รูปดวงตราประจำจังหวัด จังหวัดเชียงใหม่ รูปดวงตราประจำจังหวัด

กลุ่มชาติพันธุ์

ลัวะ

ลัวะ

ความเป็นมา

ชาวลัวะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่งที่อาศัยอยู่ตามเชิงเขา ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มชาวไทยภูเขา ลัวะมีชื่อเรียกต่างๆ กัน เช่น ชาวม่านเรียกชนเผ่าถิ่นว่า ลัวะ ซึ่งเป็นคนละเผ่าพันธุ์กับลัวะในจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน นักมานุษยวิทยาได้จัดให้ชนเผ่าลัวะ อยู่ในกลุ่มภาษาออสโตรเอเซียติก สาขาย่อยมอญ - เขมร ซึ่งอยู่ในกลุ่มตระกูลภาษาเดียวกับชาวิ่นชาวชมุ และมระบรี (ผีตองเหลือง) แต่ชาวลัวะเรียกตนเองว่า ละว้าหรือว้า ซึ่งเป็นชนชาติที่มีพื้นเพเดิมอยู่ในแหลมอินโดจีน โดยเฉพาะทางตอนกลางแหลมอินโดจีน โดย เฉพาะที่ละว้าปุระ คือ เมืองลพบุรีปัจจุบัน แล้วอพยพขึ้นไปทางเหนือโดยยึดลำน้ำปิงเป็นแนวทางการเดินทาง พวกแรกๆ ได้อพยพขึ้น ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ตามฝั่งแม่น้ำคง (สาละวิน) ในรัฐไทใหญ่ (Shan State) ของพม่า ส่วนพวกที่ตามมาทีหลังก็พากันตั้งถิ่นฐานกระจัด กระจายอยู่ตามลุ่มแม่น้ำปิงในประเทศไทยเรียกพวก ว้าเขิ้ด ไทยเราเรียกพวกนี้ว่า ลัวะ พวกลัวะส่วนใหญ่ตั้ง ภูมิลำเนา ที่บ้านเวียงหนองล่อง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน บ้านแม่เหียะ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
ลัวะ
แม้ปัจจุบันคนตำบลแม่เหียะจะกลายเป็นคนไทยหมดแล้ว แต่ยังคงถือปฏิบัติพิธีกรรมการไหว้ผีลัวะ ที่มีชื่อว่า ผีสะมัง หรือปู่แสะย่าแสะ กับการเซ่นบวงสรวงวิญญาณของขุนหลวงวิลังคะ ในเดือนแปด หรือเดือน เก้าเหนือ คือ เดือนพฤษภาคมต่อเดือนมิถุนายนของทุกปี
หมู่บ้านลัวะในจังหวัดเชียงใหม่ เช่นที่บ้านบ่อหลวง บ้านกองลอย บ้านอุมลอง บ้านแม่โถ บ้าน วังก๋อง บ้านขุน บ้านนาฟ่อน บ้านห้วยรากไม้ ตำบลยางคราม บ้านมือหลอง บ้านสะอางเหนือ บ้านสะอางใต้ บ้านแปะ บ้านกอกน้อย บ้านกอกหลวง อำเภอจอมทองต่ออำเภอแม่สะเรียง อำเภอหางดง บ้านกวน อำเภอสันป่าตอง ที่บ้านหัวริน บ้านดง บ้านทุ่งเกี๋ยง บ้านเปียง บ้านหนองปึ๋ง บ้านอุเม็ง เป็นต้น
ลักษณะหน้าตา
คนลัวะผิวคล้ำกว่าคนไทยทั่วไป ผู้ชายสูงประมาณ ๑๖๐ เซนติเมตร ผู้หญิงสูงประมาณ ๑๕๐ เซนติเมตร ใบหน้ากว้าง แบนริมฝีปากหนา เส้นผมสีดำสลวยเป็นคลื่นแนบหนังศีรษะ ชอบเจาะหูเพื่อใส่ลานหู ผู้ชายตัดผมสั้น ผู้หญิงไว้ผมยาวเกล้ารวบเป็น มวยไว้ที่ท้ายทอย ส่วนเด็กๆ โกนศีรษะหมด
ลัวะ วิถีชีวิต
การแต่งกาย ใช้ผ้าที่ทอเองแทบทั้งสิ้น ผู้ชายสวมเสื้อผ่าอก แขนเสื้อกุยเฮง กางเกงหลวมๆ แบบกางเกงจีน ผู้หญิงนุ่งซิ่นสั้นแค่เข่ากับเสื้อแขนยาวหลวมๆ คล้ายพวกกะเหรี่ยง มีผ้าพันแข้ง สำหรับเครื่องประดับ ผู้หญิง สวมคอและแขนทำด้วยโลหะเงินและลูกปัดสี ชาวลัวะนิยมสูบกล้องยาสูบที่ทำจากดินเผาหรือไม้ไผ่
อาหาร อาหารหลักคือ ข้าวเบือ คือ ข้าวต้มใส่ถั่วเน่าเมอะ (ถั่วเหลืองหมัก) กับสิ่งอื่นๆ เท่าที่จะหาได้ พวกลัวะกินอยู่ง่ายๆ อาหารทุกอย่างจะใส่ถั่วเน่าเมอะเสมอคงใช้แทนกะปิ ซึ่งเป็นของหายาก
ครอบครัว ลัวะนิยมมีผัวเดียวเมียเดียว แต่งงานแล้วนิยมปลูกบ้านอยู่ในบริเวณบ้านของพ่อตา หรือต่อห้องออกไป เรือน พ่อตาเรียก เรือนเค้าหรือเรือนหลวง ซึ่งเป็นเรือนของปู่ย่าตายาย ส่วนห้องที่ต่อออกมาเรียกเรือนน้อย
การปกครอง ลัวะจะมีหัวหน้าปกครอง ซึ่งจะเป็นตำแหน่งที่เป็นมรดกตกทอดสายสกุลหัวหน้าลัวะเรียกว่า สะมัง ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าและเป็นผู้นำในการประกอบพิธีกรรมตลอดจนตัดสินคดีความต่างๆ เรียกว่า "เจ้าฮีต" ถือว่าเป็นต้นผีของลัวะที่ต้อง ปฏิบัติตามและยังเป็นผู้รักษาตราหลาบเงินที่พระนางสิสุทธิเทวีทำขึ้น เพื่อให้ลัวะบ้านแปะ จอมทอง เป็นข้า วัดบ้านแปะที่พระนาง สร้างขึ้นสืบทอดมาถึงทุกวันนี้
อาชีพ ชาวลัวะจะยึดอาชีพหลักคือ การทำไร่ มีคำกล่าวว่า "ลัวะเฮ็ดไร่ ไทยเฮ็ดนา" ลัวะบ้านกวน อำเภอหางดง มีอาชีพรองคือ ปั้นหม้อและกลายเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน นอกจากนี้มีการตีเหล็กทำเครื่องมือทำไร่ทำนา เช่น หอก ดาบ มีด ขวาน จอบ เสียม เป็นต้น อาชีพทำเครื่องเงินเพื่อเป็นเครื่องประดับ ปัจจุบันอาชีพดังกล่าวเลิกทำแล้วเพราะสามารถหาซื้อได้โดยง่าย
ที่อยู่อาศัย ลัวะนิยมปลูกบ้านเป็นแถวสองแถวยาวยืดไปตามไหล่เขา หันหน้าเข้าหากัน มีทางเดินอยู่ระหว่างกลาง มีรั้วกั้นแสดง ขอบเขตของบ้านหลังหนึ่งๆ ตัวเรือนใช้เสาไม้จริงถากเปลือกออก ส่วนอื่นๆ ใช้ไม้ไผ่และมุงหลังคาด้วยหญ้าคา ตัวเรือนแบบใต้ถุนสูง มีห้องใหญ่หนึ่งห้องสำหรับนอน ในห้องมีเตาไฟอยู่ด้วย สำหรับใช้ทำกับข้าวและใช้ผิงในฤดูหนาว ต่อจากห้องใหญ่ออกมามีเติ๋น (ระเบียง) สำหรับใช้เป็นที่ทำงาน เช่น ปั่นฝ้าย ทอผ้า สานเสื่อ กับใช้เป็นที่รับแขกด้วย ต่อจากเติ๋นมีชานและบันไดขึ้นบ้าน ที่หน้าจั่วบ้านซึ่งปกติ เป็นบ้านหัวหน้านิยมประดับด้วยไม้แกะสลักเป็นลวดลายง่ายๆ ที่ยอดจั่วมีไม้ต่อยื่นออกไปเป็นสองง่ามคล้ายเขาควายเรียก "กาแล" การมุงหลังคาด้านหนึ่งจะยื่นต่ำลงไปเกือบจดพื้นดิน เพื่อใช้คลุมครกตำข้าว ซึ่งเป็นครกกระเดื่อง หลังคาจะคลุมบันได
การปรับปรนในสังคม ชาวลัวะมีความเชื่อเรื่องภูติวิญญาณ ดังนั้นจารีตประเพณีจึงเกิดจากความเชื่อเรื่องภูติผีมากกว่า พุทธศาสนา ประเพณีพิธีกรรมของลัวะกับคนพื้นเมืองจะปรับปรนเข้าหากันจนแยกไม่ได้ ไม่ว่าประเพณีขึ้นบ้านใหม่ การเกิด การเจ็บ และการตาย
การนับถือผี ผี ลัวะเชื่อว่าผีมี ๒ ประเภท คือ ผีนอก และผีใน ผีนอกคือ ผีปู่แสะย่าแสะกับผีขุนวิลังคะ ส่วนผีในได้แก่ ผีปู่ย่ารักษา ครอบครัว ผีตะเคียงรักษาบริเวณบ้าน ผีตะโป๊ะรักษาบนเรือน ผีตะเมาะรักษาใต้ถุน ผีสุมาระรักษาเด็กๆ เป็นต้น


Home Page โครงการสื่อปฏิสัมพันธ์ของชาติสถานที่สำคัญบุคคลสำคัญวิถีชีวิตภูมิปัญญาของดีท้องถิ่นเอกสารสำคัญธรรมชาติวิทยาดัชนีข้อเสนอแนะ