หลักการเขียนเขียนเรื่องในสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ปรับปรุงเมื่อ 29 ตุลาคม 2538 โดยคณะกรรมการฝ่ายภาษา


เนื้อหาของเรื่องที่เขียน
การวางรูปเรื่องและวิธีดำเนินเรื่อง
วิธีเขียนต้นฉบับ
การจัดภาพประกอบมากับเนื้อเรื่อง

เนื้อหาของเรื่องที่เขียน

ควรมีลักษณะดังนี้
  1. ส่งเสริมให้ผู้อ่านมีความรู้ขั้นพื้นฐาน ในเรื่องหรือสิ่งที่เกี่ยวกับวิทยาการสาขาต่าง ๆ ได้แก่วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ เกษตรศาสตร์ คณิตศาสตร์ และแพทย์ศาสตร์
  2. ให้ทราบว่าในหัวข้อเรื่องที่เขียนนั้น ประเทศไทยมีเรื่องหรือสิ่งต่าง ๆ อะไรบ้าง ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เช่น มีปร ะวัติความเป็นมา และ หรือความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนมีการประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ตั้งแต่ เริ่มแรกจนกระทั่งปัจจุบันนี้ อย่างไร
  3. ให้ผู้อ่านมีความรู้และเข้าใจว่าเรื่องและสิ่งต่าง ๆ ในข้อ 2 เป็นรากฐานแห่งความเจริญ ความก้าวหน้า และความมั่นคงทางวัฒนธรรม ระบอบการปกครอง การเศรษฐกิจ การศึกษา ฯลฯ ของประเทศไทย
  4. ให้ผู้อ่านมีความรู้และเข้าใจว่า เรื่องและสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวในข้อ 2 และ 3 มีความสัมพันธ์มีความหมาย และประโยชน์อ ย่างสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง ตลอดจนประชาชนคนไทยทั้งชาติในปัจจุบันและอนาคต
  5. ให้ผู้อ่านตระหนักว่า เรื่องและสิ่งต่าง ๆ (ซึ่งเป็นเนื้อหาและรูปภาพประกอบ) ดังกล่าวในข้อ 1 ถึง 4 เป็นมรดกและสมบัติของ ประเทศชาติ ซึ่งตนและคนไทยทุกคนควรรู้สึกภูมิใจ มีความรัก รู้จักรักษา และช่วยกันสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าให้ยิ่งขึ้น

หมายเหตุ

  1. เนื้อหาของหัวข้อเรื่องต่าง ๆ และภาพประกอบต้องพยายามให้มีลักษณะตามข้อ 1 ถึง 5 โดยเน้นความเป็นไทยให้มากที่สุด
  2. เนื้อหา ภาษาเขียน และวิธีการเสนอเนื้อเรื่องแต่ละส่วน ( คือส่วนเด็กเล็ก ส่วนเด็กกลาง และส่วนเด็กโต) ต้องมีความยา กง่ายและเหมาะสมกับความสนใจ และพื้นความรู้ของผู้อ่านแต่ละระดับโดยเฉพาะส่วนที่สามนั้นไม่ควรให้ยากหรือสูงเกินไป จนกระทั่งผู้อ่านธรรมดาสามัญอ่านไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง (โปรดอ่านพระราชดำรัสข้อ 2, 4, 9 และ 14 และความรู้เกี่ยวกั บพัฒนาการและความสนใจของเด็กวัยรุ่น)

การวางรูปเรื่องและวิธีดำเนินเรื่อง

  1. หัวข้อเรื่องใหญ่ ไม่ต้องวงเล็บคำภาษาอังกฤษ
  2. แบ่งเรื่องเป็น 3 ส่วน และให้มีความยามไม่เกินจำนวนหน้าที่ระบุไว้
    ส่วนเด็กเล็ก ความยาวประมาณ 1 - 1 1/2 หน้าพิมพ์ดีด ไม่รวมรูป ( 300 - 600 คำ )
    ส่วนเด็กกลาง ความยาวประมาณ 1 1/2 - 4 หน้าพิมพ์ดีด ไม่รวมรูป ( 500 - 1,000 ตำ )
    ส่วนเด็กโต ความยาวประมาณ 12 - 15 หน้าพิมพ์ดีด ไม่รวมรูป ( พิมพ์ดีดคือตัวธรรมดาหนึ่งหน้าจุประมาณ 8000 คำ )

