาปุมออก
ให้อีกครึ่งหนึ่ง เมื่อครูมาสอนที่บ้าน รัชกาลที่ ๘ ทรงดันพระอนุชาเข้าไปในห้องเรียน รัชกาลที่
๙ จึงเป็นผู้เริ่ม เมื่อเรียนไป |