พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความสนพระราชหฤทัยด้านดนตรีเมื่อใด
เครื่องดนตรีชนิดใดบ้างที่ทรงสนพระทัย
ทรงนิพนธ์เพลงอย่างจริงจังเมื่อพระชนมายุเท่าใด
เพลงพระราชนิพนธ์ที่พระราชนิพนธ์ทำนองเพลงแล้วใส่คำร้องภาษาอังกฤษมีเพลงอะไรบ้าง
อ.ส. วันศุกร์คืออะไร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความสนพระราชหฤทัยด้านดนตรีเมื่อใด

[ ขยายดูภาพใหญ่ ]
มีเรื่องเล่ากันมาว่า นักดนตรีเอกของโลกได้กล่าวถึงพระปรีชาสามารถในการทรงดนตรีว่า หากพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ก็จะต้องทรงเป็นราชานักดนตรีของโลก แต่พระบาทสม เด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงเป็น ทั้งพระมหากษัตริย์ และทรงเป็นนักดนตรีได้พร้อมๆกัน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความสนพระราชหฤทัยในด้านดนตรีมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ดังที่สม เด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระนิพนธ์ไว้ในบทพระนิพนธ์ "เจ้านายเล็กๆยุวกษัตริย์" ความตอนหนึ่งว่า
"เมื่อถึงเวลาสนพระทัยแผ่นเสียงก็แข่งกันอีก รัชกาลที่ ๘ ทรงเลือก Louis Armstrong และ Sidey Bechet รัชกาลที่ ๙ ทรงเลือก Duke Ellington และ Count Banc เกี่ยวกับการซื้อแผ่น เสียงนี้ ถ้าเป็นแจ๊สต้องซื้อเอง ถ้าเป็นคลาสสิกเบิกได้"
"สิ่งที่ทรงเล่นมาด้วยกันเป็นเวลานานคือ ดนตรี รัชกาลที่ ๘ ทรงเริ่มด้วยเปียโนเพราะเห็น ข้าพเจ้าเรียนอยู่ รัชกาลที่ ๙ ขอเล่นหีบเพลง (accordian) เรียนอยู่ไม่กี่ครั้งก็ทรงเลิก "เพราะไม่เข้ากับเปียโน" แล้วรัชกาลที่ ๘ ก็ทรงเลิกเรียนเปียโนไป เมื่ออยู่ที่อาโรซ่า เวลาหน้า หนาว ได้ทอดพระเนตรวงดนตรีวงใหญ่ที่เล่นอยู่ที่โรงแรม รู้สึกอยากเล่นกัน ทรงหาแซกโซโฟนที่เป็น ของใช้แล้ว (second hand) มาได้ ราคา ๓๐๐ แฟรงค์ แม่ออกให้ครึ่งหนึ่งและสโมสร ปาตาปุมออก ให้อีกครึ่งหนึ่ง เมื่อครูมาสอนที่บ้าน รัชกาลที่ ๘ ทรงดันพระอนุชาเข้าไปในห้องเรียน รัชกาลที่ ๙ จึงเป็นผู้เริ่ม เมื่อเรียนไปแล้ว ๒ - ๓ ครั้ง รัชกาลที่ ๘ ทรงซื้อแคลริเน็ต (clarinet) ส่วนพระองค์ วันเรียน ครูสอนองค์ละ ๓๐ นาที แล้วครูก็เอาแซกโซโฟน (saxophone) ของเขาออกมา และเล่นด้วยกันทั้ง ๓ เป็น trio"