    การเขียนส่วนเด็กเล็กและเด็กกลาง ต้องพิจารณาต้นฉบับของส่วนเด็กโตเป็นหลัก และเขียนให้มีลักษณะดังนี้คือ ส่วนเด็กเล็ก เป็นการแนะนำให้รู้จักความหมาย หรือให้นิยามเบื้องต้นของเรื่องอาจเขียนด้วย วิธีนำเข้า (Introduction) โดยเร ิ่มจากสิ่งที่พบใกล้ตัว ใช้ค่าง่าย ๆ ประโยคสั้น ย่อหน้าไม่ยาวยกตัวอย่างให้มาก ให้มีภาพประกอบส่วนเด็กเล็กเป็นภาพ นำเรื่อง และหรือภาพประกอบไม่เกิน 3 แผ่นภาพ
    ส่วนเด็กกลาง ดำเนินเรื่องของส่วนนี้ให้จบในตัวเอง โดยมีลักษณะดังนี้คือ
    ก. เป็นความเรียงที่สมบูรณ์ กล่าวถึงเนื้อเรื่องในส่วนที่เด็กในส่วนนี้พอรู้เรื่อง
    ข. อาจใช้เป็นบทนำ ( Inrtoduction ) ของเรื่องในส่วนเด็กโต กรณีที่เด็กโตไม่มีบทนำ โดยชัดเจน
    ค. เนื้อเรื่องที่จะดำเนินต่อไป ควรมีเนื้อความและสาระเพียงพอ ในลักษณะที่เป็นข้อ สรุปของส่วนเด็กโต อย่างน้อ ยก็มีเค้าโครงเรื่องของส่วนเด็กโตวางไว้ให้เห็นว่า ส่วน เด็กโตเป็นส่วนขยายของเด็กกลาง ไม่ใช่ส่วนต่อที เดียว ภาพประกอบควรมีตามความเหมาะสมของเนื้อเรื่อ
    ส่วนเด็กโต เป็นส่วนสำหรับเด็กมัธยมศึกษาตอนปลาย นิสิตนักศึกษาปีแรก ๆ และผุ้ใหญ่ที่มีพื้นความรู้ไม่สูงนัก การ เขียนควรจะดำเนินเรื่องให้จบในตัวเอง ศัพท์บางคำก็ควรให้นิยามและความหมายให้ละเอียดและลึกซึ้งยิ่งขึ้น เนื้อเรื่อง ต้องไม่เป็นวิชาการชั้นสูงหรือยากจนกระทั่งคนอ่านโดยทั่วไป ๆ ไป ไม่สามารถจะเข้าใจและนำไปใช้ประโยชน์กับตัวเอ งได้ ภาพประกอบควรมีตามความเหมาะสมของเนื้อเรื่อง

  3. การแบ่งตอนในเนื้อเรื่อง
    ส่วนเด็กเล็ก ไมีมีหัวข้อตอนในเนื้อความ เขียนเป็นความเรียง
    ส่วนเด็กกลาง ไม่มีหัวข้อตอนในเนื้อความ เขียนเป็นความเรียง
    ส่วนเด็กโต มีหัวข้อตอนโดยไม่มีวงเล็บคำภาษาอังกฤษ ส่วนในเนื้อความจะมีคำภาษา อังกฤษได้โดยวงเล็บไว้คร ั้งเดียวในเนื้อความครั้งแรก การวางหัวข้อย่อยไม่ใช้ตัวเลข

วิธีเขียนต้นฉบับ

  1. หัวข้อตอน ชื่อคน คำเฉพาะ................................. ฯลฯ ที่ต้องการให้พิมพ์ตัวอักษรพิเศษ เช่น ตัวหนัก ตัวดำ ให้ขีดเส้น ใต้มา หัวข้อตามควรขีดสองเส้น นอกนั้นควรขีดเส้นเดียว เพื่อให้ฝ่ายพิมพ์สามารถจัดขนาดตัวอักษรได้ต่างกัน เพราะการพิมพ์ในเล่ม ไม่มีการขีดเน้นใต้
  2. ชื่อคน สัตว์ สิ่งของ และสถานที่เขียนสะกดมาเป็นคำไทย โดยใช้ระเบียบการบัญญัติศัพท์ของราชบัณฑิตยสถาน ถ้าเป็นชื่อชาวต่างประเทศ ให้ใช้ชื่อเต็มในครั้งแรกและใส่วงเล็บภาษาอังกฤษ พร้อม ค.ศ. ที่เกิด-ตายเชื้อชาติ นักเคมีหรือนักฟิสิกส์ หร ือนักวิทยาศาสตร์ เช่น เซอร์ ไอแซก นิวตัน ( Sir Isaac Newton ค.ศ. ........... ชาวอังกฤษ, นักฟิสิกส์ ) ถ้าเป็นคนไทยใช้ พ.ศ.
  3. การเขียนควรใช้ภาษาที่เรียบง่าย ตรงไปตรงมา
  4. คำเทคนิค ถ้าแปลได้และคำแปลนั้นสื่อความหมายได้ก็ให้ใช้คำแปล มิฉนั้นต้องใช้ทับศัพท์ แล้ววงเล็บคำภาษาอ ังกฤษ ( ใช้ตัวนำใหญ่หรือตัวเล็ก ตามแต่ลักษณะของคำ ) ทั้งนี้ใหวงเล็บคำภาษาอังกฤษเฉพาะการกล่างถึงครั้งแรกครั้งเดียว
  5. การระบุเวลาในประวัติ ใช้เดือน และพุทธศักราช (พ.ศ.) หรือ ศริสต์ศักราช (ค.ศ.) เท่านั้นในกรณีที่ใช้ศตวรรษจะต้องใส่ พุทธศตวรรษ หรือศริสต์ศตวรรษ ถ้าจำเป็นจึงจะระบุวันที่
  6. เมื่อต้องการขยายความ ถ้าสั้นใช้วงเล็บ ถ้ายาวใส่ตัวเลขกำกับแล้วทำเชิงอรรถหรือฟุตโน๊ต ( footnote ) อธิบาย ถ้าไม่จำเป็น พยายามไม่ใช้
  7. การใช้ตัวเลข ให้ใช้เลขไทยทั้งหมด ยกเว้นในสูตร สมการ สัญลักษณ์สากล
  8. การอ้างอิงเรื่องในสารานุกรม ถ้าอิงเรื่องให้อิงเมื่อจบเรื่อง ถ้าอิงความโดยใส่ไว้ในวงเล็บหลังข้อความนั้น ในวงเล็บเขียนว่า ( ดูเรื่อง.........ชื่อเรื่องใหญ่ เล่ม.........)
  9. คำอธิบายใต้ภาพ ให้เขียนชื่อภาพ และหรือคำอธิบายภาพไว้ใต้ภาพหรือทำรายละเอียดคำอธิบายแนบมาพร้อมภาพประกอบและใช ้วิธีจัดรูปเข้าหน้าให้ใกล้ข้อความที่อ้างถึง ในเนื้อเรื่องไม่ต้องระบุว่าให้ดูภาพนั้นภาพนี้การจัดคำอธิบายภาพเพื่อการพิมพ์ให้ใช้คำระบุตำแหน่งของภาพ เช่น บน กลาง ล่าง ซ้าย ล่างซ้าย ล่างขวา เป็นต้น

การจัดภาพประกอบมากับเนื้องเรื่อง

  1. ให้ระบุว่าเป็นภาพประกอบเนื้อเรื่องหน้าใดของต้นฉบับ ถ้ามีชื่อภาพหรือคำอธิบายใต้ภาพ ( caption ) ให้เขียนไว้ใต้ภาพด้วย
  2. เนื่องจากคำอธิบายในภาพจะใช้ตัวเรียงทั้งหมด ฉะนั้นให้เขียนอธิบายภาพมาในกระดาษอีกแผ่นหนึ่ง
  3. ในกรณีที่จำเป็นต้องระบุชื่อส่วนย่อยของภาพ ( label ) ขอให้ผู้เขียนและช่างเขียนเขียนเส้นฉลากชื่อหรือคำอธิบายเป็นเ ส้นหมึกดำด้วยตัวบรรจง เส้นฉลากชื่อ ไม่ต้องใช้ตัวลูกศรชี้ วางเส้นให้กระจายไม่ยุ่งยาก ไม่คร่อมหรือสับสนกับรูป ความสั้นความยาวให้เหมาะกับการวางตำแหน่งชื่อและคำอธิบาย
  4. คำอธิบายภาพควรเป็นภาษาไทยเท่านั้น ไม่ต้องวงเล็บคำภาษาอังกฤษ
  5. ควรใช้ภาพให้เป็นไทย ๆ ไม่ควรมีบุคคลต่างชาติปรากฏอยู่ในรูปโดยไม่จำเป็น ควรเป็นรูปที่เหมือนจริงทางวิทยาศาสตร์ มิใช่ศิลป์
  6. ไม่ควรนำภาพจากแหล่งอื่นมาใช้โดยตรง ถ้าจำเป็นก็ควรขอมา แล้วอ้างถึงที่มาท้ายเล่มขอมาจากที่ไหน
  7. ภาพส่วนใหญ่ควรเป็นภาพถ่าย ถ้าไม่สามารถจัดหาภาพถ่ายที่สื่อความหมายหรือให้รายละเอียดที่ต้องการได้ ก็ใช้ภาพเข ียน
  8. ภาพในเล่มเดียวกันควรมีลวดลาย ( pattern ) แบบเดียวกัน
  9. ภาพประกอบเรื่องที่ผู้เขียนเรื่องต้องการ แต่ไม่สามารถจัดหาด้วยตนเองได้ ขอให้ระบุไว้ตามข้อ 3.1 ว่าเป็นภาพเกี่ยว กับอะไร จะเป็นภาพเขียนหรือภาพถ่าย เพื่อทางสำนักงานโครงการสารานุกรม ฯ จะได้ติดต่อขอรายละเอียดเกี่ยวกับการเขียนหรือถ่ายภา พนั้น ๆ กับผู้เขียนต่อไป


[ จอหลัก | พระราชดำริ | โครงการ | สารานุกรมไทย | ลับสมอง | ค้นข้อมูล | ติดต่อ ]
Copyright © 1996 Kanchanapisek Network Webmaster. All rights reserved.
Reproduction of the information contained in this web site without permission is prohibited.