รูปดวงตราประจำจังหวัด จังหวัดสกลนคร รูปดวงตราประจำจังหวัด

บุคคลสำคัญ
พระยาประจันตประเทศธานี(โง่นคำ พรหมสาขา ณ สกลนคร)

พระยาประจันตประเทศธานี

ประวัติ
อำมาตย์โท พระยา ประจันตประเทศธานี (โง่นคำ พรหมสาขา) . . . ฯลฯ ผู้ว่า ราชการจังหวัดสกลนคร เกิดในรัชกาลที่ 3 เมื่อ วันอาทินย์ เดือนยี่ ขึ้น 15 ค่ำ ตรงกับวันที่ 19 มกราคม ..2382 เป็นบุตรราชวงศ์ ( อิน) เมือง สกลนคร บ้านเดิมอยู่ตำบลเชิงชุมใน จังหวัดสกลนคร ได้ศึกษาอักขระสมัยตามประเพณีบ้านเมืองใน สมัยโน้น รู้หนังสือไทยและรู้หนังสือลาวโดยสม ควร เมื่อ ..2400 อายุ 19 ปี ได้ เข้ารับราชการรับหมายตั้งเป็นท้าวสุริย ตำแหน่งนายกองถึง .. 2415 ได้รับ พระราชทานสัญญาบัตรเป็นพระศรีสกุลวงศ์ ผู้ ช่วยเมืองสกลนคร ถึง ..2420 ได้รับ พระราชทานสัญญบัตรเป็นพระยาประจันตประเทศธานี ผู้ว่าราชการเมืองสกลนคร มาถึงรัชกาลปัจจุบัน นี้ได้รับพระราชทานยศเป็นอำมาตย์โท เมื่อ ..2456 ส่วนเครื่องราชอิศริยา ภรณ์นั้น ก็ได้รับพระราชทานมาโดยลำดับ ได้รับพระราชทานถึงสูงที่สุด คือ ช้างเผือก ชั้นที่ 3 ตรีตาภรณ์และมงกุฎชั้นที่ 3 ตรีตาภรณ์ กับเหรียญปราบฮ่อ และเหรีญที่ ระลึกในงานพระราชพิธีต่าง ตามบรรดาศักดิ์อีก หลายอย่าง ภาพหมู่ข้าราชการระดับสูง ระดับผู้ว่าราชการเมืองในภาคอีสาน
จังหวัดสกลนครนี้แต่โบราณเรียกหัวเมือง ลาว ฝ่ายตะวันออกเหมือนกับหัวเมืองทั้งปวง ซึ่ง จัดเป็นมณฑลอุบล อุดร และร้อยเอ็ดในปัจจุบันนี้ เดิม ขึ้นกรุงศรีอยุธยาบ้าง ขึ้นกรุงศรีสัตนาคนหุต บ้าง เมื่อพวกเวียงจันทน์เป็นขบถในรัชกาล ที่ 3 กองทัพกรุงเทพฯ ตีได้หัวเมืองเวียง จันทน์และหัวเมืองขึ้นทั้งปวงจึงจัดหัวเมือง ลาวทางตะวันออกที่เป็นเมืองใหญ่ขึ้นนตรงต่อ กรุงเทพฯ แต่นั้นมาพระยาประจันตประเทศธานี (โง่น คำ) ได้รับราชการมีตำแหน่งในเมืองสกลนคร แต่ยังปกครองเป็นอย่างหัวเมืองลาว คือ ตำแหน่ง กรมการมี เจ้าเมือง อุปฮาดราชวงค์ ราชบุตร เป็นต้น เหมือน อย่างเมืองประเทศราชแต่มิได้มียศเป็นเจ้า เป็นผู้ซึ่งปรากฎชื่อเสียงว่าเป็นคนฉลาด และซื่อตรง จงรักภักดีในราชการกรุงเทพมหานคร
ผลงาน
ได้เคยรับราชการหลายอย่างเป็นลำดับ
1. เมื่อเป็นที่ท้าวสุริยภักดี ได้นำ เลกไปสักแขนที่เมืองยโสธรครั้งหนึ่ง
2. เมื่อเป็นพระศรีสกุลวงศ์ผู้ช่วยได้คุม ไพร่ไปเข้ากองทัพพระยามหาอำมาตย์รบฮ่อ ที่เมืองเวียงจันทน์ค่ายสี่ฐานค่ายวัดจันทน์ แตกแล้ว ได้ตามจับฮ่อถึงบ้านโพนงาม บ้าน น้ำเกลี้ยง จับไต้ฮ่อ 3 คน ส่งให้แม่ทัพ ครั้งหนึ่ง
3. เมื่อเป็นพระอุปฮาดได้คุม ไพร่ไปเข้ากองทัพพระยาราชวรานุ กูลถึงเมืองบริคันนิคม เมื่อ บิดา ถึงแก่กรรม พระยาราชวรานุกูลให้กลับมารักษา บ้านเมืองแล้วได้แต่งกรมการส่งเสบียงลำเลียงกองทัพ พระยาราชวรานุกูลให้กลับมารักษา บ้านเมืองแล้วได้แต่งกรมการส่เสบียงลำเลียงกองทัพ พระยาราชวรนุกูครั้งหนึ่งและได้ จัดท้าวเพี้ยพร้อมกับจมื่นมณเฑียรพิทักษ์ข้าหลวง ไปตั้ง ประตูด่านทางแขวงเมืองภูวดลสอางครั้งหนึ่งและได้ ส่งลำเลียงกองทัพพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวง ประจักษ์ศิลปาคม เมื่อครั้งรรรรรบฮ่อที่ทุ่งเชียง คำครั้งหนึ่ง
4. เมื่อเป็นพระยาประจันต ประเทศธานี ได้จัดเอากระบือ 21 ตัว ส่งขึ้นไป ให้พระยาศรีสุริวงศ์ข้าหลวงเมืองเชียงขวาง จ่ายให้พวกทำนาครั้งหนึ่ง ได้จัดกรมการท้าว เพี้ยพร้อมกับหลวงณรงค์โยธาข้าหลวง ขึ้นไปปักหลักด่าน ทางเมืองวังคำ และตามไปส่งถึงเมืองนครพนม ครั้งหนึ่ง และได้จัดกรมการพร้อมกับหลวงมลโยธา นุโยคข้าหลวง ขึ้นไปประจำรักษาด่านอยู่เมืองวัง คำ และตามไปส่งถึงเมืองนครพนมด้วยกับได้ ส่งลำเลียงมลโยธาฯ3 ครั้ง ได้จัดท้าวเพี้ยและ พาหนะส่งหม่อมหลวงชื่น ข้าหลวงกองแผนที่ลงเรือ ไปทางน้ำก่ำครั้ง 1 ได้จัดท้าวเพี้ยส่ง มองสิเออคอมิแซ มองสิเออแกว ฝรั่ง เศสข้าหลวงกองแผนที่ไปเมืองกาฬสินธุ์ ทางไปธาตุ พนม ทางหนึ่งไปจัดท้าวเพี้ยส่งพาหนะหม่อมราชวงศ์ ชิดหม่อมราชวงศ์ชื่น ไปเมืองหนองหาญครั้งหนึ่ง หอโฮงหรือเรือนเจ้าเมืองใช้ป็นที่ว่าราชการงานเมืองในสมัยนั้น
5. เมื่อพุทธศักราช 2436 เกิดทัพในระหว่างฟาก โขงฝั่งซ้าย ได้จัดให้อุปฮาดเป็นพนักงานเร่งเกวียน โคต่าง ไปส่งกองทัพที่เมืองนครพนม ให้ราชวงศ์ เป็นพนักงานเร่งเรือบรรทุกลำเลียงไปส่งกองทัพที่ เมืองมุกดาหาร เมืองเขมราให้ราชบุตรเป็นพนักงาน เร่งกำลังและทำลูกกระสุนดินดำ สำรวจปืนอาวุธ มารวมให้พระวิชิตพลหาญผู้ช่วยพระห้าว หาญ พระจันทวงศ์เทพ ท้าวสุริยวงศ์ ไปเข้า กองทัพและให้ราชบุตรเป็นพนักงานทำบัญชีซื้อ ข้าวของราษฎร มารวมขึ้นฉางไว้สำหรับส่งกอง ทัด และให้พระศรีสกุลวงศ์ผู้ช่วยพระขัตติยะ พระวรสาร พระศรีวราช เป็นพนักงานออกไปสำรวจข้าว เมืองขึ้นฉางไว้สำหรับราชการ ครั้นเสด็จรราชการ ทัพแล้ว โปรดเกล้าให้ตัดทางสายโทรเลข ปลูกพลับพลาไว้ที่เมืองสกลนคร ได้ให้ราชบุตร พระวิชิต พลหาญ ผู้ช่วยเป็นผู้คุมไพร่ปลูก ให้พระขัตติยะเป็นพนักงานคุมไพร่ตัดทางสายโทร เลข แต่เมืองสกลนครถึงเมืองพรรณาให้พระวรสารเป็น พนักงานตัดทางสายโทรเลขเมืองพรรณาถึงบ้านพัน นา ให้พระศรีสกุลวงศ์ผู้ช่วยคุมไร่ตัด ทางสายโทรเลขแต่บ้านพันนาถึงเมืองหนอง หาร
6. เมื่อพุทธศักราช 2424 ไดนำสิ่ง ของต่าง ลงไปสมโภชพระนครที่กรุงเทพฯครั้ง หนึ่ง
7. เมื่อพุทธศักราช 2440 ได้ลงไป รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัช กาลที่ 5 เมื่อเสด็จกลับจากประพาสประเทศยุโรป ครั้งแรก
เมื่อจัดหัวเมืองเป็นมณฑลเทศาภิบาล พระ ยาประจันตประเทศก็ได้รับราชการในตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตลอดมากจนแก่ชราจึง ได้เปลี่ยนเป็นตำแหน่งที่ปรึกษาราชการ เหตุด้วยพระ ยาประจันตประเทศเป็นผู้คุ้นเคยราชการมา มากไม่มีใครเหมือนในท้องที่สกลนครจะเป็น เสนาบดีเจ้ากระทรวงก็ดี ข้าหลวงต่างพระองค์ก็ดี สมุหเทศาภิบาลก็ดี เมื่อจะใคร่รู้เรื่องราวกิจ การอันใด ที่ได้เคยมีมาในเมืองสกลนคร จะต้องปรึกษาพระยาประจันตประเทศเป็นนิตย์จึง นับว่าเป็นผู้ได้ทำประโยชน์แก่ราชการ บ้าน เมืองมาจนตลอดอายุอันยืดยาว น้อยตัวที่ จะมีเหมือน พระยาประจันตประเทศธานีป่วยเป็นโรค ชรา ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ..2466 คำนวณอายุได้ 85 ปี
Home Page โครงการสื่อปฏิสัมพันธ์ของชาติสถานที่สำคัญบุคคลสำคัญวิถีชีวิตภูมิปัญญาของดีท้องถิ่นเอกสารสำคัญธรรมชาติวิทยาดัชนีข้อเสนอแนะ