เครื่องดนตรีชนิดใดบ้างที่ทรงสนพระทัย


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

...สำหรับเครื่องดนตรีต่างๆ ที่ทรงเล่น มีเปียโน ไม่เคยทรงเรียนจริงจังจากใคร เล่นเอาเอง ดูโน้ต เรียนวิธีประสานเสียง
กีตาร์ ทรงเล่นเมื่อพระชนม์ราว ๑๖ พรรษา เพื่อนที่โรงเรียนเป็นรุ่นพี่อายุมากกว่า ให้ ยืมเล่น ภายหลังเอาไปคืน เขาเห็นว่าสนใจจึงให้เลย
ขลุ่ย ทรงเล่นเมื่อพระชนม์ประมาณ ๑๖-๑๗ พรรษา เห็นว่าราคาไม่แพงนัก เล่นไม่ยากนิ้วคล้ายๆ แซกโซโฟน... ตอนหลังเคยเห็นทรงเล่นไวโอลินด้วย คิดว่าทรงเล่นเอาเองไม่มีครูสอนดนตรี"
นอกจากจะทรงศึกษาวิชาดนตรีจากพระอาจารย์ชาวต่างชาติในต่างประเทศ แต่เมื่อยังทรงพระเยาว์แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงได้รับการแนะนำการดนตรีจากพระเจนดุริยางค์ ชาวต่างชาติที่เข้ามา รับราชการในประเทศไทย ดังที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชนิพนธ์ไว้เช่น กันว่า
"...คุณพระเจนดุริยางค์ เป็นอีกท่านที่กราบบังคมแนะนำเกี่ยวกับการดนตรี โปรดคุณพระเจนฯมาก ทรงพิมพ์ตำราที่คุณพระเจนฯ ประพันธ์ขึ้นทุกเล่ม ระหว่างการพิมพ์และตรวจปรู๊ฟได้ความรู้เกี่ยวกับ ดนตรีมาก ส่วนไหนที่ไม่เข้าพระทัยก็มีรับสั่งถามคุณพระเจนฯ เรื่องการ พิมพ์หนังสือนี้ คุณแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวังคนปัจจุบันทราบดี เพราะเป็นผู้ที่ทรงมอบหมายให้ดำเนินการ ได้ ทราบว่าคุณพระเจนฯเองก็ปรารภว่า ในด้านทฤษฎีไม่ ทรงทราบมากนัก แต่ทำไมเคาะเสียงถูกต้องทุกทีรับสั่ง เล่าว่า คุณพระเจนฯเป็นคนถือธรรมเนียมว่าสอนพระเจ้าแผ่นดินไม่ได้ แต่จะแนะนำถวายหรือกราบบังคมทูล...
นอกจากทรงเล่นดนตรีแล้วยังทรงสอนดนตรีให้ผู้อื่นเล่นด้วยเคยเล่าพระราชทานว่า ได้สอนคนตาบอด เล่นดนตรี สอนลำบากเพราะเขาไม่เห็นท่าทาง เมื่อพยายามอธิบายจนเข้าใจ สามารถเป่าออกมาเป็นเพลง ไพเราะได้ หรือแม้แต่โน้ตเดียวในตอนแรกดูสีหน้าเขาแสดงความพอใจและภูมิใจมาก

ทรงนิพนธ์เพลงอย่างจริงจังเมื่อพระชนมายุเท่าใด


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

ในส่วนที่ทรงพระราชนิพนธ์เพลงนั้น ทรงเริ่มอย่างจริงจังเมื่อมีพระชนมายุ ๑๘ พรรษา ขณะเมื่อ ยังทรงดำรงพระยศสมเด็จพระอนุชา ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จนิวัตพระนคร เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๘ ดังที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ บันทึกความไว้
"๕ ธันวาคม ๒๔๘๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๘ เสด็จนิวัตสู่ประเทศไทยพร้อม สมเด็จพระอนุชา และสมเด็จพระราชชนนี ประทับ ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ได้โปรด เกล้าฯให้เข้าเฝ้าในฐานะนักแต่งเพลงสมัครเล่น ได้นำโน้ตเพลงที่ได้แต่งไว้แล้วถวายทอดพระเนตร พระ ราชทานข้อแนะนำเกี่ยวกับการแต่งเพลงประเภทบลูส์ โดยทรงเปียโนสาธิตให้ฟังและสมเด็จพระอนุชาทรงอธิบาย ต่อมาได้เข้าเฝ้ารับพระราชทานทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระอนุชามาใส่คำร้อง เพลงแสงเทียน ยามเย็น สายฝน ตามลำดับ แต่เพลงยามเย็นและเพลงสายฝนได้นำออกสู่ประชาชนก่อนเพลงแสงเทียน โดย พระราชทานให้ออกบรรเลงในงานลีลาศที่สวนอัมพร โดยวงดนตรีของกรมโฆษณาการ (กรมประชา สัมพันธ์) ควบ คุมวงโดย เอื้อ สุนทรสนาน และออกอากาศทางวิทยุ กรมโฆษณาการเป็นประจำ เป็นที่ซาบซึ้ง และประทับ ใจพสกนิกรอย่างมาก ..."
"... จากนั้นฉันก็แต่งขึ้นอีกเรื่อยๆ จนบัดนี้รวมทั้งหมด ๔๐ เพลง ในระยะเวลา ๒๐ ปี คิด เฉลี่ยปีละ ๒ เพลง ที่ทำได้ก็เพราะได้รับความสนับสนุนจากนักดนตรี นักเพลงและนักร้อง รวมทั้ง ประชาชนผู้ฟังต่างก็แสดงความพอใจ และความนิยมพอสมควร จึงเป็นกำลังใจให้แก่ฉันเรื่อยมา ..."

เพลงพระราชนิพนธ์ที่พระราชนิพนธ์ทำนองเพลงแล้วใส่คำร้องภาษาอังกฤษมีเพลงอะไรบ้าง


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลง แล้วจึงใส่คำร้อง ภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เอง ได้แก่ เพลง Echo Still on My Mind Old Fashioned Melody No Moon และ Dream Island ที่ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองใส่คำร้องภาษาไทย ได้แก่ เพลงความฝันอันสูงสุด และเราสู้ นอกจากนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทรงพระราชนิพนธ์ทำนอง และโปรดเกล้าฯให้มีผู้แต่ง คำร้องประกอบเพลงพระราชนิพนธ์หลายท่าน ได้แก่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์ เพ็ญศิริ ศาสตราจารย์ ท่านผู้หญิงนพคุณทองใหญ่ ณ อยุธยา ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ท่านผู้หญิง สมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา นายจำนง ราชกิจ (จรัล บุณยะรัตพันธุ์) หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช และท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค เพลงพระราชนิพนธ์ ระหว่าง พุทธศักราช ๒๔๘๙ ๒๕๓๘ มี ๔๓ เพลง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความรู้อย่างแตกฉานในทฤษฎีการประพันธ์ ทรงเป็นผู้นำใน ด้านการประพันธ์ทำนองเพลงสากลของเมืองไทย โดยทรงใส่คอร์ดดนตรีที่แปลกใหม่และซับซ้อน ทำให้เกิด เสียงประสานที่เข้มข้นในดนตรี เมื่อประกอบกับลีลาจังหวะเต้นรำที่หลากหลาย ทำ ให้ทรงพระราชนิพนธ์ เพลงบรรเลงได้อย่างไพเราะ หลายบทกลายเป็นเพลงอมตะของไทยในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังทรงมีจินตนาการ สร้างสรรค์ไม่ซ้ำแบบผู้ใด และแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา
เพลงพระราชนิพนธ์แต่ละเพลงนั้น ล้วนแสดงออกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า โดยทั่วหน้า เช่น เพลงยามเย็น พระราชทานแก่สมาคมปราบวัณโรค เพื่อนำออกแสดงเก็บเงินบำรุงการกุศล เพลงใกล้รุ่ง บรรเลงเป็นปฐมฤกษ์ในงานของสมาคมเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย เพลงยิ้มสู้ พระราชทานแก่ โรงเรียนสอนคนตาบอด เพลงลมหนาว พระราชทานในงานประจำปีของสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ เพลงพรปีใหม่ พระราชทานแก่พสกนิกรเนื่องในวันปีใหม่ เพลงเกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย เพลงความฝัน อันสูงสุด และ เพลงเราสู้ พระราชทานแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ Kinari Suite พระราชทานเพื่อใช้ประกอบการแสดงบัลเล่ต์ ชุดมโนราห์ และมีเพลงประจำสถาบันที่ทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯ พระราชทาน ได้แก่ เพลงมหาจุฬาลงกรณ์ เพลงธรรมศาสตร์ เพลงเกษตรศาสตร์ เพลงธงชัยเฉลิมพล มาร์ชราชวัลลภ และมาร์ชราชนาวิกโยธิน

อ.ส. วันศุกร์คืออะไร


[ ขยายดูภาพใหญ่ ]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการรวมนักดนตรีสมัครเล่นมารวมกันตั้ง เป็นวงขึ้นเป็นครั้งแรก ขณะทรงประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ประกอบ ด้วยพระราชวงศ์ผู้ใหญ่ที่ทรง คุ้นเคย และเมื่อโปรดเกล้าฯให้จัดตั้งสถานีวิทยุ อ.ส. (อัมพรสถาน) ขึ้นในพุทธศักราช ๒๔๙๕ เพื่อ ให้เป็นสื่อกลางที่ให้ความบันเทิงและสาระประโยชน์ในด้านต่างๆ "วงลายคราม" ก็ได้มีการออกอากาศส่ง วิทยุกระจายเสียงกับวงดนตรีต่างๆด้วย ต่อมา โปรดเกล้าฯให้นักดนตรีรุ่นหนุ่มๆมาเล่นดนตรีร่วมกับวง ลายคราม จึงเกิดเป็นวงดนตรี อ.ส. วันศุกร์ขึ้น วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์มีลักษณะพิเศษ คือพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงร่วมบรรเลงกับสมาชิกของวง ออกอากาศกระจายเสียงทางสถานีวิทยุประจำวันศุกร์ และยังทรงจัดรายการเพลง ทรงเลือกแผ่นเสียงเองในระยะแรก บางครั้งก็โปรดเกล้าฯให้มีการขอเพลง และ จะทรงรับโทรศัพท์ด้วยพระองค์เอง กล่าวได้ว่า วงดนตรี อ.ส.วันศุกร์นี้ยังเป็นวงดนตรีที่บรรเลงในงาน "วันทรงดนตรี" ตามที่มหาวิทยาลัยต่างๆกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ เพื่อทรงสังสรรค์ร่วมกับนิสิต นักศึกษา เป็นการส่วนพระองค์ ก่อนที่จะยกเลิก ไป เพราะทรงมีพระราชกรณียกิจเพิ่มมากขึ้น
ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตั้งแตรวง "สหายพัฒนา" ขึ้นอีกวงหนึ่ง โดยโปรดให้รวบรวมผู้ปฏิบัติราชการใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาล และโดยเสด็จฯ ในการพัฒนาภูมิภาคต่างๆ เป็นประจำวัน เช่น นักเกษตรหลวง คณะแพทย์อาสาสมัคร ข้าราชการในพระองค์ ราชองครักษ์ ตลอดจนเจ้า หน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัย ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เคยเล่นดนตรีมาก่อน พระราชทานเวลาฝึกสอนในช่วงเวลา ทรงออกพระกำลังในตอนค่ำของทุกๆวัน ทรงตั้งแตรวงนี้ขึ้นสำเร็จ และยังคงทรงซ้อมดนตรีเป็นประจำทุก ค่ำของวันศุกร์ และวันอาทิตย์ร่วมกับนักดนตรี อ.ส. วันศุกร์ ณ สถานี อ.ส. เกือบทุกเย็น กับ วงสหายพัฒนา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา จนถึงปัจจุบัน
พระปรีชาสามารถในการทรงดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่ประจักษ์ในนานาประเทศ ดังจะ เห็นได้จากการที่ทรงเข้าร่วมบรรเลงดนตรีกับวงดนตรีของประเทศต่างๆที่เสด็จพระราชดำเนินเยือน ไม่ ว่าวงดนตรีนั้นๆ จะมีการเล่นดนตรีในแบบใด โดยมิได้ทรงเตรียมพระองค์มาก่อน นักดนตรีที่มีชื่อ เสียงของโลกล้วนถวายการยกย่องพระองค์ในฐานะทรงเป็นนักดนตรีแจ๊สผู้มีอัจฉริยภาพสูงส่ง ดังเช่น เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินประเทศออสเตรีย เมื่อเดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๐๗ ประธานสถาบัน การดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนาได้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญากิตติมศักดิ์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่ทรงเป็นสมาชิกหมายเลข ๒๓ ซึ่งผู้ที่จะได้รับเกียรติเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์แห่งสถาบัน นี้ได้ ส่วนใหญ่เป็นผู้มีอาชีพและผลงานด้านดนตรีและศิลปะดีเด่นเป็นที่ยอมรับของชาวโลกทั้งสิ้น
ดูเพิ่มเติมพระปรีชาสามารถในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้านดนตรี



[ จอหลัก | ดูรูป | วีดิโอ |ลับสมอง | ค้นข้อมูล | บทความ |ดูย้อนกลับ |ดูต่อ..]
Copyright © 1997 Thai Junior Encyclopedia Project Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contain in this web site without permission is prohibited